‘นำเข้าจากจีน’: ชิปปิ้งที่เปลี่ยนพ่อค้าแม่ค้าขี้กังวลให้กล้าส่งออเดอร์ใน LINE
สรุปสั้น ๆ
ธุรกิจชิปปิ้งนำเข้าจีนขายความไว้ใจล้วน ๆ เพราะลูกค้าต้องโอนเงินให้คนที่ไม่เคยเจอ เพื่อเอาของจากประเทศที่ไปตามไม่ได้ ความกลัวของหาย โดนภาษี โดนโกง คือกำแพงหลักที่ทำให้ออเดอร์แรกไม่เกิด ทางแก้ไม่ใช่การลดค่าขนส่ง แต่คือใช้ LINE ตอบความกลัวทีละข้อและทำให้ทุกขั้นตอนโปร่งใสจนลูกค้ากล้าเริ่ม
ธุรกิจนี้น่าสนใจตรงที่ ‘สินค้า’ ที่ขายจริง ๆ ไม่ใช่บริการขนส่ง แต่คือความไว้ใจ ลองคิดดูจากมุมลูกค้า เขาต้องโอนเงินค่าของบวกค่าขนส่งให้บริษัทที่เพิ่งเจอในโฆษณา เพื่อสั่งของจากร้านในจีนที่เขาอ่านภาษาไม่ออก แล้วรอของข้ามประเทศมาเป็นสัปดาห์ ทุกขั้นตอนมีจุดให้กลัวหมด
ผมเข้าไปช่วยบริษัทชิปปิ้งที่รับนำเข้าจากจีนแบบ door to door ลูกค้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากได้ของจากจีนมาขายต่อ คนที่ค้นคำว่า ‘นำเข้าจากจีน’ ‘ชิปปิ้งจีนถูก’ ‘หิ้วของจากจีน’ ทักเข้ามาเยอะมาก วันละหลายสิบคน แต่ที่กล้าส่งออเดอร์แรกจริง ๆ มีน้อย
เจ้าของคิดว่าปัญหาคือค่าขนส่งแพงไป จะให้ไปลดราคาแข่ง แต่ผมขอดูแชทก่อนเหมือนเคย แล้วพบว่าคนที่เงียบส่วนใหญ่ไม่ได้บ่นเรื่องราคาเลย เขาถามคำถามที่สะท้อนความกลัว ‘ถ้าของหายทำไง’ ‘โดนภาษีเพิ่มไหม’ ‘เคยมีของไม่ตรงปกไหม’ นี่คือกำแพงจริง ไม่ใช่ราคา
แผนที่ความกลัวของคนที่จะนำเข้าครั้งแรก
ก่อนจะแก้ ผมนั่งจดว่าคนที่เงียบถามอะไรบ้าง แล้วจัดกลุ่มความกลัวออกมาได้ชัดเจน อันดับหนึ่งคือกลัวโอนเงินแล้วของไม่มา หรือบริษัทเชิด อันดับสองกลัวของมาไม่ตรงกับที่สั่งเพราะสั่งจากรูปในเว็บจีน อันดับสามกลัวโดนเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มจนต้นทุนบานปลาย
พอเห็นแผนที่ความกลัวแบบนี้ ก็ชัดว่าการไปลดค่าขนส่งไม่ได้แก้อะไรเลย เพราะคนที่กลัวของหาย ต่อให้ขนส่งถูกลงเขาก็ยังไม่กล้าอยู่ดี สิ่งที่ต้องทำคือตอบความกลัวแต่ละข้อให้หมดก่อนที่มันจะกลายเป็นเหตุผลให้เขาถอย
ผมเชื่อว่าในธุรกิจที่ขายความไว้ใจ คนที่ถามคำถามเยอะ ๆ ไม่ใช่คนน่ารำคาญ แต่คือคนที่สนใจจริงและกำลังหาเหตุผลให้ตัวเองกล้าเริ่ม ถ้าเราตอบเขาได้ดี เขาจะกลายเป็นลูกค้าที่ภักดีที่สุด เพราะการนำเข้ามันต้องทำซ้ำเรื่อย ๆ ใครที่เขาไว้ใจแล้วเขาจะไม่เปลี่ยนง่าย ๆ
ทำทุกขั้นตอนให้โปร่งใสจนความกลัวไม่มีที่ยืน
วิธีสลายความกลัวที่ดีที่สุดคือความโปร่งใส เราปรับให้แอดมินอธิบายกระบวนการทั้งหมดให้ลูกค้าเห็นภาพตั้งแต่ต้น สั่งยังไง โอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรวจสอบได้ ของถึงโกดังจีนแล้วมีการถ่ายรูปยืนยัน ขนส่งมาไทยกี่วัน ตอนถึงไทยแจ้งเตือนยังไง
จุดที่ช่วยได้มากคือการอัปเดตสถานะเป็นระยะใน LINE พอลูกค้าเห็นว่าของถึงโกดังจีนแล้ว กำลังขึ้นรถมาไทยแล้ว ความกังวลว่าโอนไปแล้วเงียบก็หายไป เพราะเขาเห็นว่าของเดินทางอยู่จริง การใช้การแจ้งสถานะเป็นลำดับขั้นแบบนี้เปลี่ยนความเงียบที่น่ากลัวให้เป็นการรอที่สบายใจ
เรื่องภาษีเราก็อธิบายตรง ๆ ว่ากรณีไหนต้องเสีย กรณีไหนไม่ต้อง ไม่กลบเกลื่อน เพราะถ้าลูกค้ามาเจอค่าภาษีทีหลังโดยไม่ได้บอกก่อน เขาจะรู้สึกโดนหลอกและไม่กลับมาอีก การพูดความจริงเรื่องต้นทุนทั้งหมดตั้งแต่ต้น แม้จะทำให้ราคารวมดูสูงขึ้น แต่สร้างลูกค้าที่อยู่ยาวได้มากกว่า
ลดกำแพงออเดอร์แรกให้เตี้ยที่สุด
ออเดอร์แรกคือด่านที่ยากที่สุด เพราะลูกค้ายังไม่เคยพิสูจน์ว่าเราเชื่อได้ไหม เราเลยหาทางทำให้การลองครั้งแรกเสี่ยงน้อยลง เช่น แนะนำให้ลูกค้าใหม่ลองส่งออเดอร์เล็ก ๆ ก่อนเพื่อดูระบบ ไม่ต้องทุ่มก้อนใหญ่ทันที
การให้ลูกค้าเริ่มจากออเดอร์เล็กได้ผลดีกว่าการดันให้สั่งเยอะเพื่อคุ้มค่าขนส่ง เพราะพอเขาได้ลองแล้วของมาจริง ตรงปก ทันเวลา ความไว้ใจก็ถูกสร้างขึ้น ครั้งต่อไปเขากล้าสั่งก้อนใหญ่เอง คนที่ผ่านออเดอร์แรกไปแล้วคือกลุ่มที่มีค่าที่สุด การดูแลลูกค้าที่เคยส่งออเดอร์แล้วให้กลับมาส่งซ้ำคือหัวใจของกำไรในธุรกิจนี้
คำค้นไหนได้พ่อค้าแม่ค้าตัวจริง ไม่ใช่คนถามเล่น
เมื่อเราผูกออเดอร์จริงกลับไปที่คำค้น ก็เห็นภาพชัดว่าคำกว้างอย่าง ‘นำเข้าจากจีน’ ได้คนทักเยอะแต่ปนคนที่แค่อยากรู้ว่ามันคืออะไร ยังไม่มีของจะสั่งจริง ส่วนคำที่เจาะเจตนากว่าอย่าง ‘ชิปปิ้งจีนราคาต่อกิโล’ หรือ ‘นำเข้าเสื้อผ้าจากจีนมาขาย’ ได้คนที่มีของในใจแล้วและพร้อมส่งออเดอร์มากกว่า
การรู้แบบนี้ทำให้เราเทงบไปที่คำที่ได้พ่อค้าแม่ค้าตัวจริง เพราะสุดท้ายเราไม่ได้อยากได้แค่คนทัก เราอยากได้คนที่ส่งออเดอร์ นี่คือเหตุผลที่ต้องวัดถึงยอดที่ส่งออเดอร์จริง ไม่ใช่หยุดที่จำนวนคนทัก เพราะคำกว้างที่คนทักเยอะอาจดูดีในรายงาน แต่ถ้าไม่มีใครส่งออเดอร์จริง มันก็แค่เผาเงินค่าแอด
สรุป
เคสชิปปิ้งนำเข้าจีนสอนว่า เมื่อสินค้าที่แท้จริงคือความไว้ใจ กำแพงหลักที่ปิดกั้นออเดอร์แรกคือความกลัว ไม่ใช่ราคา การไปลดค่าขนส่งจึงไม่ตอบโจทย์ สิ่งที่ได้ผลคือตอบความกลัวทีละข้อและทำทุกขั้นตอนให้โปร่งใส
เมื่อลูกค้ากล้าผ่านออเดอร์แรกไปได้ และได้ประสบการณ์ที่ดี เขาจะกลับมาส่งซ้ำและกล้าสั่งก้อนใหญ่ขึ้นเอง การดูแลลูกค้าเก่าและเลือกลงงบกับคำค้นที่ได้คนพร้อมสั่งจริง คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตอย่างยั่งยืน
- สินค้าจริงคือความไว้ใจ กำแพงคือความกลัว ไม่ใช่ราคา
- ทำทุกขั้นตอนโปร่งใส+อัปเดตสถานะ ให้ความกลัวไม่มีที่ยืน
- ลดกำแพงออเดอร์แรกด้วยการให้ลองก้อนเล็ก แล้วดูแลให้ส่งซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ลูกค้ากลัวโอนเงินแล้วของไม่มา ควรตอบยังไงให้เขากล้าเริ่ม
ทำทุกขั้นตอนให้โปร่งใส อธิบายกระบวนการตั้งแต่สั่ง โอน จนของถึงมือ พร้อมอัปเดตสถานะเป็นระยะให้เขาเห็นว่าของเดินทางอยู่จริง และแนะนำให้ลองออเดอร์เล็กก่อนเพื่อพิสูจน์ระบบ จะช่วยลดความกลัวได้มากกว่าการรับปากลอย ๆ
เรื่องภาษีนำเข้าควรบอกลูกค้าตอนไหน
ควรบอกตั้งแต่ต้นว่ากรณีไหนต้องเสียภาษีและกรณีไหนไม่ต้อง แม้จะทำให้ราคารวมดูสูงขึ้น เพราะถ้าลูกค้ามาเจอค่าใช้จ่ายเพิ่มทีหลังโดยไม่ได้บอกก่อน เขาจะรู้สึกโดนหลอกและไม่กลับมาอีก ความโปร่งใสเรื่องต้นทุนสร้างลูกค้าระยะยาวได้ดีกว่า
ควรลดค่าขนส่งเพื่อแข่งกับเจ้าอื่นไหม
ในธุรกิจนี้คนที่เงียบส่วนใหญ่ติดเรื่องความไว้ใจ ไม่ใช่ราคา การลดค่าขนส่งจึงมักไม่แก้ปัญหาที่แท้จริง ควรลงทุนกับการทำให้กระบวนการโปร่งใสและตอบความกลัวให้หมดก่อน ซึ่งได้ผลกว่าการแข่งราคาจนกำไรบาง
ลูกค้าใหม่ควรเริ่มจากออเดอร์ขนาดไหน
แนะนำให้เริ่มจากออเดอร์เล็กเพื่อทดลองระบบก่อน แม้จะดูไม่คุ้มค่าขนส่งเท่าออเดอร์ใหญ่ แต่พอเขาได้ลองแล้วของมาตรงปกทันเวลา ความไว้ใจก็เกิด ครั้งต่อไปเขาจะกล้าสั่งก้อนใหญ่เอง ซึ่งดีกว่าการดันให้สั่งเยอะตั้งแต่ยังไม่เชื่อใจ
ลูกค้าถามว่าเคยมีของมาไม่ตรงปกไหม ควรตอบยังไง
ตอบตามจริงว่าการสั่งของจากรูปมีความเสี่ยงเรื่องของไม่ตรงได้เสมอ แล้วอธิบายว่ามีขั้นตอนตรวจสอบอะไรบ้าง เช่น การถ่ายรูปยืนยันที่โกดัง การพูดตรงเรื่องความเสี่ยงและวิธีจัดการ สร้างความเชื่อใจได้มากกว่าการบอกว่าไม่เคยมีปัญหาเลย
จะรู้ได้ยังไงว่าคำโฆษณาไหนได้ลูกค้าที่ส่งออเดอร์จริง
ควรผูกออเดอร์ที่ส่งจริงกลับไปยังคำค้นหรือแคมเปญที่พาลูกค้าเข้ามา ไม่ใช่ดูแค่จำนวนคนทัก คำที่เจาะเจตนา เช่น ระบุประเภทสินค้าหรือราคาต่อกิโล มักได้พ่อค้าแม่ค้าที่มีของจะสั่งจริงมากกว่าคำกว้าง เมื่อวัดถึงออเดอร์จริงจะเห็นความต่างชัด
บทความที่เกี่ยวข้อง


