← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

แบรนด์ที่ยิงคีย์เวิร์ดกว้างมาสองปี เปลี่ยนมาวัดผลผ่านแชทแบบละเอียด แล้ว ROAS ที่นิ่งมานานเริ่มขยับ

02 ส.ค. 04:29 · อ่าน 1 นาที
แบรนด์ที่ยิงคีย์เวิร์ดกว้างมาสองปี เปลี่ยนมาวัดผลผ่านแชทแบบละเอียด แล้ว ROAS ที่นิ่งมานานเริ่มขยับ

สรุปสั้น ๆ

เคสตัวอย่าง (สมมติ) นี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งบโฆษณาหรือคู่แข่ง แต่อยู่ที่การยิงคีย์เวิร์ดแบบ broad match มานานโดยไม่เคยรู้ว่าคำค้นไหนจริง ๆ ที่ปิดยอดได้ พอเปลี่ยนมาผูกทุกคลิกเข้ากับการปิดยอดในแชท ก็เห็นชัดว่างบส่วนใหญ่ไหลไปหาคนที่แค่เดินผ่าน ไม่ใช่คนที่ตั้งใจซื้อจริง

สมมติร้าน ‘ฟิตแฟคทอรี่’ ขายอุปกรณ์ออกกำลังกายออนไลน์ ยิง Google Ads ด้วยคีย์เวิร์ดแบบ broad match มาเกือบสองปี เพราะเชื่อว่ายิ่งกว้างยิ่งเจอลูกค้าได้เยอะ งบต่อเดือนอยู่ที่ราวหกหมื่นบาท แต่ ROAS นิ่งอยู่แถว 1.1-1.4 มาตลอด โดยไม่มีใครในทีมรู้ว่าเพราะอะไร

ทีมเคยลองปรับงบเพิ่มลด ลองเปลี่ยนครีเอทีฟหลายรอบ แต่ตัวเลขก็ยังวนอยู่ที่เดิม จนวันหนึ่งแอดมินแชทตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ทักเข้ามาถามราคาจำนวนมากพิมพ์คำที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าที่ร้านขายเลย เช่นถามหา ‘รองเท้าวิ่ง’ ทั้งที่ร้านขายลู่วิ่งกับดัมเบล

จุดนี้ทำให้ทีมเริ่มสงสัยว่าคีย์เวิร์ดแบบกว้างอาจดึงคนที่ไม่ตรงกลุ่มเข้ามาเยอะเกินไป จึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีวัดผลทั้งหมด โดยผูกทุกคลิกโฆษณาเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในแชท ไม่ใช่แค่ดูจำนวนคลิกอย่างเดียว บทความนี้เล่าจากเคสตัวอย่างสมมติ ตัวเลขเป็นตัวอย่างประกอบการอธิบายเท่านั้น

จุดบอดของการยิงคีย์เวิร์ดกว้างที่ไม่มีใครสังเกตมานาน

broad match ทำงานโดยจับคำที่แพลตฟอร์ม ‘คิดว่าเกี่ยวข้อง’ กับคีย์เวิร์ดที่ตั้งไว้ ซึ่งบางครั้งกว้างเกินกว่าที่ธุรกิจต้องการมาก ร้านฟิตแฟคทอรี่ตั้งคำว่า ‘อุปกรณ์ออกกำลังกาย’ ไว้ แต่ระบบไปจับคำใกล้เคียงอย่าง ‘ชุดออกกำลังกาย’ หรือ ‘รองเท้าฟิตเนส’ มาด้วย ทั้งที่ร้านไม่ได้ขายสินค้ากลุ่มนั้นเลย

ปัญหาคือทีมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะรายงานในหน้า Google Ads แสดงแค่ ‘จำนวนคลิก’ กับ ‘Conversion’ โดยไม่ได้บอกว่าคนที่คลิกเข้ามาคุยเรื่องอะไรจริงในแชท

ทีมเริ่มให้แอดมินติดแท็กสั้น ๆ ทุกครั้งที่เปิดแชทใหม่ ว่าลูกค้าถามเรื่องอะไร ตรงกับสินค้าที่ร้านขายจริงหรือไม่ แล้วนำมาเทียบกับความตั้งใจในการค้นหาของคำที่พาเขามาคลิกโฆษณา ผลที่ได้ค่อนข้างชัดเจนว่า คนที่ถามคำถามตรงกับสินค้าที่ขายจริง มีโอกาสปิดยอดสูงกว่าคนที่ถามเรื่องไม่เกี่ยวข้องถึงเกือบห้าเท่า

ทีมยังใช้การวางแผนคีย์เวิร์ดใหม่โดยอิงจากคำที่ลูกค้าที่ปิดยอดจริงเคยใช้ค้นหา แทนที่จะเดาคำกว้าง ๆ แบบเดิมที่เคยใช้มาตลอดสองปี

ขั้นตอนเก็บกวาดคีย์เวิร์ดที่ทำจริงหลังเห็นข้อมูล

  1. ดึงรายชื่อคำค้นทั้งหมดที่ทำให้เกิดคลิกในเดือนล่าสุด แล้วเทียบกับแท็กที่แอดมินบันทึกไว้จากแชทจริง
  2. ตัดคำที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากกลุ่มเป้าหมายทันที เช่นคำที่พาคนมาถามรองเท้าหรือชุดออกกำลังกาย
  3. เปลี่ยนจาก broad match มาใช้คำที่เจาะจงมากขึ้น โดยอ้างอิงจากคำที่ลูกค้าที่ปิดยอดจริงเคยพิมพ์
  4. ตั้งระบบให้แอดมินติดแท็กต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ เพื่อปรับคีย์เวิร์ดตามพฤติกรรมจริงที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

ตัวเลขก่อนและหลังเปลี่ยนวิธีวัดผลแบบผูกกับแชท

ช่วงเวลารูปแบบคีย์เวิร์ดROASสัดส่วนแชทที่ตรงกับสินค้าจริง
ก่อนเปลี่ยนbroad match ล้วน1.2ประมาณ 40%
เดือนแรกหลังผูกแชทผสมระหว่างเก่ากับใหม่1.9ประมาณ 61%
เดือนที่สามเจาะจงตามคำที่ปิดยอดจริง2.8ประมาณ 79%

สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่งบ แต่คือมุมมองต่อคำว่า ‘คลิก’

ก่อนหน้านี้ทีมมองว่าคลิกเยอะเท่ากับโอกาสขายเยอะ แต่เคสนี้สอนว่าคลิกที่ไม่ตรงกลุ่มไม่ได้สร้างมูลค่าอะไรเลย มีแต่จะเผางบไปกับคนที่ไม่มีทางซื้อ

สิ่งที่ทำให้ระบบดีขึ้นไม่ใช่การเพิ่มงบหรือลดงบ แต่คือการรู้ว่างบที่มีอยู่ควรไหลไปทางไหน ซึ่งรู้ได้จากการเทียบข้อมูลระหว่างเครื่องมือวิเคราะห์เว็บกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในแชท ไม่ใช่ดูตัวเลขฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว

สรุป

เคสนี้ไม่ได้จบด้วยการเจอสูตรคีย์เวิร์ดวิเศษ แต่จบด้วยการเห็นว่าคำว่า ‘คลิก’ ที่เคยเชื่อว่าเยอะแล้วดี จริง ๆ แล้วมีทั้งคลิกที่มีค่าและคลิกที่ไม่มีค่าเลย

ถ้ายิงแอดมานานแล้วตัวเลขนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปไหน ลองถามว่าคนที่คลิกเข้ามาคุยเรื่องอะไรในแชทจริง ๆ ก่อนที่จะไปเพิ่มงบหรือเปลี่ยนครีเอทีฟรอบใหม่

  • broad match อาจดึงคนที่ไม่ตรงกลุ่มเข้ามาปนโดยไม่มีใครรู้ตัว
  • การผูกบทสนทนาในแชทกับคำค้นช่วยให้เห็นว่าคำไหนปิดยอดได้จริง
  • การเจาะจงคีย์เวิร์ดตามข้อมูลจริง มักได้ผลดีกว่าการเดาคำกว้าง ๆ ไปเรื่อย ๆ

คำถามที่พบบ่อย

broad match เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

เหมาะกับธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงสำรวจตลาดกว้าง ๆ หรือสินค้าที่มีกลุ่มลูกค้าหลากหลายจริง ๆ แต่ถ้าสินค้าเฉพาะกลุ่มมาก การยิงกว้างเกินไปอาจดึงคนที่ไม่ตรงกลุ่มเข้ามาปนเยอะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าคีย์เวิร์ดที่ใช้อยู่กว้างเกินไป

ให้เทียบสิ่งที่ลูกค้าถามจริงในแชทกับคำค้นที่พาเขามาคลิกโฆษณา ถ้าคำถามในแชทไม่ตรงกับสินค้าที่ขายบ่อยครั้ง แสดงว่าคีย์เวิร์ดอาจกว้างเกินไป

การเปลี่ยนจาก broad match ทำให้ยอดคลิกลดลงไหม

มักลดลงจริง แต่คลิกที่เหลือมีคุณภาพสูงขึ้น เพราะเป็นคนที่ค้นหาด้วยคำที่ตรงกับสินค้าจริง ซึ่งมักปิดยอดได้ง่ายกว่า

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลจากการเปลี่ยนคีย์เวิร์ด

ในเคสตัวอย่างนี้ใช้เวลาประมาณสามเดือนกว่าตัวเลขจะนิ่งขึ้น เพราะต้องเก็บข้อมูลแชทให้มากพอที่จะรู้ว่าคำไหนปิดยอดได้จริง

ต้องเปลี่ยนคีย์เวิร์ดทั้งหมดในครั้งเดียวหรือไม่

ไม่จำเป็น เคสนี้ทยอยเปลี่ยนทีละกลุ่มโดยดูจากข้อมูลแชทที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าการเปลี่ยนทั้งหมดในครั้งเดียวซึ่งเสี่ยงเกินไป

มีวิธีผูกข้อมูลแชทกับคำค้นโดยไม่ต้องให้แอดมินจดมือทุกครั้งไหม

มี เช่นระบบอย่าง linli ที่ช่วยบันทึกที่มาของแชทเทียบกับคำค้นและแคมเปญโฆษณาโดยอัตโนมัติ ลดภาระที่แอดมินต้องจดเองแบบในช่วงแรกของเคสนี้

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง