← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ดูอัตราทักแชทจาก LINE OA Insight กับนับมือใน Excel ต่างกันตรงไหน

ทีมบรรณาธิการ linli10 ส.ค. 15:18อัปเดต 10 ส.ค. 15:18อ่าน 3 นาที
ดูอัตราทักแชทจาก LINE OA Insight กับนับมือใน Excel ต่างกันตรงไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

อัตราทักแชทต่อ Add Friend คำนวณจากจำนวนคนที่ทักข้อความแรกจริง หารด้วยจำนวน Add Friend ทั้งหมดในช่วงเดียวกัน LINE OA Insight ให้ตัวเลขรวมทั้งเพจแบบไม่แยกแคมเปญ ส่วนการนับมือช่วยแยกตามแคมเปญได้แต่กินเวลาและเสี่ยงตกหล่น ถ้าจะใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจงบโฆษณาต้องรู้ก่อนว่าแหล่งไหนตอบคำถามอะไรได้จริง

มีคนถามผมบ่อยว่า ทำไม Add Friend ยิ่งเยอะ แต่แชทเข้ามาที่แอดมินกลับไม่ได้เพิ่มตามสัดส่วนเดียวกัน คำตอบสั้น ๆ คือ เพราะ Add Friend กับการทักแชทเป็นคนละพฤติกรรมกัน คนกดเพิ่มเพื่อนอาจแค่อยากดูว่าเพจนี้ขายอะไร ยังไม่ได้ตั้งใจคุย

ปัญหาคือหลายเพจไม่เคยวัดตัวเลขตรงกลางนี้เลย มองแค่สองปลายทาง คือ Add Friend เท่าไหร่ กับปิดยอดขายได้เท่าไหร่ พอยอดขายไม่ดี ก็ไปโทษแอดมินหรือโทษราคาสินค้า ทั้งที่จุดรั่วอาจอยู่ตรงกลางว่า คนกดเพิ่มเพื่อนแล้วไม่ยอมทักเลยต่างหาก

บทความนี้จะพาดูว่าอัตราทักแชทต่อ Add Friend คำนวณยังไง เก็บตัวเลขจากไหนได้บ้าง แต่ละแหล่งมีข้อจำกัดอะไร แล้วถ้าอัตรานี้ต่ำ ควรเริ่มแก้ที่จุดไหนก่อน

ทักแชทกับ Add Friend คือคนละเหตุการณ์ ทำไมต้องแยกวัด

ใน LINE Funnel ที่ใช้กันทั่วไป Add Friend คือขั้นที่คนกดปุ่มเพิ่มเพื่อนสำเร็จ ส่วน Chat Started คือขั้นที่คนพิมพ์ข้อความแรกเข้ามาในห้องแชท สองเหตุการณ์นี้ห่างกันได้ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงหลายวัน หรือไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

สาเหตุที่ต้องแยกวัดสองขั้นนี้ เพราะปัญหาของแต่ละขั้นแก้ด้วยคนละวิธี ถ้า Add Friend เยอะแต่ทักน้อย ปัญหามักอยู่ที่ข้อความต้อนรับ (Welcome Message) หรือ Rich Menu ที่ไม่ได้ชวนให้คนอยากพิมพ์ต่อ แต่ถ้าทักเยอะแล้วเงียบหายหลังจากนั้น ปัญหาจะไปอยู่ที่การตอบของแอดมินแทน

การเหมารวมว่า Add Friend คือ Lead เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในธุรกิจที่ยิงแอดเข้า LINE เพราะคนที่กดเพิ่มเพื่อนแล้วไม่เคยทักเลย ไม่ควรถูกนับเป็น Lead หรือส่งเข้ากระบวนการขายใด ๆ เขายังเป็นแค่ผู้ติดตามที่ยังไม่ได้แสดงเจตนา

สูตรคำนวณอัตราทักแชทต่อ Add Friend พร้อมตัวอย่างตัวเลข

สูตรพื้นฐานคือ (จำนวนคนที่ทักข้อความแรก ÷ จำนวน Add Friend ในช่วงเวลาเดียวกัน) x 100 โดยต้องระวังเรื่อง Time Lag เพราะบางคนกดเพิ่มเพื่อนวันนี้ แต่ทักในอีกสามวันถัดมา การนับแบบวันต่อวันเป๊ะ ๆ อาจทำให้ตัวเลขดูต่ำกว่าความเป็นจริง

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นข้อมูลสมมติเพื่อให้เห็นกรอบวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง: สมมติเดือนหนึ่งมี Add Friend ใหม่ 1,000 คน มีคนทักข้อความแรกภายใน 7 วัน 380 คน อัตราทักแชทต่อ Add Friend จะอยู่ที่ 38% ตัวเลขนี้เองก็ยังต้องเทียบกับค่าเฉลี่ยของตัวเองย้อนหลัง ไม่มีเกณฑ์ตายตัวว่าเท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี เพราะขึ้นกับประเภทสินค้าและข้อความต้อนรับที่ใช้

ช่วงเวลาหลัง Add Friendความหมายควรทำอะไรต่อ
ทักภายใน 1 ชม.ตั้งใจสูง มาจากความสนใจที่ยังร้อนอยู่ให้แอดมินตอบเร็วที่สุด
ทักภายใน 1-3 วันยังลังเลอยู่ก่อนตัดสินใจทักWelcome Message ต้องมีเหตุผลให้กลับมาทัก
ไม่ทักเลยเกิน 7 วันอาจเพิ่มเพื่อนเพราะเผื่อไว้ ไม่ใช่ตั้งใจซื้อนับแยกออกจากกลุ่ม Active

อัตราต่ำเกิดจากอะไรได้บ้าง เรียงจากที่เจอบ่อย

ก่อนจะรีบสรุปว่าสินค้าไม่น่าสนใจ ลองไล่เช็กสาเหตุที่พบบ่อยเหล่านี้ก่อน เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเลย

  • Welcome Message กว้างเกินไป ไม่ได้บอกว่าควรพิมพ์อะไรต่อ ลูกค้าอ่านจบแล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง
  • Rich Menu ไม่มีปุ่มที่นำไปสู่การพิมพ์คำถาม มีแต่ปุ่มลิงก์ออกไปเว็บอื่นซึ่งไม่ได้ชวนให้เกิด Chat Started
  • โฆษณาต้นทางสัญญาเกินจริง คนกดเพิ่มเพื่อนเพราะอยากดูของ ไม่ได้ตั้งใจซื้อจริง พอเห็นราคาหรือรายละเอียดในหน้าโปรไฟล์แล้วเปลี่ยนใจไม่ทัก
  • คนเพิ่มเพื่อนจากการค้นหาชื่อเพจเอง (Organic) ปนกับคนที่มาจากโฆษณา ทำให้อัตรารวมดูต่ำกว่าความจริงของกลุ่มที่มาจากแอด
  • ไม่มีเหตุผลให้ตัดสินใจตอนนี้ เช่น โปรจำกัดเวลา หรือคำถามปลายเปิดที่ชวนตอบ ทำให้คนเลื่อนการทักไปเรื่อย ๆ จนลืม

นับตัวเลขนี้จาก LINE OA Insight ได้ไหม หรือต้องมีเครื่องมือเพิ่ม

LINE Official Account Manager มีหน้า Insight ที่แสดงจำนวน Add Friend และจำนวนข้อความที่ส่งเข้ามา แต่ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมทั้งเพจ ไม่ได้แยกว่าใครมาจากแคมเปญไหน และไม่ได้จับคู่ผู้ใช้แบบรายบุคคลว่าคนที่ Add Friend คนไหนคือคนที่ทักในภายหลัง

ถ้าต้องการรู้แค่ภาพรวมว่าเดือนนี้อัตราทักแชทดีขึ้นหรือแย่ลง Insight ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการรู้ว่าแคมเปญ A กับแคมเปญ B ใครทำให้คนทักแชทมากกว่ากัน จำเป็นต้องมีการแยก Tracking Link หรือ QR Code ต่อแคมเปญ แล้วผูกกับ Event Chat Started รายบุคคล ซึ่งเป็นสิ่งที่ Insight มาตรฐานทำไม่ได้

การนับมือด้วยการให้แอดมินจดว่าใครทักมาจากไหน เป็นวิธีที่ธุรกิจขนาดเล็กใช้ได้ในช่วงเริ่มต้น แต่มีความเสี่ยงเรื่องความสม่ำเสมอ เพราะขึ้นกับวินัยของแอดมินแต่ละคน และเมื่อปริมาณแชทเยอะขึ้น การจดมือมักตกหล่นหรือบันทึกช้ากว่าความเป็นจริง

ตั้งค่าให้เห็นอัตรานี้แยกตามแคมเปญ ทำอย่างไร

  1. แยก Tracking Link หรือ QR Code เป็นชุดตาม Campaign และ Ad Set ที่ใช้จริง ไม่ใช้ลิงก์เดียวรวมทุกโฆษณา เพราะจะแยกที่มาไม่ได้เลย
  2. กำหนด Event Add Friend และ Event Chat Started ให้มี Timestamp และ Identifier ที่ผูกกันได้ ไม่ว่าจะเป็น User ID ภายในระบบหรือ Session ที่บันทึกตอนคลิกลิงก์
  3. ตกลงกับทีมแอดมินว่า ข้อความแรกที่นับเป็น Chat Started คืออะไร เพราะ Sticker หรืออีโมจิเปล่า ๆ อาจไม่ควรนับเท่ากับข้อความที่มีคำถามจริง
  4. ทดสอบ Journey เองอย่างน้อยหนึ่งรอบ กดเพิ่มเพื่อนจากลิงก์แคมเปญจริง แล้วทักข้อความ ตรวจว่า Event ทั้งสองขั้นถูกบันทึกและจับคู่กันถูกต้องก่อนเริ่มเก็บข้อมูลจริง
  5. ถ้าใช้ระบบอย่าง linli ที่เชื่อม Tracking Link เข้ากับ LINE OA ไว้ ก็ยังต้องตั้งค่า Event Chat Started ให้ตรงกับนิยามที่ทีมตกลงกันเอง ระบบไม่ได้กำหนดนิยามให้อัตโนมัติ

ทำไมค่าเฉลี่ยรวมทั้งเพจไม่พอ ต้องแยกราย Campaign

ค่าเฉลี่ยรวมทั้งเพจอาจซ่อนความจริงไว้ เช่น แคมเปญ A มีอัตราทักแชทสูงถึง 55% แต่แคมเปญ B ต่ำแค่ 15% พอเฉลี่ยรวมกันอาจออกมาเป็น 30% ซึ่งดูเหมือนปกติ ทั้งที่จริง ๆ แคมเปญ B กำลังเผาเงินไปกับคนที่ไม่ยอมทักเลย

การแยกดูรายแคมเปญยังช่วยตอบคำถามว่า แหล่งที่มาของเพื่อนใหม่แต่ละช่องทาง มีคุณภาพต่างกันแค่ไหน เพราะคนที่มาจากโฆษณาที่เจาะกลุ่มเป้าหมายชัด มักมีอัตราทักแชทสูงกว่าคนที่มาจากแอดกว้าง ๆ ที่เน้นแค่ยอด Add Friend ราคาถูก

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเชื่อตัวเลขนี้

อัตราทักแชทต่อ Add Friend เป็นสัญญาณต้นทาง ไม่ใช่ตัวชี้วัดยอดขาย คนที่ทักแชทเยอะไม่ได้แปลว่าจะปิดการขายได้เยอะตาม ต้องดูต่อไปถึง อัตราการเป็น Lead หลังทัก และอัตราปิดการขายด้วยเสมอ

ตัวเลขนี้ยังไม่นับคนที่เพิ่มเพื่อนซ้ำจากอุปกรณ์คนละเครื่อง หรือคนที่เคยเป็นเพื่อนอยู่แล้วแล้วมากด Add Friend ผ่านลิงก์ใหม่ ซึ่งระบบอาจนับเป็น Add Friend ใหม่ทั้งที่จริงเป็นคนเดิม ต้องมีการกันซ้ำในระดับ User ID ถ้าต้องการความแม่นมากขึ้น

และที่สำคัญ Time Zone กับ Attribution Window ต้องตั้งให้สอดคล้องกัน ถ้าระบบหนึ่งตัดรอบเที่ยงคืนตามเวลาไทย แต่อีกระบบตัดรอบตามเวลา UTC ตัวเลขรายวันจะไม่ตรงกันทันที แม้ข้อมูลจริงจะเหมือนกัน

อัตราต่ำแล้วควรแก้ตรงไหนก่อน

ถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่คาด ให้เริ่มเช็กที่ Welcome Message ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะแก้ง่ายและเห็นผลเร็วที่สุด ลองใส่คำถามปลายเปิดหรือปุ่มให้กดเลือกแทนการปล่อยให้ลูกค้าต้องคิดเองว่าจะพิมพ์อะไร

ถ้าปรับ Welcome Message แล้วอัตรายังไม่ขยับ ให้ย้อนไปดูที่ต้นทาง ว่าโฆษณาที่พาคนมาสัญญาอะไรไว้ แล้วสิ่งที่เจอในหน้าโปรไฟล์ LINE ตรงกับที่โฆษณาบอกไหม ความไม่ตรงกันตรงนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่าที่คิด

สุดท้าย อย่าลืมว่าตัวเลขที่ดีขึ้นในขั้นนี้ต้องส่งผลต่อเนื่องไปถึงขั้นถัดไปด้วย ถ้าทักแชทเพิ่มขึ้นแต่ยอด Lead หรือยอดขายไม่ขยับตาม ปัญหาก็ย้ายไปอยู่ที่ขั้นถัดไปแทน ต้องไล่วัดเป็นชั้น ๆ ไม่ใช่ดูตัวเลขเดียวแล้วสรุปทั้ง Funnel

เทียบวิธีเก็บอัตราทักแชท 3 แบบ ก่อนเลือกว่าเพจตัวเองเหมาะกับแบบไหน

ไม่ใช่ทุกเพจต้องเริ่มจากระบบ Tracking Link ที่ซับซ้อนที่สุดตั้งแต่วันแรก บางเพจที่แชทยังไม่เยอะ นับมือก็เพียงพอในระยะสั้น ตารางนี้เทียบสามวิธีที่พบบ่อยที่สุด เพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรเริ่มจากตรงไหนตามขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจ

วิธีเก็บข้อมูลเหมาะกับใครข้อจำกัดหลัก
นับมือโดยแอดมิน (สมุด/Excel)เพจใหม่ แชทยังไม่เกินวันละสิบกว่ารายการตกหล่นง่ายเมื่อแชทเยอะขึ้น เกณฑ์นับต่างกันไปตามคน
LINE OA Insight มาตรฐานเพจที่มีแคมเปญเดียวหรือไม่ค่อยเปลี่ยนโฆษณาบ่อยเห็นแค่ภาพรวมทั้งเพจ แยกรายแคมเปญไม่ได้
Tracking Link ต่อแคมเปญ + บันทึก Eventเพจที่ยิงหลายแคมเปญพร้อมกันและต้องเทียบกันต้องตั้งค่าเริ่มต้นและมีวินัยเก็บ Timestamp สม่ำเสมอ

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนจากนับมือไปเป็น Tracking Link แล้ว

ถ้ายังยิงแค่แคมเปญเดียวและแอดมินคนเดียวรับผิดชอบทั้งหมด การนับมือยังพอไปได้ แต่พอเริ่มมีมากกว่าหนึ่งแคมเปญพร้อมกัน หรือมีแอดมินมากกว่าหนึ่งคนผลัดกันรับแชท สัญญาณที่ควรเปลี่ยนวิธีเก็บข้อมูลคือเริ่มเจอความเห็นไม่ตรงกันว่าเดือนนี้แคมเปญไหนทำให้คนทักแชทเยอะกว่ากัน เพราะต่างคนต่างจำจากความรู้สึก ไม่มีตัวเลขอ้างอิงร่วมกัน

อีกสัญญาณที่ชัดคือเมื่อเริ่มต้องตัดสินใจย้ายงบระหว่างแคมเปญ แต่ไม่มีข้อมูลแยกรายแคมเปญมายืนยัน ต้องเดาเอาว่าแคมเปญไหนดีกว่า จุดนี้คือจุดที่ต้นทุนของการไม่มี Tracking Link เริ่มสูงกว่าต้นทุนของการตั้งค่าระบบขึ้นมาใช้แล้ว

สรุป

Add Friend ไม่ใช่ Lead และไม่ใช่ยอดขาย มันเป็นแค่จุดแรกที่คนยอมเปิดประตูให้คุณเข้าไปคุยด้วย อัตราทักแชทต่อ Add Friend คือตัวเลขที่บอกว่าคุณพาเขาผ่านประตูนั้นเข้ามาคุยจริงได้กี่คน

ถ้ายังไม่เคยแยกวัดตัวเลขนี้ ให้เริ่มจากการแยก Tracking Link ตามแคมเปญก่อน แล้วดูว่าแคมเปญไหนพาคนมาแล้วเงียบ กับแคมเปญไหนพาคนมาแล้วอยากคุยต่อ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการใช้งบโฆษณาให้ฉลาดขึ้น

  • Add Friend กับ Chat Started เป็นคนละเหตุการณ์ ต้องแยกวัด ไม่นับรวมเป็นตัวเดียว
  • LINE OA Insight ให้ภาพรวมทั้งเพจ ถ้าต้องแยกตามแคมเปญต้องมี Tracking Link เฉพาะ
  • อัตราต่ำมักแก้ที่ Welcome Message ก่อน แล้วค่อยย้อนไปดูความสัญญาของโฆษณาต้นทาง

คำถามที่พบบ่อย

อัตราทักแชทต่อ Add Friend ควรอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าดี

ไม่มีเกณฑ์ตายตัว เพราะขึ้นกับประเภทสินค้า ข้อความต้อนรับ และแหล่งที่มาของเพื่อนใหม่ วิธีที่ใช้ได้จริงคือเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังของตัวเอง แล้วดูว่าหลังปรับอะไรไป ตัวเลขขยับขึ้นหรือลง

นับ Sticker หรืออีโมจิเป็นการทักแชทได้ไหม

ขึ้นกับนิยามที่ทีมตกลงกัน หลายธุรกิจเลือกไม่นับ Sticker เดี่ยว ๆ เป็น Chat Started เพราะไม่ใช่สัญญาณเจตนาชัดเจนเท่าข้อความที่มีคำถามหรือความต้องการจริง ควรกำหนดให้ชัดตั้งแต่ต้นเพื่อให้ตัวเลขเทียบกันได้ทุกเดือน

ทำไม LINE OA Insight กับตัวเลขที่แอดมินนับเองไม่ตรงกัน

ส่วนใหญ่เกิดจากช่วงเวลาตัดรอบไม่ตรงกัน หรือ Insight นับรวมทั้งเพจในขณะที่แอดมินนับเฉพาะแชทที่ตัวเองรับผิดชอบ ควรกำหนดช่วงเวลาและขอบเขตให้ตรงกันก่อนเทียบตัวเลข

คนที่เคยเป็นเพื่อนอยู่แล้วกด Add Friend ซ้ำ จะทำให้ตัวเลขเพี้ยนไหม

มีโอกาสเพี้ยนได้ถ้าระบบนับ Add Friend ใหม่ทุกครั้งที่มีการคลิกลิงก์ โดยไม่กันซ้ำระดับ User ID จึงควรตรวจสอบว่าเครื่องมือที่ใช้กันคนซ้ำหรือไม่ ก่อนเชื่อตัวเลขอัตราทักแชทแบบเต็มร้อย

ควรวัดอัตรานี้ทุกวันหรือดูเป็นรายสัปดาห์พอ

รายวันเหมาะกับตอนที่กำลังทดสอบ Welcome Message หรือ Rich Menu ใหม่ เพื่อดูผลไว ส่วนการตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาโดยรวมควรดูเป็นรายสัปดาห์ขึ้นไป เพราะรายวันมีความผันผวนสูงจากพฤติกรรมลูกค้าที่ไม่สม่ำเสมอ

ถ้าอัตราทักแชทสูงแต่ปิดการขายไม่ได้ ต้องแก้ตรงไหน

แปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การชวนคุยแล้ว แต่อยู่ที่ขั้นถัดไป เช่นการตอบของแอดมิน ราคา หรือการนิยาม Lead ที่ยังไม่ชัด ควรไปดูข้อมูลต่อว่าคนที่ทักเหล่านี้กลายเป็น Lead ได้กี่เปอร์เซ็นต์

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมยอด Add Friend เพิ่มทุกเดือน แต่ Lead ที่ปิดได้ไม่ขยับ

ทำไมยอด Add Friend เพิ่มทุกเดือน แต่ Lead ที่ปิดได้ไม่ขยับ

หลายเพจ Add Friend โตทุกเดือนแต่ Lead จริงไม่ขยับตาม บทความนี้อธิบายวิธีนิยาม Lead หลัง Add Friend การวัดอัตราแปลง และเหตุผลที่ตัวเลข Add Friend สวยอาจไม่ได้แปลว่าธุรกิจกำลังไปได้ดี
คนกดเลิกติดตามหลัง Add Friend บอกอะไรเราได้บ้าง

คนกดเลิกติดตามหลัง Add Friend บอกอะไรเราได้บ้าง

คนบล็อกหรือเลิกติดตามเพจ LINE หลัง Add Friend ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่มองข้ามได้ บทความนี้อธิบายวิธีดูสัญญาณ Unfollow เทียบกับ Chat Rate และช่วงเวลาที่มักเกิด Unfollow บ่อยที่สุด เพื่อหาจุดรั่วก่อนเสียงบโฆษณาฟรี
เพื่อนใหม่เข้า LINE OA เพิ่มทุกสัปดาห์ แต่ไม่รู้เลยว่ามาจากไหน

เพื่อนใหม่เข้า LINE OA เพิ่มทุกสัปดาห์ แต่ไม่รู้เลยว่ามาจากไหน

เพื่อนใหม่ใน LINE OA มาจากได้หลายทาง ทั้งโฆษณา QR Code หน้าร้าน หรือค้นหาชื่อเพจเอง บทความนี้อธิบายวิธีแยก Source ของเพื่อนใหม่แต่ละช่องทาง และทำไมการไม่แยกจะทำให้ตัดสินใจงบโฆษณาผิดพลาด