← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

เอเจนซี่รับดูแลแอดให้โรงงาน 6 แห่งพร้อมกัน แต่ละแห่งวัด conversion ไม่เหมือนกัน: จะทำรายงานให้เข้าใจง่ายได้ยังไงโดยไม่ปนกัน

ทีมบรรณาธิการ linli17 ก.ค. 15:52อัปเดต 01 พ.ย. 09:27อ่าน 1 นาที
เอเจนซี่รับดูแลแอดให้โรงงาน 6 แห่งพร้อมกัน แต่ละแห่งวัด conversion ไม่เหมือนกัน: จะทำรายงานให้เข้าใจง่ายได้ยังไงโดยไม่ปนกัน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เอเจนซี่ที่ดูแลลูกค้าอีคอมเมิร์ซหลายรายมักใช้แม่แบบรายงานเดียวได้เพราะทุกรายวัด conversion เหมือนกันคือยอดสั่งซื้อสำเร็จ แต่พอรับลูกค้าเป็นโรงงานหลายแห่ง แต่ละแห่งมีจังหวะขายและนิยาม conversion ต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าใช้แม่แบบเดียวยัดใส่ทุกลูกค้า รายงานจะดูเหมือนกันหมดแต่ไม่มีความหมายจริงสำหรับลูกค้าคนไหนเลย

สมมติเอเจนซี่การตลาดขนาดเล็กชื่อ "ทีมโปรโมทดิจิทัล" รับดูแลแอดให้โรงงานหกแห่งพร้อมกัน มีทั้งโรงงานฉีดพลาสติกที่วัด conversion ที่จุดวางมัดจำ โรงงานเฟอร์นิเจอร์ที่วัดที่จุดนัดชมโชว์รูม และโรงงานบรรจุภัณฑ์ที่วัดที่จุดขอใบเสนอราคาเป็นทางการ ทีมงานที่ทำรายงานส่งลูกค้าทุกสิ้นเดือน ใช้เทมเพลตเดียวกันหมดเพราะทำงานเร็วกว่า แต่ผลคือลูกค้าโรงงานเฟอร์นิเจอร์บ่นว่าตัวเลขในรายงานไม่ตรงกับสิ่งที่เขาสนใจจริง เพราะเทมเพลตเขียนคำว่า "ยอดปิดการขาย" แต่ธุรกิจเขายังไม่ปิดขายจนกว่าลูกค้าจะมาดูโชว์รูมจริง

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากทีมงานทำงานไม่ดี แต่เกิดจากการใช้กรอบคิดเดียวไปครอบทุกธุรกิจที่มีธรรมชาติต่างกัน ยิ่งเอเจนซี่รับลูกค้าโรงงานหลากหลายประเภทมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะใช้แม่แบบผิดก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

บทความนี้เล่าว่าเอเจนซี่ที่ดูแลลูกค้าโรงงานหลายรายควรจัดโครงสร้างรายงานยังไง เพื่อให้แต่ละลูกค้าเห็นตัวเลขที่ตรงกับธุรกิจของตัวเองจริง โดยที่ทีมงานยังทำงานได้เร็วพอสมควรไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

ทำไมเทมเพลตเดียวถึงใช้ไม่ได้กับลูกค้าโรงงานที่หลากหลาย

อีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่มีจุด conversion เดียวกันคือยอดสั่งซื้อสำเร็จผ่านหน้าเว็บ ทำให้เอเจนซี่ใช้แม่แบบรายงานเดียวกับลูกค้าทุกรายได้ แต่โรงงานแต่ละแห่งมีโมเดลธุรกิจต่างกันมาก บางแห่งขายผ่านการวางมัดจำ บางแห่งต้องนัดชมสินค้าก่อน บางแห่งขายผ่านการเจรจาหลายรอบเป็นเดือน การพยายามหาคำว่า "conversion" คำเดียวที่ใช้ได้กับทุกโรงงาน จึงเป็นความพยายามที่ผิดตั้งแต่ต้น

สิ่งที่เอเจนซี่ควรทำตั้งแต่รับลูกค้าใหม่แต่ละรายคือถามให้ชัดว่าธุรกิจนี้ conversion จริงคืออะไร ไม่ใช่ถือว่าเป็นยอดขายเหมือนกันหมด เพราะการนิยามผิดตั้งแต่ต้นจะทำให้การวัดผลทั้งแคมเปญเพี้ยนไปตั้งแต่รากฐาน

ใช้โครงสร้างรายงานร่วมกัน แต่เนื้อหาตัวชี้วัดปรับตามลูกค้า

ทางที่ทำงานได้เร็วโดยไม่เสียความแม่นยำคือแยกส่วน "โครงสร้าง" ออกจากส่วน "เนื้อหา" ของรายงาน โครงสร้างที่เหมือนกันได้ทุกลูกค้าคือหัวข้อใหญ่ เช่น ภาพรวมงบที่ใช้ จำนวนคนทักเข้ามา และผลลัพธ์ทางธุรกิจ แต่ในหัวข้อ "ผลลัพธ์ทางธุรกิจ" นี้เอง ต้องใส่ตัวชี้วัดที่ตรงกับ conversion จริงของลูกค้ารายนั้น ไม่ใช่ใช้คำเดียวกันหมด

ลูกค้าconversion ที่แท้จริงสิ่งที่ใส่ในรายงาน
โรงงานฉีดพลาสติกวางมัดจำเริ่มผลิตจำนวนดีลที่วางมัดจำต่อเดือน
โรงงานเฟอร์นิเจอร์สั่งทำนัดชมโชว์รูมสำเร็จจำนวนนัดที่เกิดขึ้นจริงต่อเดือน
โรงงานบรรจุภัณฑ์ขอใบเสนอราคาเป็นทางการจำนวนใบเสนอราคาที่ส่งออกไป

คำถามที่ต้องถามลูกค้าโรงงานใหม่ทุกรายก่อนเริ่มทำแคมเปญ

  • ธุรกิจนี้ถือว่า "ปิดดีลจริง" ตอนไหน ตอนวางมัดจำ ตอนเซ็นสัญญา หรือตอนรับสินค้า
  • รอบการขายปกติของธุรกิจนี้ใช้เวลากี่วันถึงกี่สัปดาห์ เพื่อกำหนดกรอบเวลาที่เหมาะสมในการดูผล
  • มีจุดกลางไหนระหว่างทางที่บ่งบอกว่าดีลกำลังไปได้ดี เช่น การขอใบเสนอราคาหรือการนัดเข้าชมโรงงาน
  • ใครในทีมลูกค้าเป็นคนตอบแชท และมีข้อจำกัดเรื่องเวลาตอบกลับแบบใดที่เอเจนซี่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า

ป้องกันความสับสนข้ามลูกค้า เมื่อทีมงานดูแลหลายบัญชีพร้อมกัน

ความเสี่ยงอีกอย่างที่พบบ่อยในเอเจนซี่ขนาดเล็กคือทีมงานคนเดียวดูแลลูกค้าหลายรายพร้อมกัน แล้วเผลอเอาตัวชี้วัดของลูกค้ารายหนึ่งไปใช้อธิบายลูกค้าอีกรายโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะความเคยชิน ทางป้องกันคือทำเอกสารสรุปสั้น ๆ ต่อลูกค้าหนึ่งหน้าติดไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงก่อนเริ่มทำรายงานทุกครั้ง ไม่ต้องพึ่งความจำล้วน ๆ คล้ายกับหลักการแยกแดชบอร์ดลูกค้าแต่ละรายให้ชัดเจนที่เอเจนซี่ทั่วไปก็ควรทำอยู่แล้ว

การผูกที่มาแอดไว้กับบทสนทนาของลูกค้าแต่ละรายผ่านระบบอย่าง linli ก็ช่วยลดภาระตรงนี้ได้ทางอ้อม เพราะข้อมูลจะถูกเก็บแยกตามบัญชีลูกค้าโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องพึ่งการจดจำของทีมงานคนเดียว

สรุป

เอเจนซี่ที่รับลูกค้าโรงงานหลายแห่งพร้อมกันเผชิญความท้าทายที่ต่างจากการดูแลลูกค้าอีคอมเมิร์ซ เพราะไม่มี conversion มาตรฐานเดียวที่ใช้ได้กับทุกราย การฝืนใช้แม่แบบเดียวทำให้รายงานดูเป็นระบบแต่ไม่มีความหมายจริงกับลูกค้าบางราย

ทางออกคือแยกโครงสร้างกับเนื้อหาออกจากกัน ถามคำถามสำคัญตั้งแต่วันแรกที่รับลูกค้าใหม่ และป้องกันความสับสนข้ามบัญชีด้วยการจัดระบบข้อมูลให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

  • แต่ละโรงงานมีนิยาม conversion ต่างกัน อย่าใช้แม่แบบรายงานเดียวยัดใส่ทุกลูกค้า
  • แยกโครงสร้างรายงานกับเนื้อหาตัวชี้วัดออกจากกัน เพื่อทำงานเร็วโดยยังแม่นยำ
  • ถามคำถามสำคัญเรื่อง conversion และรอบการขายตั้งแต่วันแรกที่รับลูกค้าใหม่ทุกราย

คำถามที่พบบ่อย

ควรเสนอให้ลูกค้าโรงงานทุกรายใช้นิยาม conversion แบบเดียวกันเพื่อความง่ายไหม

ไม่ควรฝืน เพราะแต่ละธุรกิจมีจังหวะขายจริงต่างกัน การบังคับใช้นิยามเดียวจะทำให้รายงานดูเรียบร้อยแต่ไม่สะท้อนความจริงของธุรกิจนั้น ควรปรับตามลูกค้าแต่ละรายแทน

ทำยังไงให้ทำรายงานหลายลูกค้าได้เร็วโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง

แยกโครงสร้างรายงานกับเนื้อหาตัวชี้วัดออกจากกัน ใช้โครงสร้างเดียวกันเป็นแม่แบบ แต่สลับใส่ตัวชี้วัดที่ตรงกับ conversion จริงของลูกค้าแต่ละราย วิธีนี้เร็วกว่าเขียนรายงานใหม่หมดทุกครั้งมาก

ถ้าลูกค้าโรงงานไม่มีข้อมูล conversion ที่ชัดเจนให้เอเจนซี่ ควรทำยังไง

ควรนั่งคุยกับลูกค้าตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญเพื่อช่วยนิยามร่วมกันว่าอะไรคือจุดที่ถือว่าดีลสำเร็จ อย่าเริ่มทำแคมเปญโดยไม่มีนิยามนี้ เพราะจะวัดผลไม่ได้ตั้งแต่ต้น

เอเจนซี่ควรเก็บค่าบริการต่างกันตามความซับซ้อนของลูกค้าแต่ละรายไหม

เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะลูกค้าที่มี conversion ซับซ้อนหลายขั้นตอนต้องใช้เวลาวิเคราะห์และทำรายงานมากกว่าลูกค้าที่วัดผลง่ายตรงไปตรงมา การคิดค่าบริการตามความซับซ้อนก็ยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ควรให้ลูกค้าโรงงานเห็นข้อมูลดิบทั้งหมดหรือสรุปให้เฉพาะภาพรวม

ขึ้นกับความถนัดของลูกค้าแต่ละราย เจ้าของโรงงานบางคนอยากเห็นรายละเอียด บางคนอยากได้แค่สรุปสั้น ๆ ควรถามความต้องการนี้ตั้งแต่เริ่มงานเพื่อปรับรูปแบบรายงานให้ตรงใจ

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอเจนซี่ดูแลร้านอาหารสิบกว่าเจ้าพร้อมกัน จัดระบบแดชบอร์ด LINE ยังไงให้ไม่ปนกันจนรายงานผิดลูกค้า

เอเจนซี่ดูแลร้านอาหารสิบกว่าเจ้าพร้อมกัน จัดระบบแดชบอร์ด LINE ยังไงให้ไม่ปนกันจนรายงานผิดลูกค้า

เอเจนซี่ที่รับดูแลร้านอาหารและคาเฟ่หลายเจ้าพร้อมกันผ่านแชท LINE มักเจอปัญหาข้อมูลปนกันจนรายงานผิดลูกค้า บทความนี้ชี้วิธีจัดระบบให้แยกชัดตั้งแต่ต้น
ครอบครัวทักหาผู้ดูแลผู้สูงอายุแบบอยู่ประจำ ดีลนี้ปิดช้ากว่าจ้างพนักงานทั่วไปเป็นเท่าตัว

ครอบครัวทักหาผู้ดูแลผู้สูงอายุแบบอยู่ประจำ ดีลนี้ปิดช้ากว่าจ้างพนักงานทั่วไปเป็นเท่าตัว

เอเจนซีจัดหาผู้ดูแลผู้สูงอายุแบบอยู่ประจำเจอวงจรขายที่ไม่เหมือนธุรกิจจ้างงานทั่วไป เพราะครอบครัวต้องไว้ใจคนแปลกหน้าให้เข้ามาอยู่ในบ้าน บทความนี้ชวนดูว่าทำไมต้องวางระบบแชทให้ต่างออกไป
แฟรนไชส์ 5 สาขา แต่ละสาขาตอบแชทคนละสไตล์ สร้าง SOP กลางที่ยังปรับตามหน้างานได้

แฟรนไชส์ 5 สาขา แต่ละสาขาตอบแชทคนละสไตล์ สร้าง SOP กลางที่ยังปรับตามหน้างานได้

แฟรนไชส์หลายสาขามักมีมาตรฐานการตอบแชทไม่เท่ากัน บทความนี้เสนอวิธีสร้าง SOP กลางที่รักษามาตรฐานแบรนด์ไว้ได้ โดยไม่บังคับทุกสาขาให้ตอบเหมือนกันทุกตัวอักษร