ยิงแอดคลินิกเข้า LINE ทุกเดือน แต่รู้ได้ยังไงว่า ROAS จริงเท่าไหร่

สรุปสั้น ๆ
ROAS ของคลินิกที่ปิดการขายใน LINE ต้องคำนวณจากยอดขายจริงที่ผูกกับแคมเปญต้นทาง ไม่ใช่แค่ยอดที่แพลตฟอร์มโฆษณารายงานเอง เพราะแพลตฟอร์มมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคนทักเข้าแชท ต้องมีจุดบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญ แล้วนำมาหารด้วยค่าแอดเพื่อให้ได้ตัวเลข ROAS ที่เชื่อถือได้
เจ้าของคลินิกผิวหนังคนหนึ่งเปิด Ads Manager ขึ้นมาดูทุกเช้า เห็นตัวเลข ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานให้อยู่ที่สามเท่า ซึ่งดูเหมือนคุ้มค่ามาก แต่พอลองถามแอดมินว่ายอดขายที่แพลตฟอร์มนับมานั้นคือยอดขายจริงหรือเปล่า แอดมินตอบว่าไม่แน่ใจ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่โอนเงินผ่านการทักคุยใน LINE ไม่ได้กดซื้อผ่านเว็บไซต์ที่มีระบบติดตามอัตโนมัติ
นี่คือปัญหาที่คลินิกจำนวนมากเจอเหมือนกัน เพราะแพลตฟอร์มโฆษณาส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ติดตาม conversion ที่เกิดบนเว็บไซต์ได้ดี เช่นการกดซื้อสินค้าผ่านตะกร้า แต่เมื่อยอดขายจริงเกิดขึ้นในบทสนทนา LINE หลังจากคนทักถามราคาแล้วโอนเงินโดยตรง แพลตฟอร์มจะไม่มีทางรู้เลยว่าเกิดยอดขายจริงหรือไม่ นอกจากจะมีคนป้อนข้อมูลกลับเข้าไปเอง
บทความนี้จะพาดูว่าทำไม ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมักไม่ตรงกับความจริงสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายใน LINE และจะวางระบบอย่างไรให้ได้ตัวเลข ROAS ที่เชื่อถือได้จริง
ทำไม ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมักไม่ตรงกับความจริง
แพลตฟอร์มโฆษณาคำนวณ ROAS จากข้อมูลที่มันมองเห็นได้ผ่านกลไกติดตามของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่มีระบบซื้อขายออนไลน์ที่ติดตั้งโค้ดติดตามไว้บนเว็บไซต์ แต่สำหรับคลินิกที่ยอดขายเกิดในบทสนทนา LINE แพลตฟอร์มจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครโอนเงินจริงกี่บาท นอกจากจะมีการส่งข้อมูลกลับเข้าไปด้วยมือหรือผ่านระบบเชื่อมต่อ
บางคลินิกตั้งค่าให้แพลตฟอร์มนับ conversion จากการที่คนทักเข้ามาในแชท ซึ่งเป็นแค่สัญญาณว่ามีคนสนใจ ไม่ใช่ยอดขายจริง ทำให้ตัวเลข ROAS ที่เห็นในหน้ารายงานสูงเกินความเป็นจริงมาก เพราะนับรวมคนที่แค่ทักถามแล้วไม่ซื้อเข้าไปด้วย
บันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญต้นทางด้วยมือก่อนก็ได้
สำหรับคลินิกที่ยังไม่มีระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ วิธีเริ่มต้นที่ทำได้ทันทีคือให้แอดมินบันทึกยอดขายจริงของแต่ละเคสแยกตามแคมเปญต้นทางลงในตารางเดียว ไม่ว่าจะเป็นสเปรดชีตหรือระบบง่าย ๆ ที่มีอยู่แล้ว ข้อมูลที่ต้องมีคือวันที่ทักเข้ามา แคมเปญต้นทาง บริการที่ซื้อ และมูลค่าที่ขายได้จริง
แม้วิธีนี้จะใช้แรงงานคนมากกว่าระบบอัตโนมัติ แต่ก็ให้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการเชื่อ ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมาก และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนจะลงทุนในระบบที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต
ตัวอย่างสมมติ เทียบ ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานกับ ROAS จริง
ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติที่แสดงความต่างระหว่าง ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเอง กับ ROAS ที่คำนวณจากยอดขายจริงหลังตรวจสอบกับแอดมิน:
| แคมเปญ (ตัวอย่างสมมติ) | ค่าแอด | ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงาน | ROAS จากยอดขายจริง |
|---|---|---|---|
| แคมเปญ A | 15,000 | 3.2 เท่า | 1.8 เท่า |
| แคมเปญ B | 12,000 | 2.5 เท่า | 2.3 เท่า |
สูตรคำนวณ ROAS จริง เมื่อยอดขายเกิดในแชท
ROAS จริงคำนวณจากยอดขายรวมที่เกิดจากแคมเปญนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง หารด้วยค่าแอดที่ใช้ไปในแคมเปญเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน เช่นถ้าแคมเปญหนึ่งใช้งบหนึ่งหมื่นห้าพันบาท และมียอดขายจริงที่ผูกกลับมาได้สองหมื่นเจ็ดพันบาท ROAS จริงจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 เท่า ไม่ใช่ตัวเลขที่แพลตฟอร์มรายงานเองซึ่งอาจสูงเกินจริงมาก
จุดสำคัญคือต้องระบุช่วงเวลาให้ตรงกันระหว่างค่าแอดกับยอดขาย เพราะบางเคสอาจทักเข้ามาในเดือนหนึ่งแต่ตัดสินใจซื้อในอีกเดือนถัดไป ถ้าไม่ติดตามข้ามเดือน จะทำให้ ROAS ของเดือนที่ยิงแอดดูต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะยอดขายบางส่วนยังไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นับ วิธีแก้คือติดตามกลุ่มคนที่ทักเข้ามาในแต่ละเดือนต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อยหนึ่งถึงสองเดือน แล้วนำยอดขายสะสมทั้งหมดกลับมาคำนวณ ROAS ของเดือนต้นทางนั้น แทนที่จะตัดจบดูแค่ยอดขายที่เกิดขึ้นในเดือนเดียวกับที่ยิงแอด
ใช้ระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อปริมาณเคสเริ่มมากขึ้น
เมื่อคลินิกเริ่มมีปริมาณเคสมากขึ้นจนการบันทึกด้วยมือเริ่มไม่ทันการหรือมีความผิดพลาดบ่อย ควรพิจารณาใช้ระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลแคมเปญต้นทางเข้ากับสถานะการขายในแชทโดยอัตโนมัติ ระบบแบบนี้ช่วยลดภาระของแอดมินและลดโอกาสที่ข้อมูลจะตกหล่นหรือบันทึกผิดพลาดจากความเหนื่อยล้าในการทำงานประจำวัน
การลงทุนในระบบเชื่อมต่อควรพิจารณาจากมูลค่าของข้อมูลที่ได้กลับมา ถ้าคลินิกใช้งบโฆษณาต่อเดือนสูงพอสมควร การรู้ ROAS ที่แม่นยำช่วยตัดสินใจปรับงบได้ถูกต้องกว่ามาก ซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุนในระบบมากกว่าการเสียงบไปกับแคมเปญที่ ROAS จริงต่ำกว่าที่คิดต่อเนื่องหลายเดือน
ROAS ต่างกันตามประเภทบริการ ต้องแยกดูไม่รวมกัน
คลินิกที่มีบริการหลายประเภท เช่นทรีตเมนต์ราคาถูกกับหัตถการราคาสูง มักมี ROAS ต่างกันมากในแต่ละแคมเปญที่โปรโมตบริการต่างกัน การรวม ROAS ของทุกบริการเข้าด้วยกันอาจทำให้มองไม่เห็นว่าแคมเปญไหนที่จริงแล้วคุ้มค่ากว่ากัน ควรอ่านเรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าลูกค้าตามพฤติกรรมซื้อ ประกอบ เพื่อเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มบริการมีพฤติกรรมซื้อซ้ำต่างกันอย่างไร
การแยก ROAS ตามประเภทบริการยังช่วยให้ตัดสินใจจัดงบได้ตรงเป้ามากขึ้น เพราะบางบริการอาจมี ROAS ต่ำในระยะสั้นแต่สร้างมูลค่าระยะยาวสูงจากการซื้อซ้ำ ในขณะที่บางบริการอาจมี ROAS สูงในระยะสั้นแต่ไม่มีการซื้อซ้ำเลย
เลือกช่วงเวลานับ attribution ให้เหมาะกับวงจรตัดสินใจของคลินิก
อีกจุดที่ต้องตัดสินใจก่อนคำนวณ ROAS จริงคือควรใช้ช่วงเวลานับ attribution นานแค่ไหน หมายถึงระยะเวลาที่นับว่ายอดขายยังผูกกับแคมเปญต้นทางอยู่ ถ้าคลินิกขายบริการราคาถูกที่ตัดสินใจซื้อเร็ว อาจใช้ช่วงเวลาแค่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็เพียงพอ แต่ถ้าขายบริการราคาสูงที่ต้องคิดนาน อาจต้องขยายช่วงเวลาเป็นหนึ่งถึงสองเดือน
การเลือกช่วงเวลาที่สั้นเกินไปสำหรับบริการที่ตัดสินใจช้า จะทำให้ ROAS จริงดูต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เพราะยอดขายจำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นหลังช่วงเวลาที่นับไปแล้ว ในทางกลับกัน การใช้ช่วงเวลานานเกินไปสำหรับบริการที่ตัดสินใจเร็ว อาจทำให้ปนยอดขายที่ไม่เกี่ยวกับแคมเปญนั้นเข้ามาด้วย ควรเลือกช่วงเวลาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของลูกค้าแต่ละกลุ่มบริการ
ROAS สูงไม่ได้แปลว่ากำไรจริงสูงเสมอไป
ข้อควรระวังสำคัญคือ ROAS เป็นตัวเลขที่คำนวณจากยอดขาย ไม่ใช่กำไร ถ้าบริการหนึ่งมีราคาขายสูงแต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงก็สูงตามไปด้วย ROAS ที่ดูสูงอาจไม่ได้แปลว่ากำไรที่แท้จริงสูงตาม ในขณะที่บริการอีกอย่างที่ ROAS ดูต่ำกว่าอาจมีกำไรขั้นต้นสูงกว่ามากเพราะต้นทุนต่ำ
การตัดสินใจจัดงบโฆษณาจึงควรดูควบคู่กับกำไรขั้นต้นของแต่ละบริการด้วย ไม่ใช่ดูแค่ ROAS อย่างเดียว เพราะบริการที่ ROAS สูงแต่กำไรบางอาจไม่คุ้มค่าเท่าบริการที่ ROAS ต่ำกว่าแต่กำไรหนากว่าในระยะยาว วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือคำนวณตัวเลขที่เรียกว่าผลตอบแทนจากค่าแอดในรูปกำไรจริง แทนที่จะใช้ ROAS อย่างเดียวเป็นเกณฑ์ตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบให้แต่ละแคมเปญ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้วัด ROAS คลินิกผิดพลาด
- เชื่อ ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองโดยไม่ตรวจกับยอดขายจริง — มักสูงเกินจริงเพราะนับรวมคนที่แค่ทักถามแล้วไม่ซื้อ
- ไม่ติดตามข้ามเดือนเมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อช้ากว่าเดือนที่ทักเข้ามา — ทำให้ ROAS ดูต่ำกว่าความเป็นจริง
- รวม ROAS ของทุกบริการเข้าด้วยกัน — มองไม่เห็นว่าแคมเปญไหนที่จริงแล้วคุ้มค่ากว่ากัน
- ไม่มีจุดบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญต้นทาง — ทำให้ไม่มีข้อมูลย้อนกลับไปคำนวณ ROAS ที่แม่นยำได้เลย
สรุป
ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมักไม่ตรงกับความจริงสำหรับคลินิกที่ปิดการขายในแชท LINE เพราะแพลตฟอร์มมองไม่เห็นยอดขายจริงที่เกิดหลังจากคนทักเข้ามาแล้ว การมีจุดบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญต้นทาง ไม่ว่าจะทำด้วยมือหรือผ่านระบบอัตโนมัติ คือกุญแจที่ทำให้ได้ตัวเลข ROAS ที่เชื่อถือได้จริง
สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือเริ่มบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญทุกเดือน ติดตามข้ามเดือนสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจช้า และแยก ROAS ตามประเภทบริการเพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่แท้จริงของแต่ละแคมเปญ พร้อมทั้งพิจารณากำไรขั้นต้นควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้ตัดสินใจจัดงบผิดพลาดจากตัวเลข ROAS ที่ดูดีแต่กำไรจริงกลับบางกว่าที่คิด
- ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองมักสูงเกินจริงสำหรับคลินิกที่ปิดการขายในแชท
- บันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญต้นทางเพื่อคำนวณ ROAS ที่แม่นยำ
- ติดตามข้ามเดือนเมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อช้ากว่าเดือนที่ทักเข้ามา
- แยก ROAS ตามประเภทบริการ เพราะแต่ละบริการมีความคุ้มค่าต่างกัน
- การผูก CRM คลินิกเข้ากับ Attribution อ่านที่การผูก CRM คลินิกเข้ากับ Attribution ของ LINE
- การติดตามยอดขายหน้าร้านที่มาจาก LINE ดูที่การติดตามยอดขายหน้าร้านที่มาจาก LINE
- เคสคลินิกด้านสุขภาพจิตที่วัดผลผ่าน LINE อ่านที่เคสคลินิกด้านสุขภาพจิตที่วัดผลผ่าน LINE
คำถามที่พบบ่อย
ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานเองเชื่อถือได้แค่ไหน
สำหรับธุรกิจที่ยอดขายเกิดในบทสนทนา LINE ตัวเลขนี้มักไม่แม่นยำและมักสูงเกินจริง เพราะแพลตฟอร์มมองไม่เห็นว่าคนที่ทักเข้ามาซื้อจริงหรือไม่ ต้องมีการบันทึกยอดขายจริงแยกตามแคมเปญเพื่อตรวจสอบตัวเลขนี้เสมอทุกเดือน
ROAS เท่าไหร่ถึงจะถือว่าคุ้มค่าสำหรับคลินิก
ไม่มีตัวเลขมาตรฐานตายตัว ขึ้นกับต้นทุนบริการและกำไรขั้นต้นของแต่ละคลินิก ควรคำนวณจุดคุ้มทุนของตัวเองจากต้นทุนจริงก่อนตั้งเป้า ROAS ที่เหมาะสมกับธุรกิจตัวเอง แทนที่จะยึดตามตัวเลขมาตรฐานของอุตสาหกรรมอื่น
ควรบันทึกยอดขายจริงด้วยมือไปนานแค่ไหน
ขึ้นกับปริมาณเคสของคลินิก ถ้ายังจัดการไหวด้วยมือก็ทำต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน แต่เมื่อปริมาณเคสเริ่มมากขึ้นจนบันทึกไม่ทันหรือผิดพลาดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ควรพิจารณาใช้ระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติแทนเพื่อความแม่นยำที่สม่ำเสมอกว่า
ทำไมต้องแยก ROAS ตามประเภทบริการ
เพราะแต่ละบริการมีต้นทุน กำไร และพฤติกรรมการซื้อซ้ำต่างกันมาก การรวม ROAS เข้าด้วยกันอาจทำให้ตัดสินใจจัดงบผิดพลาด โดยไม่รู้ว่าแคมเปญไหนที่จริงแล้วคุ้มค่ากว่ากันในระยะยาว
ลูกค้าที่ทักเข้ามาแล้วตัดสินใจซื้อช้ากว่าหนึ่งเดือน ควรนับ ROAS ของเดือนไหน
ควรนับกลับไปยังเดือนที่แคมเปญพาเขาเข้ามาทักครั้งแรก ไม่ใช่เดือนที่ตัดสินใจซื้อจริง เพื่อให้เห็นว่าแคมเปญนั้นสร้างมูลค่าได้จริงเท่าไหร่ในภาพรวมทั้งหมด
มีระบบที่ช่วยคำนวณ ROAS จากยอดขายจริงในแชทโดยอัตโนมัติไหม
ระบบที่เชื่อมข้อมูลแคมเปญต้นทางเข้ากับสถานะการขายในแชทอย่าง linli ช่วยให้คำนวณ ROAS จากยอดขายจริงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องบันทึกด้วยมือทุกเคส
ควรใช้ช่วงเวลานับ attribution นานแค่ไหน
ขึ้นกับวงจรตัดสินใจของแต่ละบริการ บริการราคาถูกที่ตัดสินใจเร็วอาจใช้ช่วงเวลาแค่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็เพียงพอ ส่วนบริการราคาสูงที่ต้องคิดนานอาจต้องขยายช่วงเวลาเป็นหนึ่งถึงสองเดือนเพื่อให้เห็นยอดขายที่แท้จริง
ROAS สูงแปลว่ากำไรจริงสูงเสมอไปหรือไม่
ไม่เสมอไป ROAS คำนวณจากยอดขาย ไม่ใช่กำไร บริการที่ราคาขายสูงแต่ต้นทุนก็สูงตามอาจมี ROAS ดูดีแต่กำไรบาง ควรดูควบคู่กับกำไรขั้นต้นของแต่ละบริการก่อนตัดสินใจจัดงบ
ลองตรวจด้วยตัวเอง
เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE
ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง
คำนวณ ROI ฟรี →ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วันบทความที่เกี่ยวข้อง

ยิงแอดฟิลเลอร์วันละสองพัน แต่ไม่รู้ว่าจุดไหนขายดีที่สุด

เลเซอร์แต่ละแบบขายคนละกลุ่ม แต่แคมเปญเดียวปนกันหมด
