← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ใช้พฤติกรรมในแชท LINE มาเป็นคะแนน Lead Scoring ใน HubSpot: ทำไมสัญญาณจากแชทแม่นกว่าคะแนนจากเว็บ

02 ส.ค. 04:28 · อ่าน 1 นาที
ใช้พฤติกรรมในแชท LINE มาเป็นคะแนน Lead Scoring ใน HubSpot: ทำไมสัญญาณจากแชทแม่นกว่าคะแนนจากเว็บ

สรุปสั้น ๆ

HubSpot Lead Scoring แบบมาตรฐานให้คะแนนจากการเปิดอีเมลหรือเข้าเว็บ ซึ่งบอกความสนใจได้หยาบกว่าพฤติกรรมในแชท LINE ที่ลูกค้าถามคำถามตรง ๆ การส่งสัญญาณจากแชท เช่น ถามราคา ถามสเปก เข้ามาเป็น custom property ใน HubSpot ทำให้คะแนนแม่นขึ้นและทีมขายโฟกัสคนที่ใกล้ปิดจริงได้เร็วกว่า

ทีมการตลาดของบริษัทซอฟต์แวร์ HR แห่งหนึ่งที่ผมเคยร่วมงานด้วยใช้ HubSpot วาง Lead Scoring มาสองปี ให้คะแนนจากพฤติกรรม เช่น เปิดอีเมล 5 คะแนน ดาวน์โหลด e-book 15 คะแนน เข้าหน้าราคา 20 คะแนน ระบบทำงานได้ดีในแง่จัดลำดับความสนใจคร่าว ๆ แต่ทีมขายบ่นเสมอว่าลีดคะแนนสูงหลายคนพอโทรไปกลับไม่พร้อมซื้อจริง ในขณะที่บางคนคะแนนต่ำแต่พอทักเข้ามาทาง LINE กลับถามคำถามที่เจาะจงมากจนปิดได้ภายในสัปดาห์เดียว

ปัญหาคือ HubSpot มองไม่เห็นพฤติกรรมในแชท LINE เลย เพราะเป็นคนละแพลตฟอร์มที่ไม่ได้เชื่อมกันมาตั้งแต่ต้น คะแนนที่คำนวณได้จึงมีช่องโหว่ใหญ่ตรงที่มองข้ามสัญญาณที่ตรงที่สุด — คำถามที่ลูกค้าพิมพ์มาเองในแชท

บทความนี้จะเล่าวิธีที่เราปรับ Lead Scoring ของ HubSpot ให้รวมสัญญาณจากแชท LINE เข้าไปด้วย โดยไม่ต้องรื้อโมเดลคะแนนเดิมทั้งหมด

ทำไมสัญญาณจากแชทถึงบอกความตั้งใจซื้อได้แม่นกว่า

การเปิดอีเมลหรือเข้าหน้าเว็บเป็นพฤติกรรมที่ทำได้โดยแทบไม่ต้องใช้ความตั้งใจ คนกดเปิดอีเมลเพราะหัวข้อน่าสนใจ แต่ไม่ได้แปลว่าพร้อมซื้อ ต่างจากการพิมพ์คำถามในแชท LINE ซึ่งต้องใช้ความตั้งใจมากกว่าอย่างชัดเจน — เขาต้องเปิดแอป พิมพ์ข้อความ และรอคำตอบ

ยิ่งคำถามเจาะจงเท่าไหร่ ยิ่งสะท้อนว่าลูกค้าอยู่ใกล้จุดตัดสินใจมากเท่านั้น คนที่ถาม 'ราคาแพ็กเกจสำหรับพนักงาน 50 คนเท่าไหร่' ย่อมใกล้ซื้อกว่าคนที่แค่กดเข้าหน้าราคาบนเว็บแล้วปิดไปเฉย ๆ นี่คือช่องว่างเดียวกับที่คำค้นหาสายราคาบอกความตั้งใจซื้อได้แม่นกว่าคำค้นหาทั่วไป

ควรดึงพฤติกรรมแบบไหนจากแชทเข้า HubSpot

ไม่ต้องส่งทุกข้อความในแชทเข้า HubSpot เพราะจะทำให้ระบบรกและช้าลงโดยไม่จำเป็น สิ่งที่ควรดึงมาคือสัญญาณระดับเหตุการณ์ (event) ที่มีความหมายต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่เนื้อหาการสนทนาทั้งหมด

พฤติกรรมในแชทควรให้คะแนนเท่าไหร่ (ตัวอย่างกรอบคิด)เหตุผล
ถามราคา/แพ็กเกจตรง ๆสูง (ตัวอย่าง 30-40 คะแนน)ใกล้จุดตัดสินใจซื้อชัดเจน
ถามสเปก/ฟีเจอร์เฉพาะเจาะจงกลาง-สูง (ตัวอย่าง 20-30 คะแนน)กำลังประเมินความเหมาะสมกับความต้องการ
ทักถามทั่วไป เช่น 'มีอะไรบ้าง'ต่ำ (ตัวอย่าง 5-10 คะแนน)ยังอยู่ในโหมดสำรวจ ไม่ได้ใกล้ซื้อ
เงียบหลังได้ราคาไปแล้วเกิน 3 วันลดคะแนนลงสัญญาณว่าความสนใจกำลังเย็นลง

วิธีต่อข้อมูลเข้า HubSpot แบบไม่ต้องเขียนโค้ดซับซ้อน

  1. สร้าง Custom Contact Property ใน HubSpot สำหรับเก็บ 'ประเภทคำถามล่าสุดในแชท' และ 'วันที่ถามล่าสุด' แยกจาก property มาตรฐาน
  2. ใช้ HubSpot API (Contacts) ให้เครื่องมือ tracking ฝั่งแชทอัปเดต property เหล่านี้ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ไม่ใช่ทุกข้อความ
  3. ตั้งกฎใน HubSpot Workflow ให้เพิ่ม/ลดคะแนนอัตโนมัติตามค่าของ property นั้น โดยอิงกรอบคะแนนที่ตกลงกับทีมขายไว้ล่วงหน้า
  4. ทดสอบกับผู้ติดต่อจริงสัก 20-30 รายก่อน แล้วให้ทีมขายช่วยยืนยันว่าคนคะแนนสูงกลุ่มใหม่นี้ใกล้ซื้อจริงตามที่คาดไว้หรือไม่

ข้อควรระวังเมื่อผสมสัญญาณจากสองระบบเข้าด้วยกัน

  • อย่าให้คะแนนจากแชทมีน้ำหนักมากเกินจนกลบสัญญาณจากช่องทางอื่นทั้งหมด บางลูกค้ายังไม่เคยแชทแต่มีพฤติกรรมเว็บที่ชัดเจนก็ควรถูกนับด้วย
  • ระวังเรื่องการซ้ำซ้อนของ Contact เมื่อลูกค้าคนเดียวมีทั้งอีเมลที่ลงทะเบียนเว็บและบัญชี LINE ที่ทักมา ควรมีกติกาจับคู่ด้วยเบอร์โทรหรืออีเมลก่อนคำนวณคะแนนรวม
  • อย่าลืมทบทวนน้ำหนักคะแนนทุกไตรมาส เพราะพฤติกรรมลูกค้าที่ 'บอกใกล้ซื้อจริง' อาจเปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือแคมเปญ ไม่ใช่ค่าคงที่ตลอดไป

สรุป

Lead Scoring ที่พึ่งพาแค่พฤติกรรมบนเว็บมีจุดบอดสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายในแชท เพราะสัญญาณที่ชัดที่สุดของความตั้งใจซื้อมักเกิดขึ้นในบทสนทนา ไม่ใช่บนหน้าเว็บ การดึงสัญญาณเหล่านี้เข้า HubSpot อย่างเลือกสรร ไม่ใช่ยัดทุกอย่าง คือกุญแจที่ทำให้คะแนนมีความหมายมากขึ้น

เริ่มจากสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดก่อน แล้วให้ทีมขายช่วยยืนยันว่าคะแนนใหม่ช่วยจัดลำดับได้ดีขึ้นจริงหรือไม่ ก่อนจะขยายโมเดลให้ซับซ้อนกว่านี้

  • พฤติกรรมในแชท LINE มักบอกความตั้งใจซื้อแม่นกว่าพฤติกรรมบนเว็บ
  • ส่งเฉพาะเหตุการณ์สำคัญเข้า HubSpot เป็น custom property ไม่ใช่ทุกข้อความ
  • ทบทวนน้ำหนักคะแนนเป็นระยะ และให้ทีมขายช่วยยืนยันความแม่นยำก่อนขยายระบบ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเปลี่ยนโมเดล Lead Scoring เดิมทั้งหมดไหม

ไม่จำเป็น ให้เพิ่มสัญญาณจากแชทเป็นอีกชั้นหนึ่งที่บวก/ลบคะแนนจากโมเดลเดิม แทนที่จะรื้อทุกอย่างใหม่ เพื่อให้ทีมขายยังคุ้นเคยกับตรรกะคะแนนเดิมส่วนใหญ่

ควรส่งทุกข้อความในแชทเข้า HubSpot ไหม

ไม่ควร ส่งเฉพาะเหตุการณ์ที่มีความหมายต่อการตัดสินใจซื้อ เช่น ถามราคา ถามสเปก เพื่อไม่ให้ระบบรกและช้าลงจากข้อมูลที่ไม่จำเป็น

ถ้าทีมขายไม่เชื่อคะแนนใหม่ที่รวมสัญญาณจากแชทแล้ว ควรทำยังไง

ให้ลองสุ่มลีดคะแนนสูงกลุ่มใหม่มาให้ทีมขายติดตามจริงสักสองสามสัปดาห์ แล้วเทียบอัตราปิดการขายกับกลุ่มคะแนนสูงแบบเดิม ตัวเลขเปรียบเทียบจะโน้มน้าวได้ดีกว่าคำอธิบายเชิงทฤษฎี

ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีทีม Marketing Ops ยังทำได้ไหม

ทำได้ในระดับพื้นฐาน โดยเลือกแค่สัญญาณที่ชัดที่สุดหนึ่งหรือสองอย่าง เช่น 'ถามราคา' มาเชื่อมก่อน แล้วค่อยขยายทีหลังเมื่อเห็นผลชัดเจน ไม่จำเป็นต้องทำระบบคะแนนซับซ้อนตั้งแต่วันแรก

คะแนนที่ลดลงเมื่อลูกค้าเงียบหลังได้ราคา ควรลดเท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขตายตัว ควรเริ่มจากลดเล็กน้อยก่อนแล้วปรับตามข้อมูลจริงของธุรกิจคุณ เพราะบางธุรกิจลูกค้าเงียบไปนานแล้วกลับมาซื้อได้ปกติ การลดคะแนนแรงเกินไปอาจทำให้ทีมขายละเลยลีดที่จริง ๆ ยังมีโอกาส

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง