HR ค้น ‘หาพนักงานเซลส์ด่วน’ ตอนตีสอง: บริษัทจัดหางานปิดดีลใน LINE ยังไง
สรุปสั้น ๆ
ลูกค้าของบริษัทจัดหางานไม่ใช่คนหางาน แต่คือ HR/เจ้าของกิจการที่ ‘มีตำแหน่งว่างแล้วปวดหัว’ เขาค้นตอนดึกด้วยความเครียด สิ่งที่ปิดดีลไม่ใช่การอวดว่ามีผู้สมัครกี่หมื่นคนในฐานข้อมูล แต่คือการตอบเร็ว เข้าใจว่าเขาเดือดร้อนเรื่องอะไร แล้วเสนอทางที่ลดความเสี่ยงให้เขากล้าเริ่ม
งานนี้ต่างจากเคสขายของทั่วไปตรงที่ ‘สินค้า’ คือคน และ ‘ลูกค้า’ ก็คือคนที่กำลังหัวร้อนเพราะขาดคน ผมเข้าไปช่วยบริษัทจัดหางานที่เน้นสาย Sales กับ Telesales ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทุกบริษัทแย่งกันและลาออกบ่อย ลูกค้าเขาคือ HR และเจ้าของกิจการ SME ที่เปิดรับเซลส์มาสามเดือนแล้วยังไม่ได้คนสักที
สิ่งที่ผมสังเกตตั้งแต่วันแรกคือ เวลาที่คนทักเข้ามาในเพจเยอะที่สุดไม่ใช่เวลาทำการ แต่เป็นช่วงสี่ทุ่มถึงตีหนึ่ง ตอนแรกงงว่าทำไม พอไปคุยกับ HR หลายคนถึงเข้าใจ ช่วงกลางวันเขาไฟลนก้นกับงานประจำ กว่าจะมีเวลานั่งจริงจังกับเรื่องหาคนก็ตอนกลับบ้านแล้ว นั่งเปิดมือถือค้นคำว่า ‘หาพนักงานเซลส์ด่วน’ หรือ ‘บริษัทจัดหางานเซลส์’ ด้วยความเหนื่อยล้า
เข้าใจตรงนี้แล้วเปลี่ยนทุกอย่าง เพราะมันแปลว่าถ้าเราตอบเช้าวันรุ่งขึ้น ลูกค้าคนนั้นอาจทักไปหาคู่แข่งอีกสามเจ้าไปแล้ว และคนที่ตอบเขาตอนตีสองด้วยข้อความที่เข้าใจความเครียดของเขา คือคนที่ได้ดีลไป
ลีดของเราคือ ‘คนที่กำลังปวดหัว’ ไม่ใช่คนที่กำลังช้อป
ข้อผิดพลาดแรกที่ผมเจอในสคริปต์แชทเดิมของทีมคือ เขาตอบ HR เหมือนตอบลูกค้าซื้อของ ทักมาปุ๊บก็ยิงแพ็กเกจราคาไปเลย ‘ค่าบริการจัดหาพนักงานเริ่มต้น 15% ของเงินเดือนปีแรกค่ะ’ ซึ่งมันเร็วเกินไปและเย็นชาเกินไปสำหรับคนที่กำลังเครียด
HR ที่ทักมาตอนดึกเขาไม่ได้อยากรู้ราคาเป็นอย่างแรก เขาอยากรู้ว่า ‘คุณช่วยฉันได้จริงไหม’ ตำแหน่งเซลส์ประกันที่เปิดมาสามเดือนแล้วยังว่าง หัวหน้าทวงทุกสัปดาห์ ยอดทีมตกเพราะคนไม่พอ นี่คือความเจ็บปวดจริงที่อยู่เบื้องหลังคำค้น เราต้องพูดถึงสิ่งนี้ก่อนพูดถึงเงิน
พอเราปรับให้แอดมินเปิดด้วยการถามสถานการณ์ก่อน เช่น ‘ตำแหน่งเซลส์ที่พี่หาอยู่ เปิดรับมานานยังคะ แล้วติดตรงไหนเป็นพิเศษไหม’ อัตราการที่ HR คุยต่อจนถึงขั้นนัดคุยรายละเอียดเพิ่มขึ้นชัดเจน เพราะเขารู้สึกว่าเจอคนที่เข้าใจปัญหา ไม่ใช่แค่คนขายบริการ
สงครามชิงดีลเกิดตอนที่ทุกคนหลับ
เมื่อรู้ว่าลีดคุณภาพดีที่สุดมาตอนดึก เราเลยตัดสินใจสองอย่าง อย่างแรกคือตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติที่ ‘มีเนื้อ’ ไม่ใช่แค่ ‘ขอบคุณที่ติดต่อค่ะ เดี๋ยวทีมงานติดต่อกลับในเวลาทำการ’ ซึ่งเท่ากับปล่อยให้ลีดเย็นชืดไปทั้งคืน
เราเขียนข้อความกลางคืนที่ตอบคำถามที่ HR น่าจะมีในหัวไว้ก่อนเลย เช่น ใช้เวลากี่วันถึงจะส่งผู้สมัครชุดแรก มีการคัดกรองยังไง ถ้าพนักงานลาออกใน 3 เดือนแรกทำยังไง คำถามพวกนี้คือข้อกังวลที่ค้างอยู่ในใจเขา ที่ถ้าเคลียร์ได้ตั้งแต่ข้อความแรก เขาจะรอถึงเช้าเพื่อคุยต่อโดยไม่หนีไปไหน
อย่างที่สองคือเราวัดจริง ๆ ว่าความเร็วในการตอบส่งผลต่อการปิดดีลแค่ไหน ผลออกมาชัดมาก HR ที่ได้รับการตอบแบบมีสาระภายในสิบนาทีแรก มีโอกาสคุยต่อจนนัดหมายสูงกว่ากลุ่มที่รอถึงเช้าเกือบเท่าตัว ตัวเลขนี้ทำให้เจ้าของบริษัทยอมลงทุนจัดเวรแอดมินกลางคืนโดยไม่ต้องเถียงกันนาน
ปิดดีลด้วยการลดความเสี่ยง ไม่ใช่ลดราคา
จุดที่ HR ลังเลที่สุดไม่ใช่ราคา แต่คือความกลัวว่า ‘จ่ายไปแล้วได้คนไม่ตรง’ หรือ ‘คนที่ส่งมาอยู่ไม่ถึงเดือนก็ลาออก’ เพราะเขาเคยเจ็บมาก่อนจากเอเจนซี่เจ้าอื่น เราเลยไม่ไปแข่งลดค่าบริการ แต่ไปแก้ที่ความกลัวนี้แทน
เราปรับข้อเสนอให้ชัดว่าคิดค่าบริการเมื่อผู้สมัครเริ่มงานจริงเท่านั้น และมีเงื่อนไขการหาคนแทนถ้าลาออกในช่วงต้น พอความเสี่ยงของ HR ลดลง เขากล้าเริ่มมากขึ้น การนำเสนอแบบมีเคสจริงของบริษัทที่เคยหาเซลส์ให้สำเร็จประกอบไปด้วย ก็ช่วยให้เขาเชื่อว่าไม่ได้กำลังเสี่ยงคนเดียว
ผมย้ำกับทีมเสมอว่าอย่าไปสัญญาเกินจริงว่าจะหาคนได้ในกี่วันแบบตายตัว เพราะงานหาคนมีปัจจัยที่คุมไม่ได้เยอะ การพูดตรงว่า ‘ปกติเคสแบบนี้เราส่งชุดแรกได้ในกรอบเวลาประมาณนี้ แต่ขึ้นกับความยากของตำแหน่งด้วย’ กลับสร้างความเชื่อใจได้มากกว่าการรับปากเวอร์ ๆ
รู้ว่าคำค้นไหนได้ HR ที่จ่ายจริง เปลี่ยนวิธีลงงบทั้งหมด
ตอนแรกทีมยิงแอดคำกว้างอย่าง ‘บริษัทจัดหางาน’ เยอะมากเพราะคนค้นเยอะ แต่พอเราผูกดีลที่ปิดจริงกลับไปที่คำค้น เราพบว่าคำกว้างได้คนมาถามเยอะก็จริง แต่ส่วนใหญ่เป็นคนหางานที่ทักผิด ไม่ใช่ HR
คำที่ได้ HR ตัวจริงคือคำที่เจาะตำแหน่งและมีความเร่งด่วน เช่น ‘หาพนักงานเซลส์ด่วน’ ‘จัดหาเทเลเซลส์’ ‘หาคนขายประกันด่วน’ พอเรารู้แบบนี้ก็เทงบไปที่คำกลุ่มนี้ แล้วลดคำกว้างลง ต้นทุนต่อดีลที่ปิดได้ลดลงเห็น ๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการวัดถึงยอดที่ปิดจริง ไม่ใช่แค่ยอดทัก ถึงสำคัญ ถ้าเราดูแค่จำนวนคนทัก คำกว้างจะดูดีทั้งที่จริงเผาเงินทิ้ง
สรุป
เคสบริษัทจัดหางานย้ำว่า เมื่อลูกค้าคือคนที่กำลังปวดหัวไม่ใช่คนที่กำลังช้อป การเปิดบทสนทนาด้วยความเข้าใจปัญหาสำคัญกว่าการยิงราคา และเพราะลีดคุณภาพดีมาตอนดึก ความเร็วในการตอบกลายเป็นอาวุธหลักในการชิงดีล
ที่สำคัญที่สุดคืออย่าปิดด้วยการลดราคา แต่ให้ปิดด้วยการลดความเสี่ยงให้ HR กล้าเริ่ม แล้วผูกดีลที่ปิดจริงกลับไปที่คำค้น เพื่อเทงบไปยังคำที่ได้ลูกค้าตัวจริง ไม่ใช่คำกว้างที่ได้แต่คนถามผิด
- ลีดคือ HR ที่เครียด เปิดด้วยความเข้าใจปัญหา ไม่ใช่ยิงราคา
- ลีดดีมาตอนดึก ความเร็วในการตอบคือตัวชิงดีล
- ปิดด้วยการลดความเสี่ยง และวัดถึงดีลจริงเพื่อเลือกคำค้น
คำถามที่พบบ่อย
ลูกค้าที่เป็น HR มักถามอะไรก่อนตัดสินใจใช้บริการ
ส่วนใหญ่ถามเรื่องระยะเวลาส่งผู้สมัคร วิธีคัดกรอง และเงื่อนไขถ้าคนที่ส่งไปลาออกเร็ว คำถามพวกนี้สะท้อนความกลัวว่าจ่ายแล้วได้คนไม่ตรง การตอบให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยให้เขากล้าตัดสินใจเร็วขึ้น
ทำไมคนทักเข้ามาช่วงกลางคืนเยอะ ควรจัดคนตอบดึกไหม
เพราะ HR หลายคนมีเวลาจริงจังกับเรื่องหาคนหลังเลิกงาน ถ้าลีดกลางคืนของคุณคุณภาพดีและปิดได้ การมีข้อความตอบกลับที่มีสาระหรือคนตอบช่วงดึกจะได้เปรียบคู่แข่งที่ตอบเฉพาะเวลาทำการ แต่ควรวัดก่อนว่าลีดกลางคืนคุ้มกับต้นทุนคนตอบจริง
ควรบอกค่าบริการในแชทเลยหรือรอคุยรายละเอียดก่อน
แนะนำให้ทำความเข้าใจสถานการณ์ของ HR ก่อนสักเล็กน้อยแล้วค่อยเสนอราคาพร้อมสิ่งที่เขาจะได้ เพราะถ้ายิงราคาไปทันทีโดยไม่รู้ว่าตำแหน่งยากแค่ไหน อาจทำให้ดูแพงหรือถูกเกินจริง และพลาดโอกาสสื่อความคุ้มค่า
จะสร้างความเชื่อใจกับ HR ที่เคยเจ็บจากเอเจนซี่อื่นยังไง
ใช้เคสจริงของบริษัทที่คุณเคยหาคนตำแหน่งใกล้เคียงให้สำเร็จ พร้อมพูดถึงเงื่อนไขที่ลดความเสี่ยงให้เขา เช่น การคิดค่าบริการเมื่อเริ่มงานจริง จะช่วยได้มากกว่าการรับปากลอย ๆ ว่าดีที่สุด
คำโฆษณาแบบไหนได้ HR ตัวจริง ไม่ใช่คนหางานที่ทักผิด
คำที่เจาะตำแหน่งและมีความเร่งด่วน เช่น หาพนักงานเซลส์ด่วน หรือจัดหาเทเลเซลส์ มักได้ HR มากกว่าคำกว้างอย่างบริษัทจัดหางานที่คนหางานก็ค้นเจอ การผูกดีลที่ปิดจริงกลับไปยังคำค้นช่วยแยกออกว่าคำไหนคุ้ม
รับปากได้ไหมว่าจะหาคนได้ภายในกี่วัน
ไม่ควรรับปากเวลาแบบตายตัว เพราะความยากของแต่ละตำแหน่งต่างกันและมีปัจจัยที่คุมไม่ได้ การให้กรอบเวลาโดยประมาณพร้อมอธิบายปัจจัยที่มีผล จะสร้างความเชื่อใจได้มากกว่าการกล่าวอ้างผลแบบตายตัว
บทความที่เกี่ยวข้อง


