← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

ยิงแอดคลินิกเข้า LINE ทุกเดือน แต่รู้ได้ยังไงว่า ROAS จริงเท่าไหร่

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:51อัปเดต 12 ส.ค. 04:51อ่าน 2 นาที
ยิงแอดคลินิกเข้า LINE ทุกเดือน แต่รู้ได้ยังไงว่า ROAS จริงเท่าไหร่
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ROAS ของคลินิกที่ปิดการขายใน LINE ต้องคำนวณจากยอดขายจริงที่ผูกกับแคมเปญต้นทาง ไม่ใช่แค่ยอดที่แพลตฟอร์มโฆษณารายงานเอง เพราะแพลตฟอร์มมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคนทักเข้าแชท ต้องมีจุดบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญ แล้วนำมาหารด้วยค่าแอดเพื่อให้ได้ตัวเลข ROAS ที่เชื่อถือได้

เจ้าของคลินิกผิวหนังคนหนึ่งเปิด Ads Manager ขึ้นมาดูทุกเช้า เห็นตัวเลข ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานให้อยู่ที่สามเท่า ซึ่งดูเหมือนคุ้มค่ามาก แต่พอลองถามแอดมินว่ายอดขายที่แพลตฟอร์มนับมานั้นคือยอดขายจริงหรือเปล่า แอดมินตอบว่าไม่แน่ใจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่โอนเงินผ่านการทักคุยใน LINE ไม่ได้กดซื้อผ่านเว็บไซต์ที่มีระบบติดตามอัตโนมัติ

นี่คือปัญหาที่คลินิกจำนวนมากเจอเหมือนกัน เพราะแพลตฟอร์มโฆษณาส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ติดตาม conversion ที่เกิดบนเว็บไซต์ได้ดี เช่นการกดซื้อสินค้าผ่านตะกร้า แต่เมื่อยอดขายจริงเกิดขึ้นในบทสนทนา LINE หลังจากคนทักถามราคาแล้วโอนเงินโดยตรง แพลตฟอร์มจะไม่มีทางรู้เลยว่าเกิดยอดขายจริงหรือไม่ นอกจากจะมีคนป้อนข้อมูลกลับเข้าไปเอง

บทความนี้จะพาดูว่าทำไม ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมักไม่ตรงกับความจริงสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายใน LINE และจะวางระบบอย่างไรให้ได้ตัวเลข ROAS ที่เชื่อถือได้จริง

ทำไม ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมักไม่ตรงกับความจริง

แพลตฟอร์มโฆษณาคำนวณ ROAS จากข้อมูลที่มันมองเห็นได้ผ่านกลไกติดตามของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่มีระบบซื้อขายออนไลน์ที่ติดตั้งโค้ดติดตามไว้บนเว็บไซต์ แต่สำหรับคลินิกที่ยอดขายเกิดในบทสนทนา LINE แพลตฟอร์มจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครโอนเงินจริงกี่บาท นอกจากจะมีการส่งข้อมูลกลับเข้าไปด้วยมือหรือผ่านระบบเชื่อมต่อ

บางคลินิกตั้งค่าให้แพลตฟอร์มนับ conversion จากการที่คนทักเข้ามาในแชท ซึ่งเป็นแค่สัญญาณว่ามีคนสนใจ ไม่ใช่ยอดขายจริง ทำให้ตัวเลข ROAS ที่เห็นในหน้ารายงานสูงเกินความเป็นจริงมาก เพราะนับรวมคนที่แค่ทักถามแล้วไม่ซื้อเข้าไปด้วย

บันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญต้นทางด้วยมือก่อนก็ได้

สำหรับคลินิกที่ยังไม่มีระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ วิธีเริ่มต้นที่ทำได้ทันทีคือให้แอดมินบันทึกยอดขายจริงของแต่ละเคสแยกตามแคมเปญต้นทางลงในตารางเดียว ไม่ว่าจะเป็นสเปรดชีตหรือระบบง่าย ๆ ที่มีอยู่แล้ว ข้อมูลที่ต้องมีคือวันที่ทักเข้ามา แคมเปญต้นทาง บริการที่ซื้อ และมูลค่าที่ขายได้จริง

แม้วิธีนี้จะใช้แรงงานคนมากกว่าระบบอัตโนมัติ แต่ก็ให้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการเชื่อ ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมาก และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนจะลงทุนในระบบที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างสมมติ เทียบ ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานกับ ROAS จริง

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติที่แสดงความต่างระหว่าง ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเอง กับ ROAS ที่คำนวณจากยอดขายจริงหลังตรวจสอบกับแอดมิน:

แคมเปญ (ตัวอย่างสมมติ)ค่าแอดROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานROAS จากยอดขายจริง
แคมเปญ A15,0003.2 เท่า1.8 เท่า
แคมเปญ B12,0002.5 เท่า2.3 เท่า

สูตรคำนวณ ROAS จริง เมื่อยอดขายเกิดในแชท

ROAS จริงคำนวณจากยอดขายรวมที่เกิดจากแคมเปญนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง หารด้วยค่าแอดที่ใช้ไปในแคมเปญเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน เช่นถ้าแคมเปญหนึ่งใช้งบหนึ่งหมื่นห้าพันบาท และมียอดขายจริงที่ผูกกลับมาได้สองหมื่นเจ็ดพันบาท ROAS จริงจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 เท่า ไม่ใช่ตัวเลขที่แพลตฟอร์มรายงานเองซึ่งอาจสูงเกินจริงมาก

จุดสำคัญคือต้องระบุช่วงเวลาให้ตรงกันระหว่างค่าแอดกับยอดขาย เพราะบางเคสอาจทักเข้ามาในเดือนหนึ่งแต่ตัดสินใจซื้อในอีกเดือนถัดไป ถ้าไม่ติดตามข้ามเดือน จะทำให้ ROAS ของเดือนที่ยิงแอดดูต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะยอดขายบางส่วนยังไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นับ วิธีแก้คือติดตามกลุ่มคนที่ทักเข้ามาในแต่ละเดือนต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยหนึ่งถึงสองเดือน แล้วนำยอดขายสะสมทั้งหมดกลับมาคำนวณ ROAS ของเดือนต้นทางนั้น แทนที่จะตัดจบดูแค่ยอดขายที่เกิดขึ้นในเดือนเดียวกับที่ยิงแอด

ใช้ระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อปริมาณเคสเริ่มมากขึ้น

เมื่อคลินิกเริ่มมีปริมาณเคสมากขึ้นจนการบันทึกด้วยมือเริ่มไม่ทันการหรือมีความผิดพลาดบ่อย ควรพิจารณาใช้ระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลแคมเปญต้นทางเข้ากับสถานะการขายในแชทโดยอัตโนมัติ ระบบแบบนี้ช่วยลดภาระของแอดมินและลดโอกาสที่ข้อมูลจะตกหล่นหรือบันทึกผิดพลาดจากความเหนื่อยล้าในการทำงานประจำวัน

การลงทุนในระบบเชื่อมต่อควรพิจารณาจากมูลค่าของข้อมูลที่ได้กลับมา ถ้าคลินิกใช้งบโฆษณาต่อเดือนสูงพอสมควร การรู้ ROAS ที่แม่นยำช่วยตัดสินใจปรับงบได้ถูกต้องกว่ามาก ซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุนในระบบมากกว่าการเสียงบไปกับแคมเปญที่ ROAS จริงต่ำกว่าที่คิดต่อเนื่องหลายเดือน

ROAS ต่างกันตามประเภทบริการ ต้องแยกดูไม่รวมกัน

คลินิกที่มีบริการหลายประเภท เช่นทรีตเมนต์ราคาถูกกับหัตถการราคาสูง มักมี ROAS ต่างกันมากในแต่ละแคมเปญที่โปรโมตบริการต่างกัน การรวม ROAS ของทุกบริการเข้าด้วยกันอาจทำให้มองไม่เห็นว่าแคมเปญไหนที่จริงแล้วคุ้มค่ากว่ากัน ควรอ่านเรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าลูกค้าตามพฤติกรรมซื้อ ประกอบ เพื่อเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มบริการมีพฤติกรรมซื้อซ้ำต่างกันอย่างไร

การแยก ROAS ตามประเภทบริการยังช่วยให้ตัดสินใจจัดงบได้ตรงเป้ามากขึ้น เพราะบางบริการอาจมี ROAS ต่ำในระยะสั้นแต่สร้างมูลค่าระยะยาวสูงจากการซื้อซ้ำ ในขณะที่บางบริการอาจมี ROAS สูงในระยะสั้นแต่ไม่มีการซื้อซ้ำเลย

เลือกช่วงเวลานับ attribution ให้เหมาะกับวงจรตัดสินใจของคลินิก

อีกจุดที่ต้องตัดสินใจก่อนคำนวณ ROAS จริงคือควรใช้ช่วงเวลานับ attribution นานแค่ไหน หมายถึงระยะเวลาที่นับว่ายอดขายยังผูกกับแคมเปญต้นทางอยู่ ถ้าคลินิกขายบริการราคาถูกที่ตัดสินใจซื้อเร็ว อาจใช้ช่วงเวลาแค่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็เพียงพอ แต่ถ้าขายบริการราคาสูงที่ต้องคิดนาน อาจต้องขยายช่วงเวลาเป็นหนึ่งถึงสองเดือน

การเลือกช่วงเวลาที่สั้นเกินไปสำหรับบริการที่ตัดสินใจช้า จะทำให้ ROAS จริงดูต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เพราะยอดขายจำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นหลังช่วงเวลาที่นับไปแล้ว ในทางกลับกัน การใช้ช่วงเวลานานเกินไปสำหรับบริการที่ตัดสินใจเร็ว อาจทำให้ปนยอดขายที่ไม่เกี่ยวกับแคมเปญนั้นเข้ามาด้วย ควรเลือกช่วงเวลาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของลูกค้าแต่ละกลุ่มบริการ

ROAS สูงไม่ได้แปลว่ากำไรจริงสูงเสมอไป

ข้อควรระวังสำคัญคือ ROAS เป็นตัวเลขที่คำนวณจากยอดขาย ไม่ใช่กำไร ถ้าบริการหนึ่งมีราคาขายสูงแต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงก็สูงตามไปด้วย ROAS ที่ดูสูงอาจไม่ได้แปลว่ากำไรที่แท้จริงสูงตาม ในขณะที่บริการอีกอย่างที่ ROAS ดูต่ำกว่าอาจมีกำไรขั้นต้นสูงกว่ามากเพราะต้นทุนต่ำ

การตัดสินใจจัดงบโฆษณาจึงควรดูควบคู่กับกำไรขั้นต้นของแต่ละบริการด้วย ไม่ใช่ดูแค่ ROAS อย่างเดียว เพราะบริการที่ ROAS สูงแต่กำไรบางอาจไม่คุ้มค่าเท่าบริการที่ ROAS ต่ำกว่าแต่กำไรหนากว่าในระยะยาว วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือคำนวณตัวเลขที่เรียกว่าผลตอบแทนจากค่าแอดในรูปกำไรจริง แทนที่จะใช้ ROAS อย่างเดียวเป็นเกณฑ์ตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบให้แต่ละแคมเปญ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้วัด ROAS คลินิกผิดพลาด

  • เชื่อ ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองโดยไม่ตรวจกับยอดขายจริง — มักสูงเกินจริงเพราะนับรวมคนที่แค่ทักถามแล้วไม่ซื้อ
  • ไม่ติดตามข้ามเดือนเมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อช้ากว่าเดือนที่ทักเข้ามา — ทำให้ ROAS ดูต่ำกว่าความเป็นจริง
  • รวม ROAS ของทุกบริการเข้าด้วยกัน — มองไม่เห็นว่าแคมเปญไหนที่จริงแล้วคุ้มค่ากว่ากัน
  • ไม่มีจุดบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญต้นทาง — ทำให้ไม่มีข้อมูลย้อนกลับไปคำนวณ ROAS ที่แม่นยำได้เลย

สรุป

ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมักไม่ตรงกับความจริงสำหรับคลินิกที่ปิดการขายในแชท LINE เพราะแพลตฟอร์มมองไม่เห็นยอดขายจริงที่เกิดหลังจากคนทักเข้ามาแล้ว การมีจุดบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญต้นทาง ไม่ว่าจะทำด้วยมือหรือผ่านระบบอัตโนมัติ คือกุญแจที่ทำให้ได้ตัวเลข ROAS ที่เชื่อถือได้จริง

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือเริ่มบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญทุกเดือน ติดตามข้ามเดือนสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจช้า และแยก ROAS ตามประเภทบริการเพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่แท้จริงของแต่ละแคมเปญ พร้อมทั้งพิจารณากำไรขั้นต้นควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้ตัดสินใจจัดงบผิดพลาดจากตัวเลข ROAS ที่ดูดีแต่กำไรจริงกลับบางกว่าที่คิด

คำถามที่พบบ่อย

ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองเชื่อถือได้แค่ไหน

สำหรับธุรกิจที่ยอดขายเกิดในบทสนทนา LINE ตัวเลขนี้มักไม่แม่นยำและมักสูงเกินจริง เพราะแพลตฟอร์มมองไม่เห็นว่าคนที่ทักเข้ามาซื้อจริงหรือไม่ ต้องมีการบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญเพื่อตรวจสอบตัวเลขนี้เสมอทุกเดือน

ROAS เท่าไหร่ถึงจะถือว่าคุ้มค่าสำหรับคลินิก

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานตายตัว ขึ้นกับต้นทุนบริการและกำไรขั้นต้นของแต่ละคลินิก ควรคำนวณจุดคุ้มทุนของตัวเองจากต้นทุนจริงก่อนตั้งเป้า ROAS ที่เหมาะสมกับธุรกิจตัวเอง แทนที่จะยึดตามตัวเลขมาตรฐานของอุตสาหกรรมอื่น

ควรบันทึกยอดขายจริงด้วยมือไปนานแค่ไหน

ขึ้นกับปริมาณเคสของคลินิก ถ้ายังจัดการไหวด้วยมือก็ทำต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน แต่เมื่อปริมาณเคสเริ่มมากขึ้นจนบันทึกไม่ทันหรือผิดพลาดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ควรพิจารณาใช้ระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติแทนเพื่อความแม่นยำที่สม่ำเสมอกว่า

ทำไมต้องแยก ROAS ตามประเภทบริการ

เพราะแต่ละบริการมีต้นทุน กำไร และพฤติกรรมการซื้อซ้ำต่างกันมาก การรวม ROAS เข้าด้วยกันอาจทำให้ตัดสินใจจัดงบผิดพลาด โดยไม่รู้ว่าแคมเปญไหนที่จริงแล้วคุ้มค่ากว่ากันในระยะยาว

ลูกค้าที่ทักเข้ามาแล้วตัดสินใจซื้อช้ากว่าหนึ่งเดือน ควรนับ ROAS ของเดือนไหน

ควรนับกลับไปยังเดือนที่แคมเปญพาเขาเข้ามาทักครั้งแรก ไม่ใช่เดือนที่ตัดสินใจซื้อจริง เพื่อให้เห็นว่าแคมเปญนั้นสร้างมูลค่าได้จริงเท่าไหร่ในภาพรวมทั้งหมด

มีระบบที่ช่วยคำนวณ ROAS จากยอดขายจริงในแชทโดยอัตโนมัติไหม

ระบบที่เชื่อมข้อมูลแคมเปญต้นทางเข้ากับสถานะการขายในแชทอย่าง linli ช่วยให้คำนวณ ROAS จากยอดขายจริงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องบันทึกด้วยมือทุกเคส

ควรใช้ช่วงเวลานับ attribution นานแค่ไหน

ขึ้นกับวงจรตัดสินใจของแต่ละบริการ บริการราคาถูกที่ตัดสินใจเร็วอาจใช้ช่วงเวลาแค่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็เพียงพอ ส่วนบริการราคาสูงที่ต้องคิดนานอาจต้องขยายช่วงเวลาเป็นหนึ่งถึงสองเดือนเพื่อให้เห็นยอดขายที่แท้จริง

ROAS สูงแปลว่ากำไรจริงสูงเสมอไปหรือไม่

ไม่เสมอไป ROAS คำนวณจากยอดขาย ไม่ใช่กำไร บริการที่ราคาขายสูงแต่ต้นทุนก็สูงตามอาจมี ROAS ดูดีแต่กำไรบาง ควรดูควบคู่กับกำไรขั้นต้นของแต่ละบริการก่อนตัดสินใจจัดงบ

ลองตรวจด้วยตัวเอง

เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE

ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง

คำนวณ ROI ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยิงแอดฟิลเลอร์วันละสองพัน แต่ไม่รู้ว่าจุดไหนขายดีที่สุด

ยิงแอดฟิลเลอร์วันละสองพัน แต่ไม่รู้ว่าจุดไหนขายดีที่สุด

คลินิกที่ขายฟิลเลอร์หลายจุด เช่นใต้ตา ร่องแก้ม และคาง มักยิงแอดรวมกันจนแยกไม่ออกว่าจุดไหนขายดีที่สุด บทความนี้ชวนแยก campaign ฟิลเลอร์ตามจุดฉีด เพื่อให้เห็นว่าควรทุ่มงบให้จุดไหน
เลเซอร์แต่ละแบบขายคนละกลุ่ม แต่แคมเปญเดียวปนกันหมด

เลเซอร์แต่ละแบบขายคนละกลุ่ม แต่แคมเปญเดียวปนกันหมด

คลินิกที่ให้บริการเลเซอร์หลายแบบมักยิงแอดรวมกันทั้งเลเซอร์หน้าใส เลเซอร์ขน และเลเซอร์รอยสิว จนแยกไม่ออกว่าแบบไหนทำยอดได้จริง บทความนี้ชวนแยก campaign เลเซอร์ตามประเภทบริการเพื่อจัดงบให้ตรงจุด
จัดฟันกับฟอกสีฟัน สองบริการที่วัดผลด้วยไม้บรรทัดเดียวกันไม่ได้

จัดฟันกับฟอกสีฟัน สองบริการที่วัดผลด้วยไม้บรรทัดเดียวกันไม่ได้

คลินิกทันตกรรมมักยิงแอดจัดฟันและฟอกสีฟันในภาพเดียวกันเพราะคิดว่าลูกค้าเป้าหมายคล้ายกัน แต่จริงแล้วสองบริการนี้มีรอบการตัดสินใจและมูลค่าต่อเคสต่างกันมาก บทความนี้เปรียบเทียบวิธีวัดผลทั้งสองบริการเพื่อจัดงบให้ตรงจุด