← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

คู่แข่งประมูลชื่อแบรนด์คุณเอง: ป้องกันแบบไหนไม่เสียเงินฟรี

02 ส.ค. 04:21 · อ่าน 1 นาที
คู่แข่งประมูลชื่อแบรนด์คุณเอง: ป้องกันแบบไหนไม่เสียเงินฟรี

สรุปสั้น ๆ

การที่คู่แข่งประมูลชื่อแบรนด์คุณเองในโฆษณาค้นหา ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายและเกิดขึ้นได้ปกติในสนามแข่งขัน สิ่งที่คุณควบคุมได้คือตรวจให้เจอเร็ว ประเมินว่าคุ้มจะป้องกันแค่ไหน แล้วเลือกป้องกันเฉพาะจุดที่เสียลูกค้าจริงๆ ไม่ใช่ประมูลชื่อตัวเองแบบเผื่อทุกกรณี

มีเคสหนึ่งที่ผมจำได้แม่น ลูกค้าของผมทำแบรนด์เสื้อผ้าเด็กเล็กๆ อยู่ วันหนึ่งมีลูกค้าเก่าทักมาบอกว่า ‘พี่คะ หนูเสิร์ชชื่อร้านตรงๆ เลยนะ แต่ทำไมมันเด้งโฆษณาร้านอื่นขึ้นมาก่อน’ เจ้าของร้านตกใจมาก เพราะไม่เคยคิดว่าคนอื่นจะประมูลชื่อแบรนด์ตัวเองในโฆษณาค้นหาได้

ความจริงคือทำได้ และเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่ชื่อเริ่มเป็นที่รู้จัก เพราะคู่แข่งรู้ว่าคนที่เสิร์ชชื่อแบรนด์คุณตรงๆ คือคนที่ ‘พร้อมซื้อสูงมาก’ แค่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะซื้อจากคุณหรือจากคนที่โผล่มาให้เห็นก่อน

คำถามที่ตามมาไม่ใช่ ‘ต้องป้องกันไหม’ แต่คือ ‘ป้องกันแค่ไหนถึงพอดี’ เพราะการประมูลชื่อตัวเองมีต้นทุน ถ้าป้องกันทุกอย่างแบบไม่คิด อาจกลายเป็นจ่ายเงินซื้อลูกค้าที่จะทักหาคุณอยู่แล้วโดยไม่จำเป็น

ทำไมคู่แข่งถึงเลือกประมูลชื่อแบรนด์คุณ

เหตุผลง่ายมาก คนที่เสิร์ชชื่อแบรนด์คุณตรงๆ คือคนที่ผ่านขั้นตอน ‘รู้จักและสนใจ’ มาแล้ว เขาไม่ต้องเสียเวลาสร้างความรู้จักเอง แค่แทรกตัวเข้ามาในจังหวะสุดท้ายก่อนตัดสินใจ ต้นทุนต่อคลิกของคำค้นแบบนี้จึงมักถูกกว่าคำค้นทั่วไปมาก แต่โอกาสปิดการขายสูงกว่าเยอะ เป็นดีลที่คุ้มมากสำหรับฝั่งคู่แข่ง

อีกเหตุผลคือแบรนด์เล็กหลายเจ้าไม่เคยประมูลชื่อตัวเองเลย เพราะคิดว่า ‘คนหาชื่อฉันตรงๆ ยังไงก็เจอฉันก่อนอยู่แล้ว’ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด เพราะระบบประมูลไม่ได้ให้สิทธิ์เจ้าของชื่อโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่มีใครแข่ง ตำแหน่งบนสุดก็เปิดว่างให้ใครก็ได้ที่อยากประมูล

ปล่อยไว้ไม่ป้องกัน เสียอะไรบ้าง

ลองนึกภาพเปรียบเทียบเล่นๆ สมมติร้านหนึ่งมีคนเสิร์ชชื่อแบรนด์ตรงๆ เดือนละ 300 ครั้ง ถ้าครึ่งหนึ่งเจอโฆษณาคู่แข่งก่อนแล้วเปลี่ยนใจไปทักที่อื่นแทน นั่นคือ 150 คนต่อเดือนที่ตั้งใจจะมาหาคุณอยู่แล้ว แต่หลุดมือไปให้คนอื่นฟรีๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้น เพราะตัวเลขนี้เป็นแค่ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ตัวเลขจริงของแต่ละร้านต้องเช็กจากคำค้นแบรนด์ตัวเองในบัญชีโฆษณา

ที่แย่กว่านั้นคือ คนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่พร้อมซื้อสูงสุดในบรรดาทราฟฟิกทั้งหมดที่คุณมี การเสียคนกลุ่มนี้ไปจึงเจ็บกว่าการเสียคนที่มาจากคำค้นทั่วไปหลายเท่า เพราะพวกเขาแทบไม่ต้องใช้ความพยายามโน้มน้าวอะไรเลย แค่ทำให้เจอคุณก่อนก็เพียงพอแล้ว

เช็กยังไงว่าตอนนี้มีคนแทรกอยู่หรือเปล่า

  1. เสิร์ชชื่อแบรนด์ตัวเองตรงๆ ในเบราว์เซอร์แบบไม่ล็อกอิน (incognito) เพื่อดูว่ามีโฆษณาอื่นขึ้นมาก่อนโฆษณาของคุณหรือไม่
  2. ถ้ามีโฆษณาแอดมินร้าน ให้เพิ่มคำถามเข้าไปในสคริปต์ต้อนรับลูกค้าใหม่ว่า ‘เจอเราจากไหนคะ’ แล้วสังเกตว่ามีใครตอบชื่อคำค้นแปลกๆ หรือบอกว่า ‘เห็นโฆษณาแล้วกดผิด’ บ้างไหม
  3. ไล่ดูรายงานคำค้นในบัญชีโฆษณาว่ามีคำที่เป็นชื่อแบรนด์ตัวเองโผล่มาเป็น ‘คำที่ยังไม่ได้ยิงเอง’ หรือเปล่า ถ้ามีแปลว่ามีคนกำลังใช้ชื่อคุณเป็นคำเป้าหมายอยู่

ป้องกันแบบไหนถึงคุ้ม

  • ยิงโฆษณาคำค้นแบรนด์ตัวเอง — เป็นวิธีตรงที่สุด ต้นทุนต่อคลิกของคำค้นแบรนด์ตัวเองมักถูกมากเมื่อเทียบกับมูลค่าที่ได้กลับมา เพราะไม่มีใครแข่งประมูลคำเดียวกับเจ้าของแบรนด์ได้ถูกเท่า
  • ทำให้หน้าที่คนคลิกไปเจอ ชัดเจนว่าเป็นร้านตัวจริง — ใส่โลโก้ ใส่ข้อความยืนยันตัวตนให้ลูกค้ามั่นใจว่ากดถูกที่ ไม่งั้นต่อให้คลิกมาเจอคุณ ก็ยังอาจลังเลอยู่ดี
  • สอนแอดมินให้จับสัญญาณ ‘เจอโฆษณาแล้วสับสน’ — ถ้าลูกค้าถามอะไรที่ฟังดูเหมือนเทียบกับอีกร้าน ทั้งที่ทักผ่านคำค้นชื่อแบรนด์ตัวเอง ให้รีบยืนยันตัวตนและให้หลักฐานความน่าเชื่อถือทันที
  • ติดตามคำค้นแบรนด์เป็นกลุ่มแยกต่างหาก อย่ารวมกับคำค้นทั่วไป — จะได้เห็นชัดว่าต้นทุนต่อแชทของกลุ่มนี้ผิดปกติไปจากเดิมหรือเปล่า

เมื่อไหร่ที่ไม่คุ้มจะป้องกันหนักเกินไป

ถ้าแบรนด์คุณยังเล็กมาก คนแทบไม่รู้จักชื่อ การเสิร์ชชื่อแบรนด์ตรงๆ อาจมีปริมาณน้อยจนไม่คุ้มจะตั้งแคมเปญแยก ในกรณีนี้ให้โฟกัสงบไปที่การสร้างการรับรู้ก่อน แล้วค่อยกลับมาป้องกันชื่อแบรนด์เมื่อปริมาณคนเสิร์ชเริ่มมีนัยสำคัญ

อีกกรณีคือถ้าคุณเช็กแล้วพบว่าแทบไม่มีใครมาประมูลชื่อคุณเลย การรีบยิงโฆษณาป้องกันแบบเผื่อไว้ทุกกรณีก็อาจเป็นการจ่ายเงินซื้อคนที่จะทักหาคุณอยู่แล้วแบบไม่จำเป็น ให้เช็กสถานการณ์จริงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง ไม่ใช่ป้องกันตามความกลัวเฉยๆ

สรุป

การที่คู่แข่งประมูลชื่อแบรนด์คุณไม่ใช่เรื่องผิดปกติในสนามแข่งขันที่เปิดกว้าง สิ่งที่ควบคุมได้อยู่ที่ตัวคุณเองล้วนๆ คือรู้ตัวให้เร็วว่าเกิดขึ้นหรือยัง แล้วเลือกป้องกันเฉพาะจุดที่คุ้มค่าจริง ไม่ใช่ป้องกันแบบเผื่อทุกกรณีจนเปลืองงบเกินจำเป็น

ลองเสิร์ชชื่อแบรนด์ตัวเองดูวันนี้แบบไม่ล็อกอิน แล้วสังเกตว่าใครโผล่มาก่อนคุณบ้าง ถ้าเจอคู่แข่งแทรกอยู่ ก็ถึงเวลาพิจารณาว่าจะรับมือแบบไหนที่เหมาะกับขนาดธุรกิจของคุณตอนนี้

  • คนเสิร์ชชื่อแบรนด์ตรงๆ คือกลุ่มที่พร้อมซื้อสูงสุด อย่าปล่อยให้หลุดมือฟรีๆ
  • เช็กก่อนป้องกัน อย่าตั้งงบเผื่อทุกกรณีทั้งที่ยังไม่มีใครมาแทรก
  • ความแข็งแรงของแบรนด์ในระยะยาวคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่เงินประมูล

คำถามที่พบบ่อย

การประมูลชื่อแบรนด์คนอื่นผิดกฎหมายไหม

โดยทั่วไปแพลตฟอร์มโฆษณาส่วนใหญ่อนุญาตให้ประมูลคำค้นที่เป็นชื่อแบรนด์ได้ ยกเว้นการใช้ชื่อแบรนด์นั้นในข้อความโฆษณาโดยตรงซึ่งบางแพลตฟอร์มมีข้อจำกัด ควรตรวจนโยบายของแต่ละแพลตฟอร์มเป็นกรณีไป

ถ้ายิงโฆษณาชื่อแบรนด์ตัวเอง จะเสียเงินซื้อคนที่จะทักอยู่แล้วไหม

มีส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนั้นจริง แต่ต้นทุนต่อคลิกของคำค้นแบรนด์มักถูกมาก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จะเสียลูกค้ากลุ่มนี้ให้คู่แข่งไปทั้งหมด ส่วนใหญ่ยังถือว่าคุ้มอยู่ดี

รู้ได้ยังไงว่าควรเริ่มป้องกันชื่อแบรนด์แล้วหรือยัง

เมื่อเริ่มเห็นคำถามในแชทที่ฟังดูเหมือนลูกค้าสับสนระหว่างร้านคุณกับอีกเจ้า หรือเช็กแบบไม่ล็อกอินแล้วเจอโฆษณาอื่นขึ้นก่อนตัวเอง นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาแล้ว

ต้องยิงโฆษณาแบรนด์ตัวเองตลอดไปเลยหรือเปล่า

ไม่จำเป็นต้องยิงตลอดถ้าเช็กแล้วไม่มีคู่แข่งมาแทรก แต่ควรตั้งการแจ้งเตือนหรือเช็กเป็นระยะ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะช่วงที่แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

งบสำหรับป้องกันชื่อแบรนด์ควรตั้งเท่าไหร่

ไม่จำเป็นต้องเยอะ เพราะคำค้นแบรนด์มักมีปริมาณจำกัดและต้นทุนต่อคลิกต่ำ ให้เริ่มจากงบน้อยๆ ก่อนแล้วดูอัตราการปิดการขายจากกลุ่มนี้ ถ้าปิดดีค่อยพิจารณาขยับเพิ่ม

นอกจากยิงโฆษณา มีวิธีอื่นป้องกันไหม

การทำให้แบรนด์แข็งแรงในระยะยาว เช่น มีรีวิวเยอะ มีหน้าเพจที่น่าเชื่อถือ ก็ช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจไปหาคู่แข่งแม้เจอโฆษณาอื่นก่อนก็ตาม เพราะสุดท้ายความมั่นใจในแบรนด์คือเกราะที่ดีที่สุด

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง