← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

แดชบอร์ดเอเจนซี่รายงานคอนเวอร์ชั่น 180 ราย แต่สเปรดชีตลูกค้าเห็น 95 ราย ต้องเชื่อฝั่งไหน

ทีมบรรณาธิการ linli07 ก.ย. 07:43อัปเดต 07 ก.ย. 07:43อ่าน 1 นาที
แดชบอร์ดเอเจนซี่รายงานคอนเวอร์ชั่น 180 ราย แต่สเปรดชีตลูกค้าเห็น 95 ราย ต้องเชื่อฝั่งไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ตัวเลขคอนเวอร์ชั่นของเอเจนซี่กับสเปรดชีตลูกค้าไม่ตรงกันเกือบทุกครั้ง เพราะสองฝั่งนับคนละจุดในเส้นทางลูกค้า ก่อนสรุปว่าใครผิด ให้ทั้งสองฝั่งเปิดนิยามการนับของตัวเองออกมาเทียบกันทีละขั้น แล้วจะเห็นว่าช่องว่างมาจากจุดไหนของ funnel ไม่ใช่จากการปั้นตัวเลข

มีเอเจนซี่รายหนึ่งที่ผมเคยเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับลูกค้า เอเจนซี่ส่งรายงานประจำเดือนบอกว่าแคมเปญพาลูกค้าทักไลน์เข้ามา 180 ราย แต่ฝั่งลูกค้าเปิดสเปรดชีตที่แอดมินกรอกมือทุกวัน เห็นแค่ 95 ราย ตัวเลขต่างกันเกือบเท่าตัว จนลูกค้าเริ่มตั้งคำถามว่าเอเจนซี่ปั้นตัวเลขหรือเปล่า

สิ่งแรกที่ผมทำไม่ใช่การไปเช็คว่าใครโกหก แต่ขอให้ทั้งสองฝั่งอธิบายว่า 'คอนเวอร์ชั่น' ที่แต่ละคนพูดถึง หมายถึงเหตุการณ์ไหนกันแน่ ผลปรากฏว่าเอเจนซี่นับทุกครั้งที่มีคนกดปุ่มแอดไลน์จากโฆษณา ส่วนแอดมินฝั่งลูกค้ากรอกเฉพาะแชทที่คุยจบแล้วได้ข้อมูลลูกค้าครบสำหรับปิดการขาย

ช่องว่างนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดในความสัมพันธ์เอเจนซี่-ลูกค้า บทความนี้จะพาไล่วิธีเทียบตัวเลขสองฝั่งอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์พังเพราะความเข้าใจผิดเรื่องนิยาม

ก่อนเทียบตัวเลข ต้องนิยาม 'คอนเวอร์ชั่น' ให้ตรงกันก่อน

คำว่าคอนเวอร์ชั่นในบริบทของแอดยิงเข้า LINE สามารถหมายถึงได้หลายจุดในเส้นทางเดียวกัน ตั้งแต่การกดปุ่มแอดเพื่อน การเริ่มทักข้อความแรก การให้ข้อมูลติดต่อ ไปจนถึงการปิดการขายจริง ถ้าไม่ระบุให้ชัดว่าตัวเลขที่รายงานอยู่หมายถึงจุดไหน ทั้งสองฝั่งจะพูดคนละเรื่องโดยไม่รู้ตัว

วิธีแก้ที่ตรงจุดที่สุดคือเขียนนิยามแต่ละขั้นออกมาเป็นเอกสารสั้น ๆ ที่ทั้งเอเจนซี่และลูกค้าเห็นตรงกัน เช่น 'Add Friend' = กดปุ่มแอดเพื่อนจากโฆษณา, 'Chat Start' = พิมพ์ข้อความแรกในแชท, 'Qualified Lead' = ให้เบอร์โทรหรือข้อมูลสินค้าที่สนใจ, 'Closed Sale' = โอนเงินหรือยืนยันคำสั่งซื้อ แล้วให้ทั้งสองฝั่งรายงานแยกเป็นขั้น ไม่ใช่รวมเป็นก้อนเดียว

ขั้นในเส้นทางลูกค้าตัวเลขที่เอเจนซี่มักรายงานตัวเลขที่แอดมินลูกค้ามักกรอก
กดปุ่มแอดเพื่อน180 ครั้ง (จากพิกเซล/เหตุการณ์)ไม่ได้กรอก เพราะยังไม่เห็นในแชท
เริ่มทักข้อความแรกรวมอยู่ในตัวเลขเดียวกับข้างบน95 ราย (นับจากแชทที่เข้ามาจริง)
ให้ข้อมูลครบพร้อมปิดการขายไม่ได้แยกให้เห็นจำนวนที่น้อยลงอีก ตามอัตราปิดการขาย

ช่องว่างระหว่างสองตัวเลขเกิดจากอะไรได้บ้าง

  • คนกดปุ่มแอดเพื่อนแต่ไม่เคยพิมพ์อะไรเลย ทำให้ระบบนับเป็นคอนเวอร์ชั่นแต่แอดมินไม่เห็นแชทให้กรอก
  • แชทเข้ามาแล้วแต่แอดมินลืมกรอกลงสเปรดชีต โดยเฉพาะช่วงที่แชทเข้ามาพร้อมกันหลายสาย
  • บางคนแอดเพื่อนซ้ำหลายครั้งจากหลายโฆษณา ทำให้ระบบนับเป็นคอนเวอร์ชั่นหลายครั้งทั้งที่เป็นคนเดียวกัน
  • ลูกค้าทักผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่จากคลิกโฆษณาโดยตรง เช่น เสิร์ชหา LINE OA เอง แล้วแอดมินกรอกปนกับที่มาจากแอด

ขั้นตอนเทียบตัวเลขสองฝั่งแบบไม่ทะเลาะกัน

  1. ทั้งสองฝั่งดึงข้อมูลรายวันของช่วงเวลาเดียวกันมาวางคู่กัน ไม่ใช่เทียบตัวเลขรวมทั้งเดือน
  2. สุ่มตรวจแชทจริง 15-20 รายการที่เอเจนซี่นับเป็นคอนเวอร์ชั่น แล้วดูว่าแต่ละรายอยู่ในสเปรดชีตของแอดมินหรือไม่
  3. ถ้าไม่อยู่ ให้สอบถามว่าเป็นเพราะไม่มีแชทจริง (แค่กดปุ่มเฉย ๆ) หรือแอดมินลืมกรอก แยกสองสาเหตุนี้ให้ชัด
  4. สรุปเป็นตารางช่องว่างแบบมีตัวเลขรองรับ แทนการโต้เถียงด้วยความรู้สึกว่าใครน่าเชื่อกว่ากัน
  5. ตกลงกันว่าจากนี้จะใช้ตัวเลขจุดไหนเป็นตัวชี้วัดหลักร่วมกัน เพื่อไม่ต้องมาเผชิญปัญหาเดิมซ้ำทุกเดือน

ควรให้ใครรายงานตัวเลขจุดไหน ถึงจะแม่นที่สุด

หลักการง่าย ๆ ที่ใช้ได้เกือบทุกกรณีคือ ให้ระบบอัตโนมัติรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนแชท เช่น จำนวนคลิก จำนวนคนกดปุ่มแอดเพื่อน เพราะเป็นข้อมูลที่มนุษย์กรอกมือไม่ทัน ส่วนขั้นที่ต้องใช้วิจารณญาณของมนุษย์ เช่น ลูกค้ารายนี้คุยจริงจังแค่ไหน สนใจซื้อจริงไหม ควรให้แอดมินหรือฝ่ายขายเป็นคนกรอก เพราะเป็นข้อมูลที่ระบบอัตโนมัติตัดสินใจแทนไม่ได้

ถ้าแบ่งความรับผิดชอบตามความสามารถของแต่ละฝั่งแบบนี้ ตัวเลขที่แต่ละฝั่งดูแลจะแม่นยำกว่าการพยายามให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งรายงานตัวเลขทั้งหมดคนเดียว

หน้าต่างการนับผล (attribution window) ที่ต่างกันก็ทำให้ตัวเลขไม่ตรงได้

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือหน้าต่างเวลาที่แต่ละฝั่งใช้นับผล เอเจนซี่อาจนับคอนเวอร์ชั่นที่เกิดขึ้นภายใน 7 วันหลังคลิก ตามค่าดีฟอลต์ของแพลตฟอร์มโฆษณา ในขณะที่แอดมินฝั่งลูกค้ากรอกเฉพาะที่ปิดการขายในวันเดียวกับที่ทักแชท ถ้าลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจ 3-4 วันก่อนโอนเงิน ตัวเลขสองฝั่งจะไม่ตรงกันแม้จะพูดถึงคนกลุ่มเดียวกันก็ตาม

การแก้ปัญหานี้ไม่ใช่การเลือกว่าหน้าต่างไหนถูกกว่ากัน แต่คือการระบุให้ชัดในรายงานว่าใช้หน้าต่างกี่วัน แล้วให้ทั้งสองฝั่งอ่านตัวเลขโดยรู้ที่มาเดียวกัน

ในทางปฏิบัติ เอเจนซี่ควรระบุหน้าต่างเวลาที่ใช้ไว้ในหัวรายงานทุกฉบับ เช่น 'คอนเวอร์ชั่นนับภายใน 7 วันหลังคลิก' เพื่อให้ลูกค้าเห็นชัดโดยไม่ต้องถามซ้ำทุกเดือน และถ้าวันหนึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนหน้าต่างเวลา ควรแจ้งล่วงหน้าพร้อมอธิบายเหตุผล ไม่ใช่เปลี่ยนเงียบ ๆ แล้วปล่อยให้ลูกค้าสงสัยว่าทำไมตัวเลขเดือนนี้ต่างจากเดือนก่อนแบบไม่มีที่มา

วางจังหวะรีวิวตัวเลขร่วมกันแบบไหนถึงป้องกันปัญหานี้ล่วงหน้า

แทนที่จะรอให้ตัวเลขต่างกันมากจนกลายเป็นข้อพิพาทแล้วค่อยมานั่งไล่หาสาเหตุ วิธีที่ดีกว่าคือกำหนดรอบรีวิวสั้น ๆ ทุกสัปดาห์ในช่วงแรกของการทำงานร่วมกัน เพื่อจับความคลาดเคลื่อนตั้งแต่ยังเป็นตัวเลขน้อย ๆ ก่อนจะสะสมเป็นความไม่ไว้ใจในระยะยาว

เมื่อทั้งสองฝั่งเข้าใจตรงกันแล้วว่าช่องว่างมาจากไหนและยอมรับได้ว่าเป็นเรื่องปกติของระบบ ไม่ใช่การปั้นตัวเลข ความถี่ในการรีวิวแบบละเอียดก็ค่อย ๆ ลดลงเป็นรายเดือนได้ตามความไว้ใจที่สร้างขึ้นมา การมีกระบวนการกระทบยอดคอนเวอร์ชั่นมาตรฐานตั้งแต่ต้นช่วยลดเวลาที่ต้องเสียไปกับการถกเถียงเรื่องนี้ในแต่ละรอบ

ถ้าความไม่ไว้ใจเกิดขึ้นไปแล้ว จะกู้ความสัมพันธ์กลับมาอย่างไร

บางความสัมพันธ์เดินมาถึงจุดที่ลูกค้าเริ่มไม่เชื่อรายงานของเอเจนซี่เลยแม้แต่ตัวเลขที่ถูกต้อง เพราะสะสมความคลางแคลงใจมานานหลายเดือนโดยไม่มีใครอธิบายช่องว่างให้ชัดเจนสักครั้ง ในสถานการณ์แบบนี้ การอธิบายด้วยคำพูดอย่างเดียวมักไม่พอ ต้องมีหลักฐานที่จับต้องได้ เช่น สกรีนช็อตแชทจริงที่ตรงกับตัวเลขที่รายงาน หรือเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบได้เองบางส่วน

สิ่งที่ผมแนะนำเอเจนซี่ในเคสที่ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนคือ เสนอทำ 'audit ร่วม' แบบเปิดเผยทุกขั้นตอนให้ลูกค้าเห็นตั้งแต่ต้นจนจบ แทนที่จะส่งแค่สรุปผลลัพธ์ปลายทาง เพราะความโปร่งใสในกระบวนการมักสร้างความไว้ใจกลับคืนได้เร็วกว่าการยืนยันว่า 'ตัวเลขของเราถูกต้อง' เพียงอย่างเดียว

อีกวิธีที่ช่วยได้ในระยะยาวคือกำหนดตัวชี้วัดร่วมกันตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญ ไม่ใช่มานิยามทีหลังตอนตัวเลขไม่ตรงกันแล้ว เพราะการตกลงล่วงหน้าทำให้ทั้งสองฝั่งไม่ต้องเสียเวลาถกเถียงเรื่องนิยามในภายหลัง หากพบว่าปัญหาที่แท้จริงคือการนับคอนเวอร์ชั่นซ้ำระหว่างระบบให้เร่งแก้ที่จุดนั้นก่อนเป็นอันดับแรก

สรุป

ตัวเลขสองฝั่งที่ไม่ตรงกันไม่ได้แปลว่ามีใครโกหกเสมอไป ส่วนใหญ่มาจากการนับคนละจุดในเส้นทางลูกค้า ใช้หน้าต่างเวลาต่างกัน หรือมีช่องว่างจากการกรอกมือที่ตกหล่นไปบ้าง การไล่หาสาเหตุอย่างเป็นระบบด้วยการนิยามคำศัพท์ให้ตรงกันก่อน จะช่วยประหยัดเวลาและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเอเจนซี่กับลูกค้าได้มากกว่าการเถียงกันด้วยความรู้สึก

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาครั้งนี้ให้จบ แต่ควรวางระบบรายงานที่แยกตามขั้นของ funnel ไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดซ้ำทุกครั้งที่มีการรีวิวผลงานประจำเดือน และควรเก็บบันทึกไว้เป็นเอกสารกลางที่ทั้งสองฝั่งเข้าถึงได้ ไม่ใช่ความเข้าใจที่อยู่แค่ในหัวของคนใดคนหนึ่ง

  • นิยามคำว่าคอนเวอร์ชั่นให้ตรงกันทั้งสองฝั่งก่อนเทียบตัวเลขใด ๆ
  • สุ่มตรวจแชทจริงเทียบกับตัวเลขที่รายงาน แทนการเถียงด้วยความรู้สึก
  • แบ่งความรับผิดชอบการรายงานตามความสามารถ ระบบดูแลตัวเลขก่อนแชท มนุษย์ดูแลตัวเลขที่ต้องใช้วิจารณญาณ

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลขคอนเวอร์ชั่นของเอเจนซี่กับลูกค้าต่างกันเท่าไหร่ถึงเรียกว่าผิดปกติ

ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัว แต่ถ้าต่างกันเกิน 30-40% ทั้งที่นิยามและช่วงเวลาตรงกันแล้ว ควรไล่ตรวจแชทจริงเป็นรายเคสมากกว่าปล่อยผ่าน

ควรให้แอดมินกรอกสเปรดชีตทุกแชทหรือแค่แชทที่ปิดการขายได้

ควรกรอกทุกแชทที่เข้ามาแม้จะยังไม่ปิดการขาย เพราะข้อมูลแชทที่ไม่ปิดก็มีประโยชน์ในการวิเคราะห์ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนของ funnel

ถ้าเอเจนซี่ไม่ยอมเปิดนิยามการนับตัวเลข ควรทำอย่างไร

ควรขอเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้นสัญญาว่าจะรายงานแยกตามขั้นของ funnel ถ้าเอเจนซี่ปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลทางเทคนิครองรับ นับเป็นสัญญาณเตือนที่ควรระวัง

attribution window ที่เหมาะสมควรตั้งกี่วัน

ขึ้นอยู่กับความยาวของวงจรการตัดสินใจซื้อสินค้านั้น ๆ สินค้าราคาถูกตัดสินใจเร็วอาจใช้ 1-3 วันก็พอ ส่วนสินค้าราคาสูงที่ต้องคิดนานอาจต้องยาวถึง 14-30 วัน

การเทียบตัวเลขแบบนี้ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นสาเหตุชัด

ถ้าทำตามขั้นตอนแบบมีระบบ ปกติใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการสุ่มตรวจและสรุปสาเหตุ ไม่ควรปล่อยให้ลากยาวเป็นเดือนเพราะจะยิ่งสะสมความไม่ไว้ใจจนยากจะแก้ไขในภายหลัง

มีเครื่องมือที่ช่วยลดปัญหาตัวเลขไม่ตรงกันแบบนี้ไหม

การใช้ระบบ<a href="/blog/server-to-server-line">ส่งข้อมูลคอนเวอร์ชั่นแบบเชื่อมต่อกับแชทจริง</a>อย่าง linli ช่วยลดช่องว่างนี้ได้มาก เพราะไม่ต้องพึ่งการกรอกมือของแอดมินทั้งหมด แต่ยังต้องมีคนตรวจสอบข้อมูลเป็นระยะอยู่ดี

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนทีม Media Buyer แล้วปรับโครงสร้างแคมเปญใหม่ทั้งหมด Tracking เดิมหายไปพร้อมกัน

เปลี่ยนทีม Media Buyer แล้วปรับโครงสร้างแคมเปญใหม่ทั้งหมด Tracking เดิมหายไปพร้อมกัน

ทุกครั้งที่เปลี่ยนทีม media buyer แล้วมีการล้างโครงสร้างแคมเปญเก่าสร้างใหม่หมด มักพา pixel, conversion event และ referral tag เดิมหายไปด้วยโดยไม่มีใครตั้งใจ บทความนี้แนะนำ checklist ส่งมอบงานที่ป้องกันปัญหานี้
แบ่งงบและวัดผล Brand กับ Performance แยกกันอย่างไร เมื่อยอดขายปิดในแชท LINE ทั้งคู่

แบ่งงบและวัดผล Brand กับ Performance แยกกันอย่างไร เมื่อยอดขายปิดในแชท LINE ทั้งคู่

แคมเปญสร้างแบรนด์กับแคมเปญเร่งยอดขายวัดผลด้วยตัวชี้วัดเดียวกันไม่ได้ บทความนี้เสนอกรอบแยกงบและแยกตัวชี้วัดสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายผ่าน LINE OA
เอเจนซี่วัด Conversion LINE ให้ลูกค้าหลายรายด้วยระบบโปรเจกต์

เอเจนซี่วัด Conversion LINE ให้ลูกค้าหลายรายด้วยระบบโปรเจกต์

ดูแลลูกค้าสิบรายด้วยชีตสิบแบบและความจำของ AE สองคน คือระเบิดเวลาของทุกเอเจนซี่ บทความนี้วางโครง 1 ลูกค้า = 1 โปรเจกต์ = 1 OA ที่ทำให้รับลูกค้าเพิ่มโดยงานไม่พังตาม