← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

จัดระเบียบ Tracking ให้แต่ละแบรนด์ในเครือก่อนนำไปปรับงบโฆษณา

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:52อัปเดต 12 ส.ค. 04:52อ่าน 1 นาที
จัดระเบียบ Tracking ให้แต่ละแบรนด์ในเครือก่อนนำไปปรับงบโฆษณา
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การมีหลายแบรนด์ในเครือที่ใช้ LINE เป็นช่องทางหลักมักนำไปสู่การปนข้อมูล Tracking กันโดยไม่ตั้งใจ ถ้าไม่จัดระเบียบให้แยกกันชัดเจนตั้งแต่ต้นทาง การนำข้อมูลไปปรับงบโฆษณาอาจผิดพลาด เพราะไม่รู้ว่าผลลัพธ์ที่เห็นมาจากแบรนด์ใดจริง ๆ

ธุรกิจที่เติบโตจนมีหลายแบรนด์ในเครือ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่แตกไลน์สินค้าใหม่หรือแบรนด์ที่ซื้อกิจการมา มักเลือกใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในการคุยกับลูกค้าเช่นเดียวกับแบรนด์หลัก เพราะเห็นผลดีจากแบรนด์เดิมมาแล้ว

แต่เมื่อทีมการตลาดกลางที่ดูแลงบโฆษณาของทุกแบรนด์พยายามดึงข้อมูลผลลัพธ์มาเปรียบเทียบ มักพบว่าข้อมูลของแต่ละแบรนด์ปนกันอยู่ในระบบเดียวโดยไม่มีการแยกที่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าผลลัพธ์ที่เห็นมาจากแบรนด์ใดจริง ๆ

บทความนี้จะพาไล่ดูว่าควรจัดระเบียบ Tracking ให้แยกตามแบรนด์อย่างไร เพื่อให้ข้อมูลที่นำไปใช้ปรับงบโฆษณาสะอาดและเชื่อถือได้จริง

จุดที่ทำให้ข้อมูลของแต่ละแบรนด์ปนกัน

จุดแรกที่มักเกิดปัญหาคือการใช้ LINE OA เดียวกันสำหรับหลายแบรนด์ในช่วงเริ่มต้นเพื่อประหยัดต้นทุน โดยตั้งใจว่าจะแยกภายหลังเมื่อแบรนด์ใหม่เติบโตขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับไม่มีเวลาแยกระบบ ทำให้ข้อมูลของทั้งสองแบรนด์ปนกันต่อเนื่องเป็นเวลานาน

อีกจุดคือแม้จะแยก LINE OA ตามแบรนด์แล้ว แต่ทีมการตลาดกลางที่ดูแลงบโฆษณายังคงใช้ระบบติดตามผลชุดเดียวโดยไม่มีฟิลด์แยกแบรนด์ ทำให้เมื่อดึงรายงานออกมา ข้อมูลของทุกแบรนด์ถูกรวมกันในตารางเดียวโดยไม่มีตัวแบ่งที่ชัดเจน

ผลกระทบต่อการตัดสินใจปรับงบโฆษณา

เมื่อข้อมูลของหลายแบรนด์ปนกัน การตัดสินใจปรับงบโฆษณาจะอิงจากตัวเลขที่ไม่สะท้อนความจริงของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง เช่น แบรนด์ที่มีต้นทุนต่อ Lead สูงกว่าจริงอาจถูกมองข้ามไปว่าทำผลงานได้ดี เพราะตัวเลขถูกปนกับแบรนด์ที่มีต้นทุนต่ำกว่าจนดูเหมือนภาพรวมดี

ในทางกลับกัน แบรนด์ที่ทำผลงานได้ดีจริงอาจถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะถูกปนกับแบรนด์ที่ทำผลงานได้ไม่ดี ทำให้ทีมการตลาดตัดสินใจลดงบให้แบรนด์ที่ควรจะได้รับงบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดโดยตรงจากข้อมูลที่ไม่สะอาด

แยก LINE OA ตามแบรนด์อย่างมีโครงสร้าง

แนวทางพื้นฐานที่สุดคือแยก LINE Official Account ตามแบรนด์อย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มทำการตลาด ไม่ควรใช้บัญชีเดียวกันสำหรับหลายแบรนด์แม้จะเป็นช่วงเริ่มต้นที่ยังมีขนาดเล็ก เพราะการย้ายข้อมูลลูกค้าไปยังบัญชีใหม่ในภายหลังทำได้ยากและอาจทำให้ลูกค้าบางส่วนหลุดหายไประหว่างทาง

การแยกบัญชีตั้งแต่ต้นยังช่วยให้แต่ละแบรนด์สามารถออกแบบข้อความและโปรโมชันที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะส่งข้อความผิดกลุ่มเป้าหมายเหมือนกรณีที่ใช้บัญชีเดียวกันสำหรับหลายแบรนด์

เพิ่มฟิลด์ระบุแบรนด์ในทุกระบบติดตามผล

การมีฟิลด์ระบุแบรนด์ที่สอดคล้องกันในทุกระบบ ตั้งแต่ระบบโฆษณาไปจนถึงระบบขาย ช่วยให้สามารถกรองและแยกข้อมูลตามแบรนด์ได้ทุกจุดของ Funnel โดยไม่ต้องพยายามเดาหรือสืบย้อนกลับภายหลังว่าข้อมูลชุดใดเป็นของแบรนด์ไหน

ระบบสิ่งที่ต้องเพิ่ม
ระบบโฆษณาตั้งชื่อแคมเปญให้ระบุแบรนด์อย่างชัดเจนในทุกบัญชี
ฐานข้อมูล Leadฟิลด์รหัสแบรนด์ในทุกแถวของข้อมูล Lead
ระบบขายแท็กหรือหมวดหมู่แบรนด์สำหรับทุกดีลที่บันทึกเข้าระบบ

ออกแบบ UTM แยกทราฟฟิกก่อนเข้า LINE ไม่ให้มั่ว

การตั้งค่า UTM Parameter ที่ระบุแบรนด์ตั้งแต่ระดับลิงก์โฆษณา ช่วยให้เมื่อทราฟฟิกจากทุกแบรนด์วิ่งเข้ามาสู่ระบบติดตามผลกลาง ยังสามารถแยกแยะได้ว่าคลิกแต่ละครั้งมาจากแบรนด์ใด แม้จะใช้แพลตฟอร์มโฆษณาเดียวกันในการยิงแอดให้ทุกแบรนด์ก็ตาม

มาตรฐาน UTM ที่ดีควรมีรูปแบบที่แน่นอนและเข้าใจง่าย เช่น ระบุชื่อแบรนด์เป็นส่วนแรกของพารามิเตอร์เสมอ เพื่อให้ทีมที่ดูแลหลายแบรนด์พร้อมกันไม่สับสนเมื่อต้องตั้งค่าแคมเปญใหม่ให้แบรนด์ต่าง ๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากหลายแบรนด์ในเครือเดียวกัน

อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาคือกรณีลูกค้าคนเดียวกันเป็นลูกค้าของมากกว่าหนึ่งแบรนด์ในเครือ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เมื่อลูกค้าพอใจในแบรนด์หนึ่งแล้วลองสินค้าของแบรนด์อื่นในเครือเดียวกันต่อ กรณีแบบนี้ต้องตัดสินใจว่าจะนับเป็น Lead แยกของแต่ละแบรนด์ หรือจะเชื่อมโยงเป็นลูกค้าคนเดียวกันข้ามแบรนด์

การตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของธุรกิจ ถ้าต้องการวัดผลแยกตามแบรนด์อย่างเคร่งครัดเพื่อประเมินงบโฆษณา ควรนับแยกกัน แต่ถ้าต้องการเข้าใจภาพรวมของลูกค้าทั้งเครือเพื่อวางกลยุทธ์ Cross-sell ควรมีระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าข้ามแบรนด์ได้ด้วย

รายงานผลให้ทีมการตลาดกลางเปรียบเทียบได้เป็นธรรม

เมื่อข้อมูลของแต่ละแบรนด์แยกกันชัดเจนแล้ว การสร้างรายงานเปรียบเทียบให้ทีมการตลาดกลางควรระวังปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกันของแต่ละแบรนด์ เช่น แบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ย่อมมีการรับรู้ในตลาดน้อยกว่าแบรนด์ที่ทำมานานหลายปี การเปรียบเทียบตัวเลขสัมบูรณ์โดยตรงอาจไม่เป็นธรรมกับแบรนด์ใหม่

ควรใช้ตัวชี้วัดเชิงเปรียบเทียบ เช่น อัตราการเติบโตเทียบกับเดือนก่อนหน้าของแบรนด์เดียวกัน แทนการเปรียบเทียบตัวเลขระหว่างแบรนด์โดยตรง เพื่อให้การประเมินผลงานของแต่ละแบรนด์สะท้อนความพยายามที่แท้จริงมากกว่าขนาดหรืออายุของแบรนด์นั้น

ตัวอย่างสมมติ: แบรนด์แม่กับแบรนด์ลูกที่เพิ่งแตกไลน์

ลองดูตัวอย่างสมมติ ธุรกิจเครื่องสำอางแบรนด์หนึ่งประสบความสำเร็จในการใช้ LINE ทำการตลาดมาหลายปี จึงตัดสินใจแตกไลน์สินค้าใหม่เป็นแบรนด์ลูกที่เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นโดยเฉพาะ ทีมการตลาดตัดสินใจใช้ LINE OA เดิมของแบรนด์แม่ในการสื่อสารทั้งสองแบรนด์ไปก่อน เพื่อประหยัดเวลาในการตั้งค่าใหม่

หลังจากผ่านไปสี่เดือน เมื่อทีมต้องการประเมินว่าแบรนด์ลูกควรได้รับงบโฆษณาเพิ่มหรือไม่ กลับพบว่าไม่สามารถแยกได้เลยว่า Lead ที่เพิ่มเพื่อนเข้ามาในช่วงนั้นเป็นลูกค้าที่สนใจแบรนด์แม่หรือแบรนด์ลูก เพราะทุกคนถูกบันทึกไว้ในระบบเดียวกันโดยไม่มีตัวแบ่งแยก ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการแยกบัญชีใหม่และเสียโอกาสในการประเมินผลแบรนด์ลูกไปสี่เดือนเต็ม

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการประหยัดเวลาในระยะสั้นด้วยการไม่แยกระบบตั้งแต่ต้น มักนำไปสู่ต้นทุนที่สูงกว่ามากในระยะยาว ทั้งในแง่เวลาที่ต้องใช้แก้ไขและโอกาสทางธุรกิจที่เสียไป

ตั้งชื่อแคมเปญและแบรนด์ให้สอดคล้องกันทุกระบบ

นอกจากฟิลด์ที่ระบุแบรนด์แล้ว การตั้งชื่อแคมเปญและรหัสอ้างอิงต่าง ๆ ให้สอดคล้องกันทุกระบบก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าทีมโฆษณาใช้ชื่อแบรนด์แบบหนึ่งในระบบยิงแอด แต่ทีมบันทึกข้อมูลลูกค้าใช้ชื่อแบรนด์อีกแบบหนึ่งในฐานข้อมูล การจับคู่ข้อมูลระหว่างสองระบบจะทำได้ยากหรือผิดพลาดได้ง่าย

การมีเอกสารมาตรฐานที่ระบุชื่อและรหัสอ้างอิงของแต่ละแบรนด์อย่างชัดเจน แล้วให้ทุกทีมที่เกี่ยวข้องใช้ชื่อเดียวกันนี้เสมอ ช่วยลดความผิดพลาดจากการตั้งชื่อไม่ตรงกันได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจมีทีมงานหลายคนที่ต้องตั้งค่าระบบต่าง ๆ พร้อมกัน

ควรมอบหมายให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ดูแลเอกสารมาตรฐานนี้และอัปเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอเมื่อมีแบรนด์ใหม่เพิ่มเข้ามาในเครือ เพื่อไม่ให้เอกสารกลายเป็นข้อมูลเก่าที่ไม่มีใครกล้าเชื่อถือหรือใช้อ้างอิงอีกต่อไป

โครงสร้างทีมที่รองรับการดูแลหลายแบรนด์

ธุรกิจที่มีหลายแบรนด์ในเครือมักเลือกหนึ่งในสองแนวทาง คือให้ทีมการตลาดกลางดูแลทุกแบรนด์พร้อมกัน หรือแยกทีมย่อยรับผิดชอบแต่ละแบรนด์โดยเฉพาะ ทั้งสองแนวทางมีข้อดีข้อเสียต่างกัน โดยทีมกลางมักได้เปรียบเรื่องการเห็นภาพรวมและจัดสรรงบข้ามแบรนด์ได้ยืดหยุ่นกว่า

ในขณะที่ทีมย่อยที่รับผิดชอบเฉพาะแบรนด์มักเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและรายละเอียดของแบรนด์นั้นได้ลึกกว่า ไม่ว่าจะเลือกโครงสร้างใด การมีระบบ Tracking ที่แยกตามแบรนด์อย่างชัดเจนเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับทั้งสองแนวทาง เพราะทั้งทีมกลางและทีมย่อยต่างต้องการข้อมูลที่แยกแยะได้ชัดเจนเพื่อใช้ตัดสินใจ

บางธุรกิจเลือกใช้แนวทางผสม คือมีทีมกลางดูแลภาพรวมและมาตรฐานข้อมูล ในขณะที่มีผู้ประสานงานเฉพาะแบรนด์ที่ทำงานใกล้ชิดกับทีมกลางเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวเฉพาะของแบรนด์ตัวเอง วิธีนี้ช่วยให้ได้ทั้งความรวดเร็วในการเห็นภาพรวมและความละเอียดในการเข้าใจแต่ละแบรนด์ไปพร้อมกัน

สรุป

การจัดระเบียบ Tracking ให้แยกตามแบรนด์อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นระเบียบของข้อมูล แต่ส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำของการตัดสินใจปรับงบโฆษณาในแต่ละแบรนด์

การแยก LINE OA ตามแบรนด์ตั้งแต่ต้น พร้อมกับมาตรฐาน UTM ที่สอดคล้องกัน จะช่วยให้ทีมการตลาดกลางมีข้อมูลที่สะอาดพอจะเปรียบเทียบและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

ธุรกิจที่ลงทุนวางระบบนี้ตั้งแต่แบรนด์ยังมีจำนวนน้อย จะประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนได้มากกว่าธุรกิจที่รอจนมีหลายแบรนด์แล้วค่อยพยายามแก้ไขปัญหาย้อนหลัง

คำถามที่พบบ่อย

ควรแยก LINE OA ตามแบรนด์ตั้งแต่เริ่มต้นเลยไหม แม้แบรนด์ใหม่ยังเล็กอยู่

ควรแยกตั้งแต่ต้นแม้แบรนด์จะยังเล็ก เพราะการย้ายข้อมูลลูกค้าจากบัญชีรวมไปยังบัญชีแยกในภายหลังทำได้ยากและอาจทำให้ลูกค้าบางส่วนหลุดหายระหว่างทาง

ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากสองแบรนด์ในเครือเดียวกันควรนับเป็นกี่ Lead

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการวัดผล ถ้าต้องการวัดผลแยกตามแบรนด์อย่างเคร่งครัดควรนับแยกกัน แต่ถ้าต้องการเห็นภาพรวมลูกค้าทั้งเครือควรมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าข้ามแบรนด์ด้วย

ควรเปรียบเทียบผลงานระหว่างแบรนด์ใหม่กับแบรนด์เก่าอย่างไรให้เป็นธรรม

ควรใช้ตัวชี้วัดเชิงเปรียบเทียบ เช่น อัตราการเติบโตเทียบกับเดือนก่อนหน้าของแบรนด์เดียวกัน แทนการเปรียบเทียบตัวเลขสัมบูรณ์ระหว่างแบรนด์โดยตรงซึ่งไม่คำนึงถึงอายุหรือขนาดของแต่ละแบรนด์

ทีมการตลาดกลางกับทีมย่อยรายแบรนด์ แบบไหนดีกว่ากัน

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจ แต่ไม่ว่าจะเลือกโครงสร้างใด การมีระบบ Tracking ที่แยกตามแบรนด์ชัดเจนเป็นพื้นฐานที่จำเป็นเสมอ บางธุรกิจเลือกใช้แนวทางผสมที่มีทั้งทีมกลางและผู้ประสานงานเฉพาะแบรนด์ทำงานร่วมกัน

การตั้งมาตรฐาน UTM ควรทำก่อนหรือหลังเปิดตัวแบรนด์ใหม่

ควรทำก่อนเปิดตัวเสมอ เพราะถ้าเริ่มยิงโฆษณาไปแล้วโดยไม่มีมาตรฐาน UTM ข้อมูลในช่วงแรกจะไม่สามารถแยกแยะได้ และการย้อนกลับไปแก้ไขข้อมูลที่เก็บไปแล้วมักทำได้ยากหรือทำไม่ได้เลย ควรใช้เวลาช่วงเตรียมการก่อนเปิดตัวกำหนดมาตรฐานนี้ให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อนเริ่มยิงแคมเปญแรก

linli ช่วยแยก Tracking ระหว่างแบรนด์ในเครือเดียวกันได้อย่างไร

linli บันทึกข้อมูล Lead พร้อมฟิลด์ระบุแบรนด์ต้นทาง ทำให้สามารถแยกและเปรียบเทียบผลระหว่างแบรนด์ได้ แต่การออกแบบมาตรฐาน UTM และการตัดสินใจเรื่องลูกค้าข้ามแบรนด์ยังต้องมาจากการวางแผนของทีมธุรกิจเอง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตของแต่ละแบรนด์ในเครือ และเพื่อให้ทีมที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจความหมายของข้อมูลที่เห็นตรงกัน

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Ads Budget Calculator

เริ่มจากเป้ารายได้ แล้วคำนวณย้อนกลับว่าต้องมีกี่ Lead กี่คลิก และงบเท่าไร

คำนวณงบฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้าเพิ่มเพื่อน LINE เยอะขึ้นทุกเดือน แต่รายงานให้ลูกค้าเจ้าของแบรนด์ไม่ได้ว่าใครมาจากแอดไหน

ลูกค้าเพิ่มเพื่อน LINE เยอะขึ้นทุกเดือน แต่รายงานให้ลูกค้าเจ้าของแบรนด์ไม่ได้ว่าใครมาจากแอดไหน

Agency ที่ดูแลหลายแบรนด์มักเจอปัญหาเดียวกัน คือยอดเพิ่มเพื่อน LINE เพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่พอลูกค้าถามว่ายอดนี้มาจากแคมเปญไหน กลับตอบไม่ได้ชัดเจน บทความนี้ชวนดูว่าควรจัดโครงสร้างข้อมูล LINE conversion tracking อย่างไรให้ค้นย้อนกลับถึงแคมเปญได้จริง
มี LINE OA หลายบัญชีในเครือเดียวกัน ควรรวมยอด Conversion ไว้ที่เดียวหรือแยกกัน

มี LINE OA หลายบัญชีในเครือเดียวกัน ควรรวมยอด Conversion ไว้ที่เดียวหรือแยกกัน

ธุรกิจที่มีหลายแบรนด์หรือหลายสาขาแล้วเปิด LINE OA แยกกันหลายบัญชี มักเจอคำถามว่าควรรวมยอด Conversion ไว้ดูที่เดียวหรือแยกกันตามบัญชี บทความนี้ชวนดูข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทาง และวิธีทำให้ทีม Marketing กับ Sales ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน
ทำไมทีมใน Agency เดียวกันตั้งชื่อแคมเปญไม่เหมือนกันสักตัว

ทำไมทีมใน Agency เดียวกันตั้งชื่อแคมเปญไม่เหมือนกันสักตัว

ปัญหาที่มักถูกมองข้ามของ Agency ที่ดูแลหลายลูกค้าคือชื่อแคมเปญที่แต่ละคนตั้งเองตามสไตล์ ทำให้ค้นหาหรือเปรียบเทียบผลงานย้อนหลังยากขึ้นเรื่อย ๆ บทความนี้ชวนดูว่าทำไมปัญหานี้ถึงเกิดขึ้น และควรวาง naming convention สำหรับแคมเปญ LINE อย่างไรให้ทุกคนใช้ร่วมกันได้จริง