← กลับไปหน้าบทความ
ส่ง Conversion กลับ

ทำไมยอดขายที่นับใน X Ads ถึงสูงกว่ายอดโอนจริงทุกเดือน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:53อัปเดต 12 ส.ค. 04:53อ่าน 3 นาที
ทำไมยอดขายที่นับใน X Ads ถึงสูงกว่ายอดโอนจริงทุกเดือน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ROAS ใน X Ads Manager มักสูงกว่ายอดโอนจริงเพราะสาเหตุหลักสามอย่างคือส่งอีเวนต์ซ้ำโดยไม่มีตัวกันซ้ำ ใช้ Attribution Window ที่นับรวมคนที่ไม่ได้มาจากโฆษณาจริง และไม่หักยอดคืนสินค้าหรือยกเลิกออกจาก Value ที่ส่งไปแล้ว ธุรกิจต้องตรวจทั้งสามจุดนี้ก่อนสรุปว่าตัวเลข ROAS ใช้ตัดสินใจได้จริง

เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซคนหนึ่งเปิดรายงาน X Ads Manager ตอนปลายเดือนแล้วเห็น ROAS ขึ้นสูงถึง 4 เท่า รู้สึกดีใจจนเกือบตัดสินใจเพิ่มงบโฆษณาทันที แต่พอเปิดสมุดบัญชีเทียบยอดโอนเข้าจริงกลับพบว่ารายได้ที่โอนเข้าจริงไม่ได้สูงขนาดนั้น ตัวเลขสองฝั่งต่างกันจนน่าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ได้แปลว่า X Ads โกหกตัวเลข แต่เป็นผลจากวิธีที่ระบบโฆษณานับ Conversion ซึ่งต่างจากวิธีที่ฝ่ายบัญชีนับรายได้จริง ถ้าไม่เข้าใจความต่างนี้ ธุรกิจอาจตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบโฆษณาโดยอิงตัวเลขที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

บทความนี้จะอธิบายสาเหตุหลักที่ทำให้ ROAS ในรายงานสูงกว่ายอดขายจริง แล้ววิธีเชื่อม Conversion Value ให้ใกล้เคียงกับรายได้จริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทำไมตัวเลขใน Ads Manager กับยอดขายจริงถึงไม่มีทางตรงกัน 100%

ROAS ที่ X Ads Manager คำนวณให้มาจาก Conversion Value ที่ธุรกิจส่งเข้าไประบบเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ X ไปดึงมาจากบัญชีธนาคารหรือระบบบัญชีของธุรกิจโดยตรง พูดง่าย ๆ คือระบบโฆษณาเชื่อในสิ่งที่ธุรกิจส่งเข้าไปเท่านั้น ถ้าข้อมูลที่ส่งเข้าไปคลาดเคลื่อน ตัวเลข ROAS ที่แสดงผลก็จะคลาดเคลื่อนตามไปด้วยโดยที่ระบบไม่มีทางรู้เอง

อีกปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขต่างกันคือช่วงเวลาที่นับ Attribution Window ของ X อาจนับ Conversion ที่เกิดขึ้นภายในกรอบเวลาหนึ่งหลังคลิกหรือหลังเห็นโฆษณา ซึ่งอาจรวมคนที่จะซื้อสินค้าอยู่แล้วโดยไม่ต้องอาศัยโฆษณาก็ได้ ต่างจากยอดขายจริงในบัญชีที่นับตามเงินที่โอนเข้าจริง ไม่ได้แยกว่าเงินก้อนนั้นมาจากอิทธิพลของโฆษณามากน้อยแค่ไหน

สาเหตุที่หนึ่ง ส่งอีเวนต์ซ้ำโดยไม่มีตัวกันซ้ำ

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือธุรกิจส่ง Purchase Event ผ่านทั้ง Pixel และ Conversions API พร้อมกันโดยไม่มี event_id กันซ้ำ ทำให้ยอดขายเดียวกันถูกนับสองครั้งในระบบ หรือบางกรณีทีมขายกดส่งข้อมูลยอดขายซ้ำโดยไม่ตั้งใจ เพราะไม่มีระบบแจ้งเตือนว่าเคยส่งรายการนี้ไปแล้ว

ผลของการนับซ้ำไม่ได้ทำให้แค่ตัวเลข Conversion สูงขึ้น แต่ยังทำให้ Value ที่ใช้คำนวณ ROAS สูงขึ้นไปด้วย เพราะทุกครั้งที่มีการนับ Conversion ซ้ำ มูลค่าของรายการนั้นก็ถูกบวกซ้ำเข้าไปในผลรวมด้วยเช่นกัน ยิ่งธุรกิจมีปริมาณการขายมาก ผลกระทบจากการนับซ้ำก็ยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ

สาเหตุที่สอง Attribution Window นับรวมคนที่ไม่ได้มาจากโฆษณาจริง

Attribution Window คือกรอบเวลาที่ระบบยอมให้นับว่า Conversion นั้นเกี่ยวข้องกับการคลิกหรือการเห็นโฆษณา เช่นถ้าตั้งไว้ 7 วันหลังคลิก คนที่คลิกโฆษณาแล้วกลับมาซื้อภายใน 7 วันนั้นจะถูกนับเป็นผลจากโฆษณาทั้งหมด แม้บางคนอาจตั้งใจซื้อสินค้าอยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับโฆษณาตัวนั้นเลยก็ตาม

ยิ่งกรอบเวลาที่ตั้งไว้กว้างเท่าไร โอกาสที่จะนับรวมคนกลุ่มนี้เข้าไปในตัวเลข Conversion ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ ROAS ที่คำนวณได้ดูดีเกินความเป็นจริง โดยเฉพาะธุรกิจที่มีลูกค้าประจำซื้อซ้ำอยู่แล้วเป็นปกติ ซึ่งอาจถูกนับเป็นผลจากโฆษณาทั้งที่จะซื้ออยู่ดีแม้ไม่มีโฆษณา

สาเหตุที่สาม ไม่หักยอดคืนสินค้าหรือยกเลิกออกจาก Value

ธุรกิจส่วนใหญ่ส่ง Purchase Event ตอนลูกค้าจ่ายเงินหรือยืนยันคำสั่งซื้อ แต่ไม่ได้ส่งอีเวนต์ปรับปรุงกลับไปเมื่อลูกค้าคืนสินค้าหรือขอเงินคืนในภายหลัง ทำให้ Value ที่นับไว้ในระบบยังคงอยู่เหมือนเดิม ทั้งที่ในความเป็นจริงเงินก้อนนั้นได้ถูกคืนกลับไปแล้ว

ปัญหานี้ยิ่งเห็นชัดในธุรกิจที่มีอัตราการคืนสินค้าสูง เช่นสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าที่ลูกค้าต้องลองใช้ก่อนตัดสินใจ เพราะช่องว่างระหว่าง Value ที่รายงานในระบบโฆษณากับยอดขายสุทธิที่ธุรกิจได้รับจริงจะยิ่งถ่างกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ตามสัดส่วนการคืนสินค้าที่เกิดขึ้น

สรุปสาเหตุและวิธีตรวจสอบแบบเห็นภาพ

สาเหตุผลต่อ ROASวิธีตรวจสอบเบื้องต้น
ส่งอีเวนต์ซ้ำROAS สูงเกินจริงจากยอดที่นับซ้ำตรวจว่ามี event_id กันซ้ำระหว่าง Pixel กับ CAPI หรือไม่
Attribution Window กว้างเกินไปนับรวมยอดที่ไม่ได้มาจากโฆษณาจริงทดลองเทียบผลลัพธ์ระหว่างกรอบเวลาสั้นกับยาว
ไม่หักยอดคืน/ยกเลิกValue ค้างสูงกว่ายอดขายสุทธิจริงเทียบยอดคืนสินค้ารายเดือนกับ Value ที่ยังไม่ได้ปรับปรุง

เชื่อม Conversion Value กับรายได้จริงยังไงให้ใกล้เคียงที่สุด

  1. ตั้งค่า event_id ให้เหมือนกันทุกครั้งที่ส่งอีเวนต์เดียวกันผ่าน Pixel และ Conversions API เพื่อให้ระบบกันซ้ำทำงานถูกต้อง
  2. ทบทวน Attribution Window ที่ใช้อยู่ ว่ากว้างเกินความจำเป็นของธุรกิจหรือไม่ แล้วปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อจริงของลูกค้า
  3. วางกระบวนการส่งอีเวนต์ปรับปรุงกลับไปเมื่อมีการคืนสินค้าหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ ไม่ปล่อยให้ Value เดิมค้างอยู่ในระบบ
  4. ทำรายงานเทียบ ROAS จาก X Ads กับ Net Revenue ในบัญชีจริงเป็นประจำทุกเดือน เพื่อดูว่าช่องว่างระหว่างสองตัวเลขแคบลงหรือกว้างขึ้น
  5. บันทึกทุกครั้งที่ปรับ Attribution Window หรือวิธีส่งข้อมูล เพื่อให้ตีความการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขในแต่ละเดือนได้ถูกต้อง ไม่สับสนว่าเกิดจากผลงานโฆษณาจริงหรือจากการเปลี่ยนวิธีวัดผล

ตัวอย่างสมมติ ลองคำนวณ ROAS ให้เห็นตัวเลขจริงทีละขั้น

เพื่อให้เห็นภาพว่าปัญหาทั้งสามข้อข้างต้นกินตัวเลข ROAS ไปมากแค่ไหน ลองไล่ตัวอย่างสมมติทีละขั้น (เป็นตัวเลขประกอบกรอบวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริงของธุรกิจใด) สมมติร้านหนึ่งใช้งบโฆษณา X Ads เดือนละ 50,000 บาท และ Ads Manager รายงาน Conversion Value รวม 220,000 บาท ทำให้ ROAS ที่แสดงในหน้า Dashboard คำนวณออกมาเท่ากับ 220,000 หาร 50,000 เท่ากับ 4.4 เท่า ตัวเลขนี้ดูสวยงามมากถ้าไม่ตรวจอะไรต่อ

ขั้นแรกลองแยกยอดที่เกิดจากการนับซ้ำออกก่อน สมมติว่าเดือนนั้นมีออเดอร์ 3 รายการที่ถูกส่งอีเวนต์ผ่านทั้ง Pixel และ Conversions API โดยไม่มี event_id กันซ้ำ รวมมูลค่าที่ถูกนับซ้ำ 18,000 บาท เมื่อหักออก Conversion Value ที่เหลือจะอยู่ที่ 220,000 ลบ 18,000 เท่ากับ 202,000 บาท

ขั้นที่สองหักยอดคืนสินค้าและยกเลิกออเดอร์ที่ยังไม่ได้ส่งอีเวนต์ปรับปรุงกลับไป สมมติเดือนนั้นมียอดคืน 12,000 บาท เมื่อหักออกจากยอดก่อนหน้า จะเหลือ Conversion Value สุทธิ 202,000 ลบ 12,000 เท่ากับ 190,000 บาท

ขั้นที่สามประเมินผลจาก Attribution Window ที่กว้างเกินไป สมมติว่าจากการทดลองเทียบกรอบเวลาสั้นกับยาว พบว่ามีลูกค้าประจำที่น่าจะซื้อซ้ำอยู่แล้วโดยไม่พึ่งโฆษณาคละอยู่ในยอดนี้ประมาณ 30,000 บาท (ตัวเลขนี้เป็นการประมาณเพื่อประกอบการวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดได้แม่นยำเป๊ะ) เมื่อหักส่วนนี้ออกไปด้วย จะเหลือ Conversion Value ที่พอเชื่อได้ว่ามาจากอิทธิพลของโฆษณาจริงประมาณ 190,000 ลบ 30,000 เท่ากับ 160,000 บาท

นำตัวเลขสุดท้ายนี้มาคำนวณ ROAS ใหม่ จะได้ 160,000 หาร 50,000 เท่ากับ 3.2 เท่า ต่างจากตัวเลข 4.4 เท่าที่เห็นในหน้า Dashboard อยู่พอสมควร แม้ 3.2 เท่ายังเป็นตัวเลขที่ใช้ได้ในการตัดสินใจต่อ แต่ถ้าธุรกิจอ้างอิงเลข 4.4 เพียงอย่างเดียวแล้วเพิ่มงบโฆษณาต่อเนื่อง ก็มีความเสี่ยงที่จะขยายงบเกินจุดที่ยังคุ้มค่าจริงโดยไม่รู้ตัว

เทียบ Attribution Window แบบต่าง ๆ ก่อนเลือกใช้กับ ROAS

X Ads เปิดให้เลือกกรอบเวลานับ Attribution ได้หลายแบบ แต่ละแบบมีจุดที่เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน และมีความเสี่ยงต่อความแม่นยำของ ROAS ไม่เท่ากัน ตารางนี้เทียบให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจเลือกใช้:

รูปแบบ Attribution Windowนับ Conversion แบบไหนความเสี่ยงต่อ ROAS
1-day clickนับเฉพาะคนที่คลิกแล้วเกิด Conversion ภายใน 1 วันเสี่ยงต่ำสุดที่จะนับรวมยอดที่ไม่เกี่ยวกับโฆษณา แต่พลาดเก็บดีลที่ตัดสินใจนาน
7-day clickนับคนที่คลิกแล้วเกิด Conversion ภายใน 7 วันสมดุลระหว่างความแม่นยำกับการเก็บดีลที่ใช้เวลาตัดสินใจปานกลาง
1-day viewนับคนที่แค่เห็นโฆษณาโดยไม่คลิก แล้วเกิด Conversion ภายใน 1 วันเสี่ยงสูงที่จะนับรวมคนที่ตัดสินใจซื้อเองอยู่แล้วเข้าไปด้วย
28-day clickนับคนที่คลิกแล้วเกิด Conversion ภายใน 28 วันเสี่ยงสูงสุดที่ ROAS จะรวมยอดของลูกค้าประจำที่ซื้อซ้ำตามปกติ

อาการที่บ่งบอกว่าตัวเลข ROAS กำลังเชื่อมผิดจุด

นอกจากตรวจสามสาเหตุหลักตามลำดับ ยังมีอาการบางแบบที่สังเกตได้จากรายงานเองโดยไม่ต้องรอเทียบกับบัญชีทุกครั้ง ต่อไปนี้คือรูปแบบความผิดปกติที่พบบ่อยและสิ่งที่มันมักบ่งชี้:

  • ROAS สูงกว่าความเป็นจริงในสัดส่วนเดิมทุกเดือนแบบคงที่ มักบ่งชี้ว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น Attribution Window ที่ตั้งไว้กว้างเกินไปตั้งแต่แรก ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเดือนใดเดือนหนึ่ง
  • ROAS พุ่งขึ้นทันทีในเดือนที่เพิ่งเปลี่ยนวิธีตั้งค่าอีเวนต์หรือเพิ่งต่อ Conversions API ใหม่ มักบ่งชี้ว่าเกิดการนับซ้ำระหว่าง Pixel กับ CAPI ที่ยังไม่มี event_id กันซ้ำ
  • แคมเปญที่ขายสินค้าตัวเดียวกันแต่มี ROAS ต่างกันมากระหว่างสองแคมเปญ มักบ่งชี้ว่าแคมเปญหนึ่งได้เครดิตจากลูกค้าประจำที่ซื้อซ้ำอยู่แล้วมากกว่าอีกแคมเปญ ไม่ใช่เพราะครีเอทีฟหรือกลุ่มเป้าหมายต่างกันจริง
  • Match Rate ที่วัดตาม twclid สูงอยู่แล้ว แต่ ROAS ยังห่างจากยอดโอนจริงมาก มักบ่งชี้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจับคู่คลิก แต่อยู่ที่ Value ที่ส่งไปไม่ได้หักยอดคืนหรือส่วนลดออกก่อน
  • ROAS ของบัญชีโดยรวมดูดีมาโดยตลอด แต่พอเจาะดูเป็นรายสัปดาห์กลับแกว่งขึ้นลงแรงมาก มักบ่งชี้ว่ามีบางสัปดาห์ที่ทีมส่งอีเวนต์ปรับปรุงยอดคืนไม่ครบ ทำให้ตัวเลขเดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำไม่สม่ำเสมอ

สิ่งที่ ROAS บอกไม่ได้ แม้จะเชื่อมข้อมูลถูกต้องแล้ว

ต่อให้แก้ปัญหาการนับซ้ำ ปรับ Attribution Window และหักยอดคืนสินค้าครบถ้วนแล้ว ROAS ก็ยังเป็นแค่ตัวชี้วัดรายได้เทียบกับค่าโฆษณา ไม่ใช่ตัวชี้วัดกำไร เพราะยังไม่ได้หักต้นทุนสินค้า ค่าจัดส่ง ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน หรือต้นทุนคงที่อื่น ๆ ของธุรกิจ ธุรกิจที่มี ROAS สูงจึงไม่ได้แปลว่ามีกำไรสูงเสมอไป ถ้าต้นทุนสินค้าสูงหรือมีค่าใช้จ่ายแฝงมาก

ธุรกิจที่ต้องการตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาอย่างรอบด้าน ควรดู Contribution ROAS ที่หักต้นทุนแปรผันออกก่อนคำนวณ ควบคู่ไปกับ ROAS ปกติ เพื่อให้เห็นภาพว่าการเพิ่มงบโฆษณาในแต่ละช่วงยังคุ้มค่าในเชิงกำไรอยู่หรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขรายได้เทียบค่าแอดอย่างเดียว

สรุป

ช่องว่างระหว่าง ROAS ใน X Ads Manager กับยอดขายจริงในบัญชีมักไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดร้ายแรงจุดเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัยเล็ก ๆ ทั้งการนับซ้ำ Attribution Window ที่กว้างเกินไป และการไม่หักยอดคืนสินค้าออกจากตัวเลข

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือเริ่มตรวจทั้งสามจุดนี้ทีละจุด แล้วทำรายงานเทียบ ROAS กับ Net Revenue เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้เห็นแนวโน้มของช่องว่างและตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไม่ใช่เชื่อตัวเลขในหน้า Dashboard แบบไม่มีการตรวจสอบ

  • ROAS ใน X Ads Manager มาจาก Value ที่ธุรกิจส่งเข้าไปเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ดึงจากบัญชีโดยตรง
  • สาเหตุหลักที่ทำให้ ROAS สูงเกินจริงคือการนับซ้ำ Attribution Window กว้างเกินไป และไม่หักยอดคืนสินค้า
  • เชื่อม Conversion Value ให้ใกล้เคียงรายได้จริงด้วย event_id กันซ้ำ ปรับ Attribution Window และส่งอีเวนต์ปรับปรุงเมื่อมีการคืนสินค้า
  • ROAS ไม่ใช่ตัวชี้วัดกำไร ควรดู Contribution ROAS ควบคู่กันก่อนตัดสินใจเพิ่มงบโฆษณา

คำถามที่พบบ่อย

ROAS ที่ถูกต้องควรตรงกับยอดขายจริง 100% ไหม

แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะตรงกัน 100% เพราะวิธีนับของระบบโฆษณาต่างจากวิธีนับของฝ่ายบัญชีโดยธรรมชาติ เป้าหมายที่ทำได้จริงคือลดช่องว่างให้แคบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ทำให้ตรงกันเป๊ะทุกบาท

Attribution Window ควรตั้งกี่วันถึงจะเหมาะสม

ขึ้นอยู่กับรอบการตัดสินใจซื้อของธุรกิจแต่ละแบบ สินค้าที่ตัดสินใจซื้อเร็วอาจเหมาะกับกรอบเวลาสั้น ส่วนสินค้าราคาสูงที่ต้องคิดนานอาจต้องใช้กรอบเวลายาวกว่า ควรทดสอบเปรียบเทียบและตรวจเอกสารล่าสุดของ X ก่อนตั้งค่า

ธุรกิจที่มีอัตราคืนสินค้าสูงควรทำยังไงเป็นพิเศษ

ควรวางกระบวนการส่งอีเวนต์ปรับปรุงกลับไปทุกครั้งที่มีการคืนสินค้า และควรดู Net ROAS ที่หักยอดคืนแล้วเป็นตัวเลขหลักในการตัดสินใจ แทนที่จะดู ROAS ดิบที่ยังไม่ได้หักอะไรเลย

ROAS สูงแปลว่าควรเพิ่มงบโฆษณาทันทีไหม

ไม่ควรตัดสินใจจากตัวเลข ROAS เพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบก่อนว่าตัวเลขนั้นผ่านการเช็กเรื่องนับซ้ำและ Attribution Window แล้วหรือยัง และควรพิจารณา Incremental Performance ว่าการเพิ่มงบจะยังได้ผลลัพธ์ในสัดส่วนเดิมหรือไม่

ใช้ Conversion Value จาก X Ads แทนยอดขายจริงในรายงานผู้บริหารได้ไหม

ไม่แนะนำให้ใช้แทนกันโดยตรง ควรใช้ยอดขายจริงจากระบบบัญชีเป็นตัวเลขหลักในการรายงานผู้บริหาร ส่วน ROAS จาก X Ads ใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาเฉพาะทางแทน

ทำไม ROAS ของแต่ละแคมเปญรวมกันแล้วไม่เท่ากับ ROAS ภาพรวมของบัญชี

อาจเกิดจากผู้ใช้คนเดียวกันได้รับเครดิตจากหลายแคมเปญพร้อมกันในบางรูปแบบการนับ Attribution ทำให้ผลรวมแยกรายแคมเปญสูงกว่าภาพรวมที่ไม่ได้นับซ้ำข้ามแคมเปญ ควรดูรายงานภาพรวมเป็นตัวเลขอ้างอิงหลักเมื่อต้องเทียบกับยอดขายจริง

ลองตรวจด้วยตัวเอง

เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE

ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง

คำนวณ ROI ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ร้านเปิดมาไม่ถึงสามเดือน ยังไม่ควรรีบต่อ Snapchat Conversions API หรือเปล่า

ร้านเปิดมาไม่ถึงสามเดือน ยังไม่ควรรีบต่อ Snapchat Conversions API หรือเปล่า

Snapchat Conversions API ฟังดูเป็นเครื่องมือที่ธุรกิจทุกแบบควรมี แต่ความจริงคือบางธุรกิจยังไม่พร้อมและอาจเสียเวลาไปกับการตั้งค่าที่ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ บทความนี้อธิบายว่า Snapchat Conversions API ส่งอีเวนต์แบบ Web App และ Offline อย่างไร และเมื่อไรควรเริ่มลงทุนจริงจัง
ทำไมยอด Purchase ใน Snapchat Ads Manager ไม่เท่ากับยอดขายที่บัญชีจริง

ทำไมยอด Purchase ใน Snapchat Ads Manager ไม่เท่ากับยอดขายที่บัญชีจริง

ทีมการตลาดหลายคนเปิด Ads Manager แล้วเห็นยอด Purchase ตัวหนึ่ง เปิดบัญชีธนาคารแล้วเห็นอีกตัวเลขหนึ่ง บทความนี้ไล่ทีละจุดว่า Purchase Event ควรส่ง Value Currency และข้อมูลอะไรบ้าง ถึงจะลดช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้ลงได้
จำนวนแชทเข้ามาเพิ่มทุกเดือน แต่ยอดขายจริงกลับไม่ขยับตาม

จำนวนแชทเข้ามาเพิ่มทุกเดือน แต่ยอดขายจริงกลับไม่ขยับตาม

หลายธุรกิจเจอปรากฏการณ์ที่ Lead จาก Snapchat เพิ่มขึ้นทุกเดือนแต่ยอดปิดการขายกลับเท่าเดิม สาเหตุหนึ่งคือ Snapchat มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังผู้ใช้ออกจากหน้าเว็บไปแล้ว บทความนี้อธิบายว่า Snapchat offline conversion คืออะไร และควรส่งยอดขายที่เกิดนอกเว็บไซต์กลับเข้าระบบอย่างไร