← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

ยิงแอดประกันวันละสามพันบาท แต่ไม่รู้ว่ากี่คนซื้อกรมธรรม์จริง

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:52อัปเดต 12 ส.ค. 04:52อ่าน 2 นาที
ยิงแอดประกันวันละสามพันบาท แต่ไม่รู้ว่ากี่คนซื้อกรมธรรม์จริง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ROAS ประกันจาก LINE คือมูลค่าเบี้ยประกันที่ขายได้จากลูกค้าที่มาจากโฆษณา หารด้วยค่าแอดที่ใช้ไป การยิงแอดทุกวันโดยไม่มีระบบผูกยอดขายกลับไปยังแคมเปญต้นทาง ทำให้ไม่มีทางรู้ ROAS ที่แท้จริงได้เลย ต้องตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่าจะนับมูลค่าเบี้ยปีแรกอย่างเดียวหรือรวมมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์ด้วย เพราะสองแบบให้ตัวเลข ROAS ต่างกันมาก

นายหน้าประกันอิสระคนหนึ่งจ่ายค่าแอด Facebook วันละสามพันบาทมาต่อเนื่องเกือบสองเดือน เพื่อดึงคนเข้ามาทักถามเรื่องประกันสุขภาพและประกันชีวิตผ่าน LINE OA ทุกวันมีคนทักเข้ามาสอบถามไม่ต่ำกว่าสิบราย แต่เมื่อถูกถามว่าเงินสามพันบาทต่อวันนั้นสร้างยอดขายกรมธรรม์ได้กี่ฉบับ เขากลับตอบได้แค่ว่ารู้สึกว่ายอดขายเดือนนี้ดีกว่าเดือนก่อน แต่ไม่มีตัวเลขที่ผูกกันจริง

ปัญหาคือทุกครั้งที่ปิดการขายได้ เขาไม่เคยย้อนกลับไปดูว่าลูกค้ารายนั้นทักเข้ามาจากแอดวันไหนหรือแคมเปญไหน ทำให้เมื่อสิ้นเดือนต้องเดาเอาเองว่าเงินที่จ่ายค่าแอดไปคุ้มค่าหรือไม่ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีข้อมูลเพียงพอที่จะคำนวณได้ถ้าเริ่มบันทึกตั้งแต่ต้น

บทความนี้จะพาดูวิธีคำนวณ ROAS ประกันจาก LINE ให้ถูกต้อง และปัญหาที่ทำให้ Attribution ผิดพลาดบ่อยที่สุดในธุรกิจนี้

ROAS ประกันจาก LINE คำนวณอย่างไร

ROAS ประกันคือมูลค่าเบี้ยประกันที่ขายได้จากลูกค้าที่มาจากโฆษณา หารด้วยค่าแอดที่ใช้ไปในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ถ้าใช้งบแอดเก้าหมื่นบาทต่อเดือนและขายกรมธรรม์ได้รวมเบี้ยปีแรกสามแสนบาทจากลูกค้าที่มาจากแคมเปญนั้น ROAS จะเท่ากับประมาณสามเท่า

ความซับซ้อนของประกันคือเบี้ยที่ลูกค้าจ่ายมักต่อเนื่องหลายปี ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบเหมือนสินค้าทั่วไป การตัดสินใจว่าจะนับมูลค่าแค่เบี้ยปีแรกหรือรวมมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์ จึงส่งผลต่อตัวเลข ROAS ที่ได้อย่างมาก และควรกำหนดวิธีคิดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเพื่อให้เปรียบเทียบข้ามช่วงเวลาได้อย่างสม่ำเสมอ

นับเบี้ยปีแรกอย่างเดียว หรือรวมมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์

การนับเฉพาะเบี้ยปีแรกทำได้ง่ายกว่าและให้ผลลัพธ์เร็ว เหมาะกับการตัดสินใจปรับงบโฆษณาระยะสั้น แต่มีข้อเสียคือมองข้ามมูลค่าที่แท้จริงของลูกค้าที่ต่ออายุกรมธรรม์ทุกปี ทำให้ ROAS ที่ได้ดูต่ำกว่ามูลค่าจริงในระยะยาว

การรวมมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์ให้ภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่า แต่ต้องรอข้อมูลนานหลายปีกว่าจะรู้ผลจริง และต้องมีสมมติฐานเรื่องอัตราการต่ออายุที่สมเหตุสมผล ธุรกิจส่วนใหญ่จึงมักใช้ทั้งสองมุมมองควบคู่กัน คือดู ROAS ปีแรกสำหรับตัดสินใจระยะสั้น และประมาณการ ROAS ระยะยาวสำหรับวางแผนภาพรวม

ธุรกิจที่ต้องการเห็นภาพมูลค่าตลอดอายุลูกค้าอย่างละเอียด ควรอ่านเรื่อง วัด Cost per Policy Sale ประกอบ ซึ่งอธิบายวิธีจัดการกับมูลค่าจากการต่ออายุกรมธรรม์ในรายละเอียดมากกว่านี้ รวมถึงวิธีตัดสินใจว่าจะรายงานตัวเลขแบบไหนให้เหมาะกับการตัดสินใจแต่ละประเภท

ตัวอย่างสมมติ ROAS ต่างกันแค่ไหนเมื่อนับคนละแบบ

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติเปรียบเทียบ ROAS ของกรมธรรม์เดียวกันเมื่อคำนวณจากมูลค่าคนละแบบ:

วิธีคำนวณ (ตัวอย่างสมมติ)มูลค่าที่นับROAS โดยประมาณ
นับเบี้ยปีแรกอย่างเดียว30,000 บาท3.3 เท่า
นับมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์ 5 ปี (สมมติต่ออายุครบ)150,000 บาท16.7 เท่า

ลูกค้าประกันมักเทียบหลายเจ้าก่อนตัดสินใจ

ลูกค้าที่ทักเข้ามาถามประกันมักไม่ได้ตัดสินใจซื้อกับเจ้าแรกที่คุยด้วย หลายคนทักหลายนายหน้าหรือหลายบริษัทพร้อมกันเพื่อเปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครอง ทำให้บางครั้งลูกค้าที่ทักเข้ามาจากแอดของเราอาจไปปิดการขายกับนายหน้าคนอื่นแทน หรือในทางกลับกัน ลูกค้าที่เห็นแอดแต่ไม่ได้ทักทันที อาจกลับมาซื้อผ่านช่องทางอื่นในภายหลัง

สถานการณ์แบบนี้ทำให้ Attribution ของธุรกิจประกันมีความไม่แน่นอนสูงกว่าธุรกิจทั่วไป การยอมรับว่า ROAS ที่คำนวณได้เป็นมุมมองหนึ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ข้อมูลที่มีจะให้ได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้น

แนวทางหนึ่งที่ช่วยลดความคลาดเคลื่อนคือการถามลูกค้าตรง ๆ ในบทสนทนาว่ากำลังพิจารณาที่อื่นควบคู่ด้วยหรือไม่ แล้วบันทึกไว้เป็นหมายเหตุ แม้จะไม่ได้ทำให้ ROAS แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ช่วยให้เข้าใจบริบทของแต่ละดีลได้ดีขึ้น เช่นรู้ว่าดีลที่ปิดยากส่วนใหญ่มีคู่แข่งเข้ามาเทียบราคาด้วยหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการปรับกลยุทธ์การขายเช่นกัน

แยกยอดขายจากแอดออกจากยอดขายที่มาจากการบอกต่อ

นายหน้าประกันหลายคนมีลูกค้าเก่าที่แนะนำเพื่อนหรือญาติมาซื้อประกันต่อ ซึ่งเป็นช่องทางที่ไม่เกี่ยวกับค่าแอดเลย แต่ถ้าไม่มีการแยกแหล่งที่มาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ยอดขายจากการบอกต่อเหล่านี้อาจถูกปนเข้าไปในยอดขายที่นับว่าเป็นผลจากแอด ทำให้ ROAS ที่คำนวณได้ดูสูงเกินจริงกว่าประสิทธิภาพที่แท้จริงของแคมเปญ

วิธีแก้คือถามลูกค้าทุกครั้งที่เริ่มบทสนทนาว่ารู้จักช่องทางนี้จากที่ไหน หรือดูจาก Tracking Link ว่าลูกค้ารายนั้นเพิ่มเพื่อนผ่านโฆษณาจริงหรือผ่านการแชร์ต่อ เพื่อให้ตัวเลข ROAS ที่รายงานสะท้อนเฉพาะผลจากเงินโฆษณาที่จ่ายไปจริง ๆ

ใช้ ROAS ตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบรายวันอย่างไร

เมื่อมี ROAS ที่คำนวณได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือนำไปใช้ตัดสินใจปรับงบรายวันหรือรายสัปดาห์ ถ้า ROAS ของแคมเปญใดต่ำกว่าจุดคุ้มทุนต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรพิจารณาปรับข้อความโฆษณาหรือกลุ่มเป้าหมายก่อนตัดงบทันที เพราะบางครั้งปัญหาอาจแก้ได้ง่ายกว่าที่คิดเพียงแค่ปรับจุดเล็กน้อย

ในทางกลับกัน แคมเปญที่มี ROAS สูงต่อเนื่องอาจยังไม่ควรเพิ่มงบทันทีเป็นก้อนใหญ่ ควรค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อยแล้วสังเกตว่า ROAS ยังคงตัวอยู่หรือลดลงเมื่องบเพิ่มขึ้น เพราะกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูงมักมีขนาดจำกัด การเพิ่มงบเร็วเกินไปอาจทำให้ต้องขยายไปหากลุ่มเป้าหมายที่คุณภาพต่ำลงโดยไม่รู้ตัว

ตัวอย่างสมมติของการเพิ่มงบอย่างระมัดระวังคือทดลองเพิ่มงบสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อรอบ แล้วเว้นระยะสักสัปดาห์เพื่อดูว่า ROAS ยังทรงตัวอยู่หรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจเพิ่มงบในรอบถัดไป แทนที่จะเพิ่มงบเป็นเท่าตัวในครั้งเดียวซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก หากกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูงเริ่มหมดเร็วกว่าที่คาดไว้

หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับการตัดสินใจลดงบเช่นกัน ควรลดทีละน้อยและสังเกตผลก่อนตัดงบทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะบางครั้งแคมเปญที่ดูเหมือน ROAS ต่ำในช่วงสั้น ๆ อาจฟื้นตัวได้เมื่อผ่านช่วงทดสอบข้อความโฆษณาใหม่ไปแล้ว การตัดสินใจอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาดที่แก้ไขย้อนกลับได้ยากในภายหลัง

กำหนดช่วงเวลาที่ยอมรับให้นับเป็นผลจากแอด

เพราะการตัดสินใจซื้อประกันมักใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ธุรกิจควรกำหนด Attribution Window หรือช่วงเวลาที่ยอมรับให้นับยอดขายเป็นผลจากแอดตัวนั้น เช่น ถ้าลูกค้าทักเข้ามาจากแอดแล้วปิดการขายภายในสามสิบวัน ให้นับเป็นผลจากแอดนั้น แต่ถ้าเกินสามสิบวันอาจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย

การไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนทำให้แต่ละคนในทีมตีความไม่ตรงกัน บางคนอาจนับยอดขายที่เกิดขึ้นหลายเดือนหลังทักครั้งแรกว่าเป็นผลจากแอด ในขณะที่บางคนไม่นับ ทำให้ตัวเลข ROAS ที่รายงานออกมาไม่สอดคล้องกันในแต่ละรอบ ธุรกิจที่ต้องการวางระบบผูกยอดขายให้แม่นยำขึ้น ควรอ่านเรื่อง การวัด Cost per Policy Sale ประกอบ

การตกลง Attribution Window ควรทำร่วมกันระหว่างทีมการตลาดกับทีมขายตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำหนดเองฝ่ายเดียว เพราะทีมการตลาดอาจอยากได้กรอบเวลาสั้นเพื่อวัดผลแคมเปญได้เร็ว ในขณะที่ทีมขายอาจต้องการกรอบเวลายาวกว่าเพื่อสะท้อนวงจรการตัดสินใจซื้อประกันที่ใช้เวลานาน การหาจุดตรงกลางที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ช่วยให้ตัวเลข ROAS ที่รายงานมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาทั้งสองทีม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อคำนวณ ROAS ประกัน

  • ไม่กำหนดว่านับเบี้ยปีแรกหรือมูลค่าตลอดอายุ — ทำให้เปรียบเทียบ ROAS ข้ามช่วงเวลาไม่ได้เพราะใช้วิธีคิดต่างกันในแต่ละครั้ง
  • ไม่กำหนด Attribution Window ที่ชัดเจน — ทำให้แต่ละคนในทีมนับยอดขายเป็นผลจากแอดไม่ตรงกัน
  • รวมยอดขายจากทุกช่องทางเข้าด้วยกัน — ทำให้แยกไม่ออกว่ายอดขายมาจากแอดจริงหรือมาจากการบอกต่อ
  • ไม่หักกรมธรรม์ที่ยกเลิกภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด — ทำให้ ROAS ดูสูงเกินจริงในช่วงแรก

ส่งข้อมูลยอดขายกลับไปให้แพลตฟอร์มโฆษณาเรียนรู้ต่อ

เมื่อมีระบบผูกยอดขายกรมธรรม์กับแคมเปญต้นทางที่แม่นยำแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือพิจารณาส่งข้อมูล Conversion กลับไปยังแพลตฟอร์มโฆษณา เพื่อให้ระบบมีข้อมูลไปใช้หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกับคนที่ซื้อกรมธรรม์จริงมากขึ้น แทนที่จะให้ระบบเรียนรู้จากแค่จำนวนคนทักเข้ามาเพียงอย่างเดียว

ธุรกิจที่ใช้ Facebook หรือ Instagram เป็นช่องทางหลัก ควรอ่านเรื่อง Meta CAPI ประกัน LINE ประกอบ เพื่อเข้าใจวิธีส่ง Conversion เมื่อยอดขายเกิดขึ้นในแชท

สรุป

การยิงแอดประกันทุกวันโดยไม่มีระบบผูกยอดขายกลับไปยังแคมเปญต้นทาง ทำให้ไม่มีทางรู้ ROAS ที่แท้จริงได้เลย ต้องเริ่มบันทึกแคมเปญต้นทางตั้งแต่ลูกค้าทักเข้ามาครั้งแรก และตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่าจะนับมูลค่าเบี้ยแบบไหน

เพราะลูกค้าประกันมักเปรียบเทียบหลายเจ้าก่อนตัดสินใจ ROAS ที่คำนวณได้จึงเป็นมุมมองที่ดีที่สุดเท่าที่ข้อมูลจะให้ได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่แม่นยำสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังดีกว่าการเดาเอาจากความรู้สึกมาก

  • กำหนดชัดเจนว่านับ ROAS จากเบี้ยปีแรกหรือรวมมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์
  • ตั้ง Attribution Window ที่ชัดเจนเพื่อให้ทีมนับยอดขายเป็นผลจากแอดตรงกัน
  • หักกรมธรรม์ที่ยกเลิกออกจากยอดขายก่อนสรุป ROAS สุทธิ
  • แยกคำนวณ ROAS ตามประเภทกรมธรรม์ ไม่รวมทุกประเภทเข้าด้วยกัน

คำถามที่พบบ่อย

ควรนับ ROAS ประกันจากเบี้ยปีแรกหรือรวมมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์ดี

ทั้งสองแบบมีประโยชน์ต่างกัน ควรใช้เบี้ยปีแรกสำหรับตัดสินใจปรับงบระยะสั้น และประมาณการมูลค่าตลอดอายุกรมธรรม์สำหรับวางแผนภาพรวมระยะยาว ที่สำคัญคือต้องระบุชัดเจนว่าตัวเลขที่รายงานใช้วิธีไหน

ลูกค้าที่เห็นแอดแต่ไม่ทักทันที แล้วกลับมาซื้อทีหลังควรนับเป็นผลจากแอดไหม

ขึ้นอยู่กับ Attribution Window ที่กำหนดไว้ ถ้าอยู่ในช่วงเวลาที่ยอมรับได้ เช่นภายในสามสิบวัน อาจนับได้ แต่ถ้าเกินไปนานควรระมัดระวังในการนับเป็นผลโดยตรงจากแอดตัวนั้น

ROAS ประกันเท่าไหร่ถือว่าคุ้มค่า

ขึ้นอยู่กับค่าคอมมิชชันที่นายหน้าหรือบริษัทได้รับต่อกรมธรรม์แต่ละประเภท ควรคำนวณ Break-even ROAS ของตัวเองก่อน แล้วใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบแทนการใช้ตัวเลขมาตรฐานที่ไม่ตรงกับธุรกิจของตัวเอง

ควรคำนวณ ROAS แยกตามประเภทกรมธรรม์ไหม

ควรแยก เพราะประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุมีเบี้ยและอัตราค่าคอมมิชชันต่างกันมาก การรวม ROAS ทุกประเภทเข้าด้วยกันอาจบดบังว่าประเภทไหนคุ้มค่าจริง

กรมธรรม์ที่ยกเลิกภายในเดือนแรกส่งผลต่อ ROAS อย่างไร

ควรหักออกจากยอดขายที่นำมาคำนวณ ROAS เพื่อไม่ให้ตัวเลขดูดีเกินจริงในช่วงแรก ควรมีรอบทบทวนที่ปรับปรุงยอดขายสุทธิเป็นระยะหลังหักกรมธรรม์ที่ยกเลิก

linli ช่วยเรื่องการคำนวณ ROAS ประกันได้แค่ไหน

linli ช่วยผูกยอดขายกรมธรรม์กับแคมเปญต้นทางของลูกค้าที่ทักเข้ามา ทำให้คำนวณ ROAS จากข้อมูลจริงได้ง่ายขึ้น ส่วนการกำหนดว่าจะนับมูลค่าเบี้ยปีแรกหรือตลอดอายุกรมธรรม์ยังเป็นการตัดสินใจของทีมธุรกิจ

ลองตรวจด้วยตัวเอง

เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE

ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง

คำนวณ ROI ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทักไลน์ถามรถเข้ามาเยอะทุกวัน แต่ปิดยอดขายได้น้อย แก้ยังไงดี

ทักไลน์ถามรถเข้ามาเยอะทุกวัน แต่ปิดยอดขายได้น้อย แก้ยังไงดี

โชว์รูมหลายแห่งมีคนทักไลน์ถามรถทุกวัน แต่ยอดขายกลับไม่ขยับตามที่คาด บทความนี้ชวนคำนวณ ROAS รถยนต์จาก LINE ให้ถูกต้อง และหาว่าปัญหาอยู่ที่คุณภาพทราฟฟิกหรือทีมขาย
ทีมสามคนอัปโหลด Offline Conversion คนละไฟล์ จนข้อมูลซ้อนกัน แก้ยังไง

ทีมสามคนอัปโหลด Offline Conversion คนละไฟล์ จนข้อมูลซ้อนกัน แก้ยังไง

เมื่อหลายคนในทีมอัปโหลดไฟล์ Offline Conversion เข้า Google Ads พร้อมกันโดยไม่ประสานงานกัน ข้อมูลมักซ้อนกันจนตัวเลขผิดเพี้ยน บทความนี้ไล่สาเหตุของปัญหาและอธิบายว่าการย้ายไปใช้ Data Manager ช่วยลดความซ้อนซ้อนนี้ได้อย่างไร
เพิ่มงบยิงแอดแล้ว ROAS ในระบบดีขึ้นทั้งที่ยอดขายจริงเท่าเดิม แก้ยังไง

เพิ่มงบยิงแอดแล้ว ROAS ในระบบดีขึ้นทั้งที่ยอดขายจริงเท่าเดิม แก้ยังไง

ROAS ในหน้า Ads Manager ดีขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ยอดโอนจริงจากฝ่ายขายไม่ได้ขยับตาม บทความนี้ชวนดูว่าควรส่ง Conversion แบบไหนกลับแพลตฟอร์มโฆษณา ถึงจะสะท้อนยอดขายอสังหาจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในระบบ