← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

ลูกค้าองค์กรใกล้ต่อสัญญา แล้วแนบใบเสนอราคาคู่แข่งมาด้วย: คุยต่อรองยังไงไม่ให้เสียดีลซ้ำ

02 ส.ค. 04:32 · อ่าน 2 นาที
ลูกค้าองค์กรใกล้ต่อสัญญา แล้วแนบใบเสนอราคาคู่แข่งมาด้วย: คุยต่อรองยังไงไม่ให้เสียดีลซ้ำ

สรุปสั้น ๆ

เมื่อลูกค้าองค์กรแนบใบเสนอราคาคู่แข่งมาตอนใกล้ต่อสัญญา อย่ารีบตอบด้วยราคาใหม่ทันที เพราะสิ่งที่ผู้จัดซื้อต้องการมักไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ต่ำกว่า แต่คือเหตุผลที่เอาไปอธิบายกับหัวหน้าได้ว่าทำไมถึงต่อสัญญากับเจ้าเดิมต่อ การตอบที่ได้ผลคือถามให้ชัดก่อนว่าเทียบอะไรกับอะไร แล้วค่อยเลือกกลยุทธ์ตอบโต้ที่เหมาะกับมูลค่าของดีลนั้นจริงๆ

บ่ายวันหนึ่งผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทรับทำความสะอาดสำนักงานรายหนึ่งส่งข้อความมาหาผมพร้อมแนบไฟล์ PDF บอกว่า ‘พี่ครับ ลูกค้าองค์กรรายใหญ่ที่ทำสัญญากันมา 2 ปี ใกล้ครบสัญญาแล้ว วันนี้ฝ่ายจัดซื้อเขาส่งใบเสนอราคาของอีกเจ้ามาให้ดูเลยครับ บอกว่าถ้าเราสู้ราคาไม่ได้อาจต้องเปลี่ยนผู้ให้บริการ’ น้ำเสียงในข้อความคือความกังวลล้วนๆ เพราะดีลนี้คิดเป็นรายได้ก้อนใหญ่ของบริษัทเขาเลยทีเดียว

ผมถามกลับไปคำถามแรกคือ ‘ใบเสนอราคาที่แนบมา เป็นสัญญาแบบเดียวกับที่เรามีอยู่เป๊ะๆ ไหม ทั้งขอบเขตงาน จำนวนคน และความถี่’ ผู้จัดการฝ่ายขายนิ่งไปพักหนึ่งแล้วตอบว่ายังไม่ได้เช็กละเอียด แค่เห็นตัวเลขรวมแล้วตกใจก่อน นี่คือจุดที่หลายคนพลาดตั้งแต่ต้น เพราะรีบตอบสนองต่อตัวเลขก่อนเข้าใจบริบทของมัน

ดีลแบบต่อสัญญา B2B ต่างจากการขายลูกค้าทั่วไปตรงที่ผู้ตัดสินใจมักไม่ใช่คนเดียว และเขาต้องมีเหตุผลที่อธิบายกับคนอื่นในองค์กรได้ ไม่ใช่แค่ตัดสินใจตามความรู้สึก บทความนี้จะพาไปดูว่าเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ ควรถามอะไรก่อนตอบ แล้วมีกลยุทธ์ตอบโต้แบบไหนบ้างที่ใช้ได้จริงโดยไม่ต้องยอมลดราคาเต็มจำนวนเสมอไป

สัญญาณที่บอกว่าลูกค้าองค์กรกำลังเปรียบเทียบราคาก่อนต่อสัญญา

ดีล B2B ที่ใกล้ครบสัญญาแทบทุกรายมีช่วง ‘หาข้อมูลเปรียบเทียบ’ อยู่แล้วไม่มากก็น้อย เพราะฝ่ายจัดซื้อขององค์กรส่วนใหญ่มีนโยบายภายในที่ต้องขอใบเสนอราคาอย่างน้อยสองสามเจ้าก่อนต่อสัญญาใหม่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะพอใจผู้ให้บริการเดิมแค่ไหนก็ตาม เพราะเป็นขั้นตอนตรวจสอบภายในที่ต้องทำตามระเบียบ

สัญญาณที่ควรจับตาคือ ความถี่ของการถามคำถามเชิงเปรียบเทียบในแชทที่เพิ่มขึ้นก่อนสัญญาจะหมดประมาณ 1-2 เดือน เช่น ถามเรื่องเงื่อนไขการยกเลิกสัญญา ถามเรื่องระยะเวลาส่งมอบงานถ้าเปลี่ยนผู้ให้บริการ หรือขอเอกสารสรุปผลงานย้อนหลังที่ไม่เคยขอมาก่อน คำถามเหล่านี้บอกอ้อมๆ ว่าเขากำลังเตรียมข้อมูลไปเทียบกับตัวเลือกอื่น

จุดที่ต้องเข้าใจคือ การที่ลูกค้าแนบใบเสนอราคาคู่แข่งมาให้ดู ไม่ได้แปลว่าเขาตัดสินใจเปลี่ยนแล้ว บ่อยครั้งมันคือการเปิดพื้นที่ให้คุณต่อรอง เพราะถ้าเขาตัดสินใจเปลี่ยนแน่นอนแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาแจ้งคุณล่วงหน้าเลยด้วยซ้ำ

ทำไมดีล B2B ตอนต่อสัญญาเสี่ยงกว่าตอนขายครั้งแรก

ตอนขายครั้งแรก ลูกค้ายังไม่มีความคุ้นเคยกับคุณ การตัดสินใจส่วนใหญ่ขึ้นกับข้อเสนอบนโต๊ะตอนนั้น แต่ตอนต่อสัญญา ลูกค้ามีข้อมูลจริงจากการใช้งานคุณมาแล้ว 1-2 ปี ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งและจุดเสี่ยงพร้อมกัน จุดแข็งคือถ้าคุณทำงานดีจริง เขามีเหตุผลเชิงประจักษ์ที่จะอยู่ต่อ แต่จุดเสี่ยงคือถ้ามีปัญหาเล็กๆ สะสมมาตลอดปีที่ผ่านมา แม้จะไม่เคยร้องเรียนตรงๆ มันก็อาจกลายเป็นเหตุผลที่เขาใช้ตอนเทียบราคากับเจ้าใหม่

อีกความเสี่ยงคือคนที่คุยกับคุณตอนต่อสัญญา อาจไม่ใช่คนเดิมที่ตัดสินใจตอนเซ็นครั้งแรก โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบบ่อย คนใหม่ไม่มีความผูกพันกับความสัมพันธ์เดิมที่คุณสร้างมา เขามองดีลนี้ด้วยตัวเลขและเอกสารล้วนๆ ซึ่งทำให้การตัดสินใจแบบคณะกรรมการที่มีหลายคนเกี่ยวข้องยิ่งซับซ้อนกว่าตอนขายครั้งแรกที่คุยกับคนเดียว

ก่อนตอบกลับใบเสนอราคาคู่แข่งที่แนบมา ต้องเช็กอะไรก่อน

  1. เช็กขอบเขตงานในใบเสนอราคานั้นละเอียดทุกบรรทัด ว่าเป็นขอบเขตเดียวกับสัญญาปัจจุบันเป๊ะๆ หรือมีการตัดบางส่วนออกเพื่อให้ราคาดูต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น ลดความถี่งาน ลดจำนวนคน หรือตัดบริการหลังการขายบางอย่าง
  2. สอบถามผู้จัดซื้ออย่างสุภาพว่าปัจจัยที่เขาให้น้ำหนักตอนตัดสินใจคือราคาอย่างเดียว หรือมีเรื่องอื่นร่วมด้วย เช่น ความเสถียรของงาน ความยืดหยุ่นตอนมีปัญหาเร่งด่วน เพราะคำตอบตรงนี้จะบอกว่าคุณควรตอบโต้ด้วยราคาหรือด้วยหลักฐานผลงาน
  3. ทบทวนประวัติการทำงานร่วมกันในสัญญาที่ผ่านมา ว่ามีจุดไหนที่คุณทำได้ดีเป็นพิเศษและวัดผลได้จริง เช่น อัตราการแก้ปัญหาเร่งด่วนภายในกี่ชั่วโมง เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงตัวเลขตอบโต้ ไม่ใช่พูดลอยๆ ว่า ‘เราดูแลดีมาตลอด’
  4. คำนวณอัตรากำไรที่แท้จริงของดีลนี้หลังหักต้นทุนก่อนตัดสินใจว่าจะลดราคาได้มากแค่ไหน เพื่อไม่ให้ตกลงลดราคาแบบไม่ทันคิดในจังหวะกดดัน

เปรียบเทียบกลยุทธ์ตอบโต้ 4 แบบ เลือกใช้ตามมูลค่าดีล

กลยุทธ์เหมาะกับความเสี่ยง
ลดราคาให้เต็มตามที่คู่แข่งเสนอดีลที่กำไรยังเหลือพอ และเสี่ยงเสียลูกค้าสูงมากถ้าไม่ลดเสียบรรทัดฐานราคา ลูกค้ารายอื่นอาจขอลดตามในอนาคต
ลดบางส่วน แลกกับเพิ่มบริการลูกค้าที่ให้น้ำหนักกับบริการเสริมพอๆ กับราคาต้องมั่นใจว่าบริการเสริมที่ให้ไม่กระทบต้นทุนจนขาดทุน
ยืนราคาเดิม เสริมด้วยหลักฐานผลงานลูกค้าที่พอใจการทำงานที่ผ่านมา แค่ต้องมีเหตุผลรายงานภายในถ้าคู่แข่งเสนอราคาต่ำกว่ามากจริง อาจไม่พอโน้มน้าวได้
เสนอสัญญาระยะยาวขึ้น แลกราคาต่อปีที่ดีกว่าลูกค้าที่มีความสัมพันธ์มั่นคง และต้องการความชัดเจนของงบระยะยาวผูกมัดตัวคุณเองระยะยาวถ้าสถานการณ์ต้นทุนเปลี่ยนไปในอนาคต

ดีลเล็กกับดีลใหญ่ ควรทุ่มแรงต่อรองต่างกันแค่ไหน

ดีลต่อสัญญาไม่ได้มีมูลค่าเท่ากันทุกราย และการทุ่มเวลาต่อรองแบบเดียวกันกับทุกดีลมักไม่คุ้มค่าในทางปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น ดีลที่มูลค่าสัญญาต่อปีอยู่ราว 60,000-80,000 บาท ถ้าต้องเสียเวลาประชุมหลายรอบ ทำเอกสารเปรียบเทียบละเอียด หรือขอผู้บริหารอนุมัติส่วนลดพิเศษ ต้นทุนเวลาที่ใช้ไปอาจสูงกว่ากำไรที่เหลือจากดีลนั้นทั้งปีเสียอีก กรณีแบบนี้ควรตอบให้กระชับ เสนอทางเลือกมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว แล้วปล่อยให้ลูกค้าตัดสินใจเร็ว ไม่จำเป็นต้องดึงเวลาหรือยกระดับเป็นการเจรจาใหญ่

ดีลขนาดกลาง เช่น มูลค่าสัญญาต่อปีราว 400,000-800,000 บาท ที่มักมีคณะกรรมการจัดซื้อร่วมตัดสินใจมากกว่าหนึ่งคน ควรเปลี่ยนช่องทางจากแชทข้อความล้วนไปเป็นการนัดคุยทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสรุปราคา เพราะดีลระดับนี้มักมีรายละเอียดที่พิมพ์อธิบายในแชทได้ไม่ครบ และการได้คุยตรงกับคนตัดสินใจช่วยให้เห็นน้ำหนักที่แท้จริงว่าปัจจัยไหนสำคัญกว่ากันสำหรับองค์กรนั้น

ส่วนดีลขนาดใหญ่ที่มูลค่าสัญญาต่อปีเกินหลักล้านบาท ควรดึงผู้บริหารระดับสูงของฝั่งคุณเข้าร่วมการเจรจาด้วยเสมอ ไม่ควรปล่อยให้แอดมินหรือฝ่ายขายระดับปฏิบัติการตัดสินใจเรื่องราคาเพียงลำพัง เพราะดีลระดับนี้มักมีผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ และฝ่ายจัดซื้อของลูกค้าเองก็มักคาดหวังว่าจะได้คุยกับคนระดับผู้บริหารเช่นกัน การส่งแอดมินไปคุยเรื่องตัวเลขระดับล้านบาทเพียงคนเดียว มักถูกมองว่าฝั่งคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับดีลนั้นมากพอ

บทสนทนาตัวอย่างกับฝ่ายจัดซื้อ: ยืนราคาโดยไม่ทำให้ดีลพัง

สมมติฝ่ายจัดซื้อพิมพ์มาว่า ‘ทางเราได้รับใบเสนอราคาอีกเจ้าที่ต่ำกว่าประมาณ 15% ค่ะ อยากทราบว่าทางเราสามารถปรับราคาลงได้หรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาต่อสัญญา’ การตอบแบบรีบลดราคาทันทีโดยไม่ถามอะไรเลย มักทำให้ฝ่ายจัดซื้อรู้สึกว่าราคาเดิมที่จ่ายมาตลอดสองปีนั้น ‘ตั้งไว้สูงเกินจริง’ ตั้งแต่แรก ซึ่งบั่นทอนความเชื่อใจในระยะยาว

คำตอบที่ใช้ได้ผลกว่าคือ ‘ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบนะคะ ก่อนอื่นขออนุญาตสอบถามว่าขอบเขตงานในใบเสนอราคานั้นครอบคลุมความถี่และจำนวนทีมงานเท่ากับที่เราดูแลอยู่ปัจจุบันหรือไม่คะ เพราะจะได้เปรียบเทียบได้ตรงจุด และขอส่งสรุปผลงานในรอบสองปีที่ผ่านมาให้ทางท่านใช้ประกอบการพิจารณาด้วยค่ะ’ คำตอบนี้ไม่ได้ปฏิเสธการเจรจา แต่ดึงการสนทนากลับมาที่ข้อเท็จจริงก่อนพูดเรื่องตัวเลข

ขั้นต่อไปหลังส่งข้อมูลเปรียบเทียบและผลงานแล้ว ค่อยเสนอทางเลือกที่ยืดหยุ่นได้จริง เช่น ลดราคาบางส่วนถ้าขยายสัญญาเป็น 3 ปีแทน 1 ปี วิธีนี้ทำให้ฝ่ายจัดซื้อมีตัวเลขใหม่ที่เขาเอาไปรายงานผู้บริหารได้ โดยที่คุณไม่ต้องยอมลดราคาเต็มจำนวนตามที่คู่แข่งเสนอ

เมื่อไหร่ควรยอมเสียดีลนั้นไป ดีกว่าลดราคาต่อ

มีบางเคสที่การรักษาดีลไว้ด้วยการลดราคาเรื่อยๆ ไม่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อลูกค้ารายนั้นเริ่มขอลดราคาซ้ำทุกรอบต่อสัญญา จนอัตรากำไรของดีลนั้นบางลงเรื่อยๆ ทุกปี ถ้าคำนวณแล้วพบว่ากำไรที่เหลือแทบไม่คุ้มกับทรัพยากรที่ต้องใช้ดูแล การยอมปล่อยลูกค้ารายนั้นไปอาจดีกว่าการแบกดีลที่ไม่ทำกำไรไว้ต่อ

สัญญาณอีกอย่างที่ควรพิจารณาคือ ถ้าลูกค้ารายนั้นเริ่มมีพฤติกรรมใช้ใบเสนอราคาคู่แข่งเป็นเครื่องมือต่อรองทุกครั้งที่มีโอกาส โดยไม่มีความยึดโยงกับคุณค่าที่คุณให้เลย ความสัมพันธ์แบบนี้มักไม่ยั่งยืน และมีความเสี่ยงว่าสุดท้ายเขาจะเปลี่ยนไปหาเจ้าที่ถูกกว่าอยู่ดีในรอบต่อไป ไม่ว่าคุณจะลดราคาให้ครั้งนี้หรือไม่ก็ตาม

วางระบบป้องกันล่วงหน้า ก่อนสัญญาใกล้หมดอายุ

  • ตั้งปฏิทินติดตามวันหมดสัญญาของลูกค้าแต่ละรายล่วงหน้า 2-3 เดือน แล้วเริ่มส่งสรุปผลงานเชิงรุกก่อนที่ลูกค้าจะต้องเริ่มหาข้อมูลเปรียบเทียบเอง
  • สร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดต่อมากกว่าหนึ่งคนในองค์กรลูกค้า เพื่อลดความเสี่ยงเวลามีการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบฝ่ายจัดซื้อกะทันหัน
  • เก็บข้อมูลผลงานเชิงตัวเลขตลอดสัญญาไว้เป็นระบบตั้งแต่ต้น อย่ารอให้ถึงตอนใกล้ต่อสัญญาแล้วค่อยไปรวบรวมย้อนหลัง เพราะจะทำได้ไม่ครบและไม่ทันเวลา
  • ทบทวนกรอบตัดสินใจระหว่างสู้ด้วยราคาหรือสู้ด้วยคุณค่าไว้ล่วงหน้าสำหรับลูกค้าแต่ละราย จะได้ไม่ต้องตัดสินใจแบบเร่งรีบตอนถูกกดดันด้วยใบเสนอราคาคู่แข่งจริง

สรุป

ใบเสนอราคาคู่แข่งที่แนบมาตอนใกล้ต่อสัญญาไม่ใช่จุดจบของดีล แต่เป็นจังหวะที่ต้องตอบให้ถูกลำดับ เริ่มจากเข้าใจให้ชัดว่าเทียบอะไรกับอะไร ก่อนเลือกกลยุทธ์ตอบโต้ที่เหมาะกับมูลค่าและความสัมพันธ์ของดีลนั้นจริงๆ ไม่ใช่รีบลดราคาเป็นปฏิกิริยาแรก

การป้องกันที่ได้ผลที่สุดมักเริ่มก่อนที่สัญญาจะใกล้หมดอายุด้วยซ้ำ ด้วยการสะสมหลักฐานผลงานและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดต่อหลายคนไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ต้องเริ่มต่อรองจากศูนย์ในวันที่ถูกกดดันด้วยตัวเลขจากคู่แข่ง

  • อย่ารีบตอบราคาใหม่ทันที ให้เช็กขอบเขตงานว่าเทียบกันได้จริงก่อน
  • เลือกกลยุทธ์ตอบโต้ตามมูลค่าและความสัมพันธ์ของดีล ไม่ใช่ลดราคาแบบเดียวกันทุกเคส
  • สะสมหลักฐานผลงานเชิงตัวเลขไว้ล่วงหน้า อย่ารอให้ใกล้ต่อสัญญาแล้วค่อยรวบรวม
  • บางดีลที่กำไรบางลงทุกปี การปล่อยไปอาจคุ้มกว่าการแบกไว้ต่อ

คำถามที่พบบ่อย

ลูกค้าองค์กรแนบใบเสนอราคาคู่แข่งมาให้ดูตรงๆ แปลว่าเขาตัดสินใจเปลี่ยนแล้วใช่ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป บ่อยครั้งเป็นการเปิดพื้นที่ให้ต่อรอง เพราะถ้าตัดสินใจเปลี่ยนแน่นอนแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาแจ้งล่วงหน้า ควรถามให้ชัดก่อนว่าปัจจัยที่ให้น้ำหนักคือราคาอย่างเดียวหรือมีเรื่องอื่นร่วมด้วย

ควรลดราคาให้เท่ากับที่คู่แข่งเสนอเลยไหม เพื่อไม่เสี่ยงเสียดีล

ไม่ควรลดทันทีโดยไม่เช็กก่อนว่าขอบเขตงานเทียบกันได้จริงหรือไม่ บางครั้งราคาต่ำกว่าเพราะขอบเขตงานถูกตัดออกไปด้วย การลดโดยไม่เช็กอาจทำให้คุณเสียกำไรเกินจำเป็น

ถ้าไม่มีอำนาจตัดสินใจลดราคาเอง ควรตอบลูกค้ายังไงระหว่างรอผู้บริหารอนุมัติ

ควรตอบรับทราบและแจ้งกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะกลับมาตอบภายในกี่วัน พร้อมส่งข้อมูลผลงานหรือสรุปการดูแลที่ผ่านมาไปก่อนระหว่างรอ เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกถูกทิ้งไว้เฉยๆ ระหว่างรอคำตอบ

ควรพูดถึงคู่แข่งที่ลูกค้าแนบใบเสนอราคามาให้ดูโดยตรงในแชทไหม

ไม่จำเป็นต้องวิจารณ์หรือพูดถึงคู่แข่งเจ้านั้นโดยตรง ควรโฟกัสที่การนำเสนอผลงานและคุณค่าของฝั่งตัวเองแทน การพูดถึงคู่แข่งในแง่ลบมักทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพและไม่ช่วยปิดดีล

ดีลที่ขอลดราคาซ้ำทุกรอบต่อสัญญา ควรทำยังไงในระยะยาว

ควรคำนวณอัตรากำไรจริงของดีลนั้นเทียบกับทรัพยากรที่ใช้ดูแล ถ้ากำไรบางลงทุกปีจนไม่คุ้มค่า อาจต้องพิจารณายอมปล่อยดีลนั้นไปแทนการแบกไว้ต่อ เพราะความสัมพันธ์ที่อิงราคาอย่างเดียวมักไม่ยั่งยืน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง