ลูกค้าใส่ตะกร้าบนเว็บ แล้วมาปิดยอดในแชท: สองครึ่งของ funnel ที่ต้องต่อให้ติด

สรุปสั้น ๆ
ร้านที่มีเว็บไซต์ของตัวเองควบคู่กับ LINE มักเจอพฤติกรรมที่ลูกค้าเลือกสินค้าและใส่ตะกร้าบนเว็บ แต่พอถึงขั้นจ่ายเงินกลับขอแอดไลน์คุยก่อนเพื่อถามส่วนลดหรือถามรายละเอียดเพิ่ม แล้วปิดจบในแชทแทน เว็บมองเห็นแค่ ‘ตะกร้าที่ถูกทิ้ง’ ส่วนแชทมองเห็นแค่ ‘คนทักมาปิดยอด’ โดยไม่รู้ว่ามาจากตะกร้าเดียวกัน ถ้าไม่เชื่อมสองฝั่งนี้เข้าด้วยกัน คุณจะปิดยอดได้จริงแต่วัดผลผิดทั้งสองระบบ
ร้านขายเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านที่มีทั้งเว็บไซต์และ LINE พบว่าอัตราการทิ้งตะกร้าบนเว็บสูงถึง 70% ซึ่งดูน่าตกใจมาก แต่พอลองไล่ดูจริง ๆ กลับพบว่าลูกค้าจำนวนไม่น้อยแค่ย้ายไปคุยต่อในแชท แล้วปิดยอดที่นั่นแทนการกดจ่ายบนเว็บ
ปัญหาคือทีมการตลาดมองแค่รายงานเว็บ เห็นตะกร้าทิ้งเยอะก็เข้าใจว่าหน้าเว็บมีปัญหา รีบไปแก้หน้าชำระเงินให้ง่ายขึ้น ในขณะที่ยอดขายจริงกลับเติบโตดีอยู่แล้วในฝั่งแชท เพียงแต่ไม่มีใครเห็นว่ามันคือเงินก้อนเดียวกับตะกร้าที่ ‘ถูกทิ้ง’ นั้น
นี่คือความเสี่ยงของร้านที่มีสองช่องทางแยกกัน ถ้าไม่เชื่อมข้อมูลตะกร้าบนเว็บกับออเดอร์ที่ปิดในแชท คุณจะแก้ปัญหาผิดจุดอยู่ตลอด เพราะสิ่งที่ดูเหมือนปัญหาอาจเป็นแค่พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนช่องทางเฉย ๆ
ทำไมสองระบบถึงเห็นคนละครึ่งเรื่องเสมอ
เว็บไซต์ถูกออกแบบมาให้ติดตามพฤติกรรมบนหน้าเว็บ ตั้งแต่ดูสินค้า ใส่ตะกร้า ไปจนถึงกดจ่าย ถ้าลูกค้าหยุดตรงไหนก่อนจ่าย เว็บจะนับว่าตะกร้าถูกทิ้ง โดยไม่รู้เลยว่าลูกค้าคนนั้นแค่เปลี่ยนช่องทางไปคุยต่อ ไม่ได้หายไปไหน
ในขณะที่ฝั่งแชท พอลูกค้าทักเข้ามาถามเรื่องสินค้าที่เห็นบนเว็บ แอดมินก็คุยและปิดยอดตามปกติ โดยไม่มีข้อมูลว่าลูกค้าคนนี้มาจากตะกร้าที่เคยใส่ไว้ก่อนหน้า ทั้งสองฝั่งจึงต่างมองเห็นแค่ครึ่งเดียวของเส้นทางลูกค้าคนเดียวกัน
ปัญหานี้มีรากเดียวกับที่เคยพูดถึงในรอยต่อระหว่างคลิกกับ LINE เพียงแต่คราวนี้รอยต่อไม่ได้อยู่ระหว่างโฆษณากับแชท แต่อยู่ระหว่างหน้าเว็บของคุณเองกับห้องแชทของคุณเอง ซึ่งน่าเสียดายกว่าเพราะเป็นข้อมูลที่คุณควบคุมได้ทั้งคู่
เชื่อมสองฝั่งด้วยการถามคำถามเดียว
วิธีที่ไม่ต้องใช้เทคนิคซับซ้อนคือให้แอดมินถามลูกค้าที่ทักเข้ามาแบบเป็นกิจวัตรว่า ‘เห็นสินค้านี้จากตรงไหนคะ มาจากหน้าเว็บที่ใส่ตะกร้าไว้หรือเปล่า’ แล้วบันทึกคำตอบไว้กับออเดอร์ วิธีนี้หยาบแต่ได้ผลจริงในระยะสั้น
ถ้าอยากทำให้เป็นระบบมากขึ้น อาจใส่ปุ่มหรือลิงก์ ‘คุยกับแอดมินก่อนซื้อ’ ไว้ในหน้าตะกร้าบนเว็บ ที่พาลูกค้าเข้าแชทพร้อมข้อมูลว่าเขาสนใจสินค้าอะไรอยู่ วิธีนี้ทำให้แอดมินเห็นบริบทตั้งแต่เปิดห้องแชท ไม่ต้องถามใหม่ตั้งแต่ต้น
เมื่อเชื่อมข้อมูลได้แล้ว ให้ปฏิบัติกับยอดที่ปิดในแชทตัวนี้เหมือนเป็นยอดขายเว็บ ไม่ใช่แยกเป็นคนละก้อน เพราะที่มาของลูกค้าคือหน้าเว็บของคุณ การนับแยกกันจะทำให้ประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหน้าเว็บต่ำกว่าความเป็นจริงไปมาก
วัดผลใหม่เมื่อสองฝั่งเชื่อมกันแล้ว
พอเริ่มเก็บข้อมูลว่าออเดอร์ในแชทไหนมาจากตะกร้าเว็บ ตัวเลขที่คุณเคยตกใจอาจเปลี่ยนไปทันที อัตราตะกร้าทิ้งจริงอาจต่ำกว่าที่คิดมาก เพราะส่วนหนึ่งไม่ได้ทิ้งจริง แค่ย้ายช่องทางไปปิดที่แชทแทน
ข้อมูลนี้ยังมีประโยชน์กับการแมตช์ออเดอร์กลับแคมเปญด้วย เพราะถ้าลูกค้าคลิกแอดมาที่เว็บก่อน แล้วค่อยย้ายไปปิดในแชท คุณจะยังตามที่มาของแอดได้ครบ ไม่ต้องเสียร่องรอยไปตรงกลางเส้นทาง
สรุป
ตะกร้าที่ถูกทิ้งบนเว็บไม่ได้แปลว่าลูกค้าหายไปเสมอไป บางครั้งเขาแค่ย้ายไปคุยต่อในที่ที่รู้สึกมั่นใจกว่า และถ้าคุณไม่เชื่อมสองฝั่งนี้เข้าด้วยกัน คุณจะแก้ปัญหาผิดจุดอยู่เรื่อยไปโดยไม่รู้ตัว
เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ที่แอดมินถามลูกค้าทุกครั้งว่าเห็นสินค้าจากตรงไหน แค่นี้ก็เริ่มเห็นภาพที่เว็บกับแชทไม่เคยเห็นแยกกันมาก่อน และภาพนั้นมักทำให้คุณสบายใจขึ้นว่าฝีมือการตลาดของคุณดีกว่าที่รายงานเว็บเคยบอกไว้
- ตะกร้าทิ้งบนเว็บบางส่วนไม่ได้หายไปจริง แค่ย้ายไปปิดยอดในแชท
- ให้แอดมินถามที่มาและบันทึกไว้กับออเดอร์ เพื่อเชื่อมสองฝั่งเข้าด้วยกัน
- นับยอดที่ปิดในแชทเป็นส่วนหนึ่งของผลจากเว็บ ไม่ใช่แยกเป็นคนละก้อน
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมีระบบเทคนิคซับซ้อนถึงจะเชื่อมสองฝั่งนี้ได้ไหม
ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนตั้งแต่แรก การให้แอดมินถามและบันทึกด้วยมือก็เริ่มได้ทันที แม้จะไม่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย พอเห็นว่าพฤติกรรมนี้เกิดบ่อยแค่ไหนแล้วค่อยพิจารณาลงทุนทำระบบที่เชื่อมอัตโนมัติ
ถ้าลูกค้าไม่ได้ใส่ตะกร้าไว้ก่อน แค่ทักมาถามตรง ๆ ต้องนับต่างกันไหม
ไม่ต่างกันในแง่การนับเป็นยอดขาย เพียงแต่ที่มาจะต่างกัน กลุ่มที่ทักตรงอาจมาจากการเห็นโพสต์หรือถูกแนะนำมา ในขณะที่กลุ่มที่ใส่ตะกร้าก่อนมาจากพฤติกรรมเลือกดูสินค้าบนเว็บเอง การแยกที่มาช่วยให้เข้าใจว่าแต่ละช่องทางพาลูกค้าแบบไหนเข้ามา
การมีทั้งเว็บและแชทซ้ำซ้อนกันไปไหม ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่าไหม
ไม่ซ้ำซ้อน เพราะลูกค้าแต่ละคนสะดวกคนละแบบ บางคนชอบดูของด้วยตัวเองบนเว็บ บางคนอยากถามให้ชัวร์ก่อนโอน การมีทั้งสองช่องทางช่วยรองรับพฤติกรรมที่ต่างกันได้ดีกว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีสองช่องทาง แต่อยู่ที่สองช่องทางนั้นไม่คุยกัน
ควรปิดฟีเจอร์จ่ายเงินบนเว็บแล้วให้ทุกคนไปปิดในแชทเลยไหม
ไม่แนะนำ เพราะลูกค้าบางกลุ่มต้องการความเร็วและไม่อยากคุยกับใครก่อนซื้อ การบังคับทุกคนเข้าแชทอาจเสียลูกค้ากลุ่มนี้ไป ทางที่ดีกว่าคือปล่อยให้ทั้งสองเส้นทางเปิดอยู่ แล้วโฟกัสที่การเชื่อมข้อมูลระหว่างทางแทน
ข้อมูลนี้ช่วยตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาได้ยังไง
ช่วยให้คุณรู้ว่างบที่ลงไปพาคนมาเว็บนั้นจริง ๆ แล้วสร้างยอดขายมากกว่าที่หน้าเว็บแสดงเดี่ยว ๆ เพราะยอดส่วนหนึ่งไปปิดที่แชท ถ้าไม่นับรวมส่วนนี้ คุณอาจตัดสินใจลดงบแคมเปญที่จริง ๆ แล้วทำผลงานดีอยู่แล้ว
มีความเสี่ยงเรื่องนับซ้ำระหว่างเว็บกับแชทไหม
มีความเสี่ยงถ้าลูกค้าจ่ายเงินบนเว็บสำเร็จแล้วแต่ยังทักมาคุยเพิ่มเติมทีหลัง ควรตรวจสอบก่อนว่าออเดอร์นั้นจ่ายแล้วหรือยัง คล้ายกับหลักการใน<a href="/blog/event-dedup-line">การตัด event ซ้ำ</a> เพื่อไม่ให้บิลเดียวถูกนับเป็นสองยอด
บทความที่เกี่ยวข้อง


