← กลับไปหน้าบทความ
เทรนด์ & ข้อควรระวัง

ส่งข้อมูลกลับแพลตฟอร์มด้วย Hashed Data ให้แม่นและถูก PDPA

02 ส.ค. 04:06 · อ่าน 2 นาที
ส่งข้อมูลกลับแพลตฟอร์มด้วย Hashed Data ให้แม่นและถูก PDPA

สรุปสั้น ๆ

การส่งข้อมูลลูกค้ากลับแพลตฟอร์มโฆษณา (เช่นอีเมล เบอร์โทร) ช่วยให้ระบบจับคู่คนที่ปิดการขายกลับไปที่คนที่เคยเห็นแอดได้แม่นขึ้น แต่ห้ามส่งแบบดิบเด็ดขาด ต้องผ่าน "Hashing" คือการแปลงเป็นรหัสที่ย้อนกลับไม่ได้ก่อน และการใช้ข้อมูลนี้ต้องมีฐานทางกฎหมายตาม PDPA ทำผิดขั้นตอนได้ทั้งข้อมูลเพี้ยนและความเสี่ยงทางกฎหมาย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนทำการตลาดหลายคนได้ยินคำว่า "hash" แล้วเบือนหน้าหนีเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของโปรแกรมเมอร์ แต่จริง ๆ แล้วถ้าคุณเข้าใจแค่แก่นของมัน คุณจะตัดสินใจได้ถูกขึ้นเยอะว่าจะส่งข้อมูลอะไรกลับแพลตฟอร์ม และจะทำยังไงให้ทั้งแม่นและไม่ผิดกฎหมาย

ทำไมต้องส่งข้อมูลลูกค้ากลับด้วย ก็เพราะในยุคที่คุกกี้ถูกบล็อก แพลตฟอร์มจับคู่คนได้ยากขึ้น การส่งข้อมูลระบุตัวตนแบบเข้ารหัสกลับไปช่วยให้มันจับคู่ "คนที่ปิดการขาย" กับ "คนที่เคยเห็นแอด" ได้แม่นขึ้น ซึ่งพอจับคู่แม่น การเรียนรู้ของอัลกอริทึมก็ตรงขึ้นตาม

แต่ตรงนี้แหละที่ต้องระวังหนักที่สุด เพราะข้อมูลลูกค้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายคุ้มครอง การทำพลาดไม่ได้แค่ทำให้ตัวเลขเพี้ยน แต่อาจกลายเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายด้วย บทความนี้ผมจะอธิบายทั้งด้านเทคนิคว่า Hashing คืออะไรและต้องทำให้แม่นยังไง ควบคู่กับด้านกฎหมายว่าต้องระวัง PDPA ตรงไหน

Hashing คืออะไร อธิบายแบบเห็นภาพ

Hashing คือการเอาข้อมูลอย่างอีเมลหรือเบอร์โทร มาแปลงเป็นสายอักขระยาว ๆ ที่ดูเหมือนตัวอักษรกับตัวเลขมั่ว ๆ ด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ จุดสำคัญคือมัน "ย้อนกลับไม่ได้" คือจากรหัสที่ได้ คุณแปลงกลับไปเป็นอีเมลเดิมไม่ได้ แต่ถ้าเอาอีเมลเดิมมาแปลงอีกครั้งด้วยสูตรเดิม จะได้รหัสเดิมเป๊ะเสมอ

คุณสมบัติ "ย้อนกลับไม่ได้ แต่เข้าเหมือนเดิมได้ค่าเดิม" นี่แหละคือหัวใจ มันทำให้สองฝ่ายจับคู่กันได้โดยไม่ต้องเห็นข้อมูลดิบของกันและกัน ฝั่งคุณแปลงอีเมลลูกค้าเป็นรหัส ฝั่งแพลตฟอร์มก็แปลงอีเมลที่มันมีด้วยสูตรเดียวกัน ถ้ารหัสตรงกันแปลว่าคนเดียวกัน โดยไม่มีใครต้องส่งอีเมลดิบให้กัน

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนการปั๊มลายนิ้วมือแทนการส่งบัตรประชาชนตัวจริง ลายนิ้วมือระบุได้ว่าเป็นคนเดิม แต่จากลายนิ้วมือคุณสร้างบัตรประชาชนกลับมาไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่แพลตฟอร์มบังคับให้ hash ก่อนส่ง เพราะมันลดความเสี่ยงหากข้อมูลรั่วระหว่างทาง

ทำไม Hash ผิดนิดเดียวก็จับคู่ไม่ได้เลย

จุดที่คนทำพลาดบ่อยที่สุดคือคิดว่าแค่ hash แล้วส่งไปก็จบ แต่ความจริงคือ Hashing มันเข้มงวดมาก ถ้าข้อมูลต้นทางต่างกันแม้แต่นิดเดียว รหัสที่ได้จะต่างกันสิ้นเชิง แล้วการจับคู่จะล้มเหลวเงียบ ๆ โดยไม่มีใครรู้ว่าพลาด

ตัวอย่างที่เจอจริงคือเรื่องช่องว่างและตัวพิมพ์ ถ้าฝั่งหนึ่งมีอีเมลเป็น somchai@mail.com แต่อีกฝั่งมีเป็น Somchai@mail.com พร้อมช่องว่างข้างหน้า รหัสที่ hash ออกมาจะคนละอันทันที ทั้งที่เป็นคนเดียวกัน ปัญหานี้ทำให้อัตราการจับคู่ต่ำโดยที่ระบบไม่ฟ้อง error อะไรเลย

เพราะฉะนั้นก่อน hash ต้อง "ทำความสะอาดข้อมูลให้เป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน" ก่อนเสมอ เช่นตัดช่องว่าง แปลงเป็นพิมพ์เล็กทั้งหมด และจัดรูปแบบเบอร์โทรให้เหมือนกัน เรื่องความสะอาดของข้อมูลนี้เกี่ยวโยงกับการล้างข้อมูลก่อนใช้งานโดยตรง ถ้าต้นทางสกปรก ต่อให้ hash ถูกวิธีก็จับคู่ไม่ติด

ขั้นตอนทำข้อมูลให้พร้อมก่อน Hash

การเตรียมข้อมูลให้เป็นมาตรฐานก่อน hash ไม่ยาก แต่ต้องทำให้ครบและทำเหมือนกันทุกครั้ง นี่คือลำดับที่ผมใช้:

  1. ตัดช่องว่างหน้า-หลังออกให้หมด เพราะช่องว่างที่มองไม่เห็นคือสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้จับคู่พลาด
  2. แปลงตัวอักษรเป็นพิมพ์เล็กทั้งหมด เพื่อให้ตัวพิมพ์ใหญ่-เล็กไม่ทำให้รหัสเพี้ยน
  3. จัดรูปแบบเบอร์โทรให้เป็นมาตรฐานเดียว เช่นตัดเครื่องหมายและเว้นวรรคออก และเติมรหัสประเทศให้ตรงตามที่แพลตฟอร์มกำหนด
  4. ตรวจข้อมูลที่ผิดรูปทิ้ง เช่นอีเมลที่ไม่มีเครื่องหมาย at หรือเบอร์ที่หลักไม่ครบ อย่า hash ขยะส่งไปเพราะมันได้แต่รหัสที่จับคู่ไม่ติด
  5. แปลงด้วยสูตร hash ตามที่แพลตฟอร์มกำหนด (แต่ละที่ระบุมาตรฐานของตัวเอง) แล้วส่งเฉพาะค่าที่ hash แล้วเท่านั้น ห้ามส่งค่าดิบพ่วงไปด้วย

ด้านกฎหมาย: PDPA ที่ต้องระวังก่อนส่งข้อมูล

ตรงนี้สำคัญและผมขอย้ำหนัก ๆ ว่า การ hash ไม่ได้แปลว่าคุณพ้นความรับผิดชอบตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ แม้ข้อมูลจะเข้ารหัสแล้ว การเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าก็ยังต้องมี "ฐานทางกฎหมาย" รองรับตาม PDPA เช่นการขอความยินยอมที่ชัดเจน หรือฐานอื่นที่กฎหมายรับรอง

สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างน้อยคือ มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บอกลูกค้าตรง ๆ ว่าคุณเก็บข้อมูลอะไร เอาไปใช้ทำอะไร รวมถึงการส่งให้แพลตฟอร์มโฆษณาเพื่อวัดผล และเปิดช่องให้ลูกค้าใช้สิทธิ์ของเขาได้ เช่นขอให้ลบข้อมูล การแอบส่งข้อมูลลูกค้าออกไปโดยไม่แจ้งคือจุดที่เสี่ยงที่สุด

ผมไม่ใช่นักกฎหมายและบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ประเด็นเรื่องฐานความชอบด้วยกฎหมายและการขอความยินยอมมีรายละเอียดที่ต่างกันตามบริบทธุรกิจ ถ้าคุณจะส่งข้อมูลลูกค้ากลับแพลตฟอร์มเป็นประจำ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA และดูแนวเรื่องPDPA สำหรับงานแอดและแอดมินประกอบ เพื่อให้มั่นใจว่าทำถูกตั้งแต่ต้น

สรุปความเสี่ยงและวิธีลดความเสี่ยง

เพื่อให้เห็นภาพว่าอะไรพลาดได้บ้างและกันยังไง ตารางนี้รวมความเสี่ยงที่เจอบ่อยทั้งด้านเทคนิคและด้านกฎหมาย:

ความเสี่ยงเกิดจากวิธีลดความเสี่ยง
จับคู่ไม่ติดข้อมูลไม่สะอาดก่อน hashทำมาตรฐานข้อมูลก่อนทุกครั้ง
ส่งค่าดิบหลุดออกไปลืมลบข้อมูลดิบก่อนส่งส่งเฉพาะค่าที่ hash แล้ว
ผิด PDPAไม่มีฐานทางกฎหมาย/ไม่แจ้งมีนโยบาย + ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ลูกค้าใช้สิทธิ์ไม่ได้ไม่มีช่องให้ขอลบข้อมูลเปิดช่องทางใช้สิทธิ์ให้ชัด

สรุป

การส่งข้อมูลกลับแพลตฟอร์มด้วย Hashed Data เป็นเครื่องมือที่มีพลังในยุคที่จับคู่ลูกค้ายากขึ้น แต่มันมีสองด้านที่ต้องทำให้ถูกพร้อมกัน ด้านเทคนิคคือต้องทำข้อมูลให้สะอาดเป็นมาตรฐานก่อน hash ไม่งั้นจับคู่ไม่ติดแบบเงียบ ๆ และด้านกฎหมายคือต้องมีฐานตาม PDPA และแจ้งลูกค้าให้ชัด เพราะข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่ของที่หยิบไปใช้ได้ตามใจ

ข้อเตือนใจที่อยากทิ้งไว้คือ อย่าให้ความอยากได้ตัวเลขแม่น ๆ มาบังตาจนมองข้ามเรื่องกฎหมาย การทำถูกตั้งแต่ต้นทั้งสองด้านนั้นคุ้มกว่าการรีบส่งข้อมูลออกไปก่อนแล้วมาตามแก้ทีหลัง ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่อง PDPA ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มส่งข้อมูลจริงเสมอ

  • Hashing = แปลงข้อมูลเป็นรหัสที่ย้อนกลับไม่ได้ ให้จับคู่ได้โดยไม่เห็นข้อมูลดิบ
  • ต้องทำข้อมูลสะอาดเป็นมาตรฐานก่อน hash ไม่งั้นจับคู่ไม่ติดโดยไม่ฟ้อง error
  • hash ไม่ได้ทำให้พ้น PDPA — ต้องมีฐานทางกฎหมาย แจ้งลูกค้า และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

คำถามที่พบบ่อย

Hash แล้วยังถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ไหม

ในหลายบริบทยังถือว่าเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ เพราะมันยังใช้ระบุตัวคนได้เมื่อจับคู่กับข้อมูลอื่น การ hash ช่วยลดความเสี่ยงหากข้อมูลรั่ว แต่ไม่ได้ทำให้คุณพ้นหน้าที่ตามกฎหมายทั้งหมด จึงต้องมีฐานทางกฎหมายและการแจ้งลูกค้าตามปกติ และควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญในกรณีของคุณเอง

ทำไมส่งข้อมูลไปแล้วอัตราการจับคู่ต่ำมาก

สาเหตุยอดฮิตคือข้อมูลไม่ได้ทำความสะอาดให้เป็นมาตรฐานก่อน hash เช่นมีช่องว่างเกิน มีตัวพิมพ์ใหญ่ปน หรือเบอร์โทรจัดรูปแบบไม่ตรงกับที่แพลตฟอร์มต้องการ แก้ได้ด้วยการตัดช่องว่าง แปลงเป็นพิมพ์เล็ก และจัดรูปแบบเบอร์ให้เหมือนกันทุกครั้งก่อนแปลง

จำเป็นต้องส่งทั้งอีเมลและเบอร์โทรไหม

ไม่จำเป็นต้องครบทุกอย่าง แต่โดยทั่วไปยิ่งมีจุดจับคู่มากอัตราการจับคู่ก็มีโอกาสสูงขึ้น อย่างไรก็ตามควรเก็บและส่งเท่าที่จำเป็นตามหลักการเก็บข้อมูลให้น้อยที่สุด และมีฐานทางกฎหมายรองรับ ไม่ใช่เก็บทุกอย่างเผื่อไว้โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าก่อนส่งข้อมูลกลับแพลตฟอร์มไหม

ขึ้นกับฐานทางกฎหมายที่คุณใช้และบริบทของธุรกิจ ในหลายกรณีการแจ้งอย่างชัดเจนในนโยบายความเป็นส่วนตัวและการขอความยินยอมเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด แต่รายละเอียดมีความละเอียดอ่อน จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA เพื่อเลือกฐานที่เหมาะกับกรณีของคุณ

ถ้าไม่อยากยุ่งกับข้อมูลส่วนตัวเลย ยังวัดผลได้ไหม

ได้ในระดับหนึ่ง คุณยังใช้การผูกที่มาผ่านรหัสระบุที่มาที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวได้ เพื่อรู้ว่ายอดมาจากแคมเปญไหน แต่การจับคู่กลับไปที่ตัวบุคคลบนแพลตฟอร์มจะแม่นน้อยลง เป็นการแลกระหว่างความแม่นกับความเรียบง่ายและความเสี่ยงที่ต่ำลง

ใครควรเป็นคนรับผิดชอบเรื่อง Hashing และ PDPA ในทีม

ควรมีคนดูแลทั้งสองด้าน คนฝั่งเทคนิคดูแลให้ hash ถูกวิธีและข้อมูลสะอาด ส่วนคนที่เข้าใจ PDPA หรือที่ปรึกษากฎหมายดูแลว่าฐานทางกฎหมายและการแจ้งลูกค้าครบถ้วน ธุรกิจเล็กที่ไม่มีทีมกฎหมายภายในควรจัดสรรงบสำหรับปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นครั้งคราว เพราะความเสี่ยงด้านนี้แก้ทีหลังแพงกว่า

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง