← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

วัด ROAS จากยอดขายจริงที่ปิดใน LINE ได้จากจุดไหนบ้างของ TikTok Ads

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:51อัปเดต 12 ส.ค. 04:51อ่าน 2 นาที
วัด ROAS จากยอดขายจริงที่ปิดใน LINE ได้จากจุดไหนบ้างของ TikTok Ads
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ROAS ที่ TikTok Ads Manager แสดงให้อัตโนมัตินั้นคำนวณจาก Event และค่า Value ที่ธุรกิจส่งกลับไปเท่านั้น ถ้าเลือก Primary Conversion Event ผิด หรือไม่ส่งค่า Value และ Currency ของยอดขายจริงที่ปิดในแชท LINE กลับไป ตัวเลข ROAS ที่เห็นจะไม่มีความหมายอะไรเลยต่อการตัดสินใจปรับงบ

เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์รายหนึ่งเล่าว่าดู ROAS ใน TikTok Ads Manager แล้วรู้สึกดีใจที่ตัวเลขขึ้นเกิน 5 เท่าติดต่อกันสามสัปดาห์ จนตัดสินใจเพิ่มงบโฆษณาเป็นสองเท่า แต่พอสิ้นเดือนไปเช็คยอดขายจริงในบัญชีธนาคารกลับพบว่ากำไรไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่ตัวเลขบอกเลย เพราะ ROAS ที่เห็นนั้นคำนวณจากมูลค่า Lead โดยประมาณ ไม่ใช่ยอดขายที่ปิดจริงในแชท LINE

ความเข้าใจผิดแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยเพราะ ROAS เป็นตัวเลขที่ดูน่าเชื่อถือมากในแดชบอร์ด แต่ที่มาของตัวเลขนั้นขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจตั้งค่า Event และส่งข้อมูลอะไรกลับไปให้ระบบคำนวณ ถ้าธุรกิจปิดการขายผ่านแชท ไม่ใช่ผ่านหน้าเว็บที่มีตะกร้าสินค้าอัตโนมัติ การได้มาซึ่ง ROAS ที่แม่นยำจึงต้องอาศัยการตั้งค่าเพิ่มเติมที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองอัตโนมัติ

บทความนี้จะพาไปดูว่าจุดไหนบ้างในกระบวนการที่ต้องตั้งค่าให้ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือก Primary Conversion Event การส่งค่า Value และ Currency ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งทำให้ ROAS ที่เห็นสูงเกินจริงหรือต่ำเกินจริงจนใช้ตัดสินใจไม่ได้

ข้อควรระวังก่อนอ่านต่อคือ ROAS ที่คำนวณจากข้อมูลที่ส่งกลับไปเองยังคงเป็นตัวเลขประมาณการที่ต้องนำไปเทียบกับกำไรขั้นต้นจริงของธุรกิจเสมอ ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันว่าธุรกิจจะมีกำไรตามสัดส่วนที่แสดง เพราะยังไม่รวมต้นทุนอื่นนอกเหนือจากค่าโฆษณา

ROAS ในบริบทที่ปิดการขายผ่าน LINE คำนวณมาจากอะไร

โดยพื้นฐาน ROAS คือสัดส่วนระหว่างมูลค่ายอดขายที่ได้กลับมาเทียบกับค่าโฆษณาที่ใช้ไป สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีตะกร้าสินค้าบนเว็บไซต์ ค่ายอดขายมักถูกส่งกลับไปอัตโนมัติทันทีที่ลูกค้าชำระเงินเสร็จ แต่สำหรับธุรกิจที่ปิดการขายผ่านแชท LINE ไม่มีตะกร้าสินค้าอัตโนมัติแบบนั้น ค่ายอดขายต้องถูกส่งกลับไปด้วยมือหรือผ่านระบบที่เชื่อมต่อกับ Events API เอง

นั่นหมายความว่าถ้าไม่มีใครส่งค่า Value ของยอดขายที่ปิดจริงกลับไป ระบบก็ไม่มีทางคำนวณ ROAS ที่ตรงกับความจริงได้เลย สิ่งที่แดชบอร์ดแสดงในกรณีนี้อาจเป็นการประมาณจาก Event ระดับ Lead ที่มีมูลค่าคงที่สมมติขึ้นมา ซึ่งไม่ได้สะท้อนยอดขายจริงแม้แต่น้อย

ทำไม ROAS มาตรฐานใน Ads Manager ถึงไม่สะท้อนความจริงเมื่อขายผ่าน LINE

ถ้าธุรกิจตั้งค่า Optimization Event ไว้ที่ Lead โดยไม่ได้กำหนดมูลค่าตามยอดขายจริง ระบบมักจะใช้ค่าเริ่มต้นหรือค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้ตอนสร้างแคมเปญมาใช้คำนวณ ROAS แทน ซึ่งค่าเฉลี่ยนี้อาจสูงหรือต่ำกว่าความจริงมากในแต่ละเดือน ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าที่แอดไลน์เข้ามาตัดสินใจซื้อสินค้าราคาสูงหรือราคาต่ำ

อีกสาเหตุหนึ่งคือการนับ ROAS จากยอดขายทุกรายการที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น โดยไม่แยกว่ายอดขายนั้นมาจากลูกค้าที่คลิกโฆษณาจริงหรือเป็นลูกค้าเก่าที่กลับมาซื้อซ้ำผ่านช่องทางอื่น การปนกันแบบนี้ทำให้ ROAS ที่เห็นดูดีเกินจริงกว่าประสิทธิภาพที่แท้จริงของแคมเปญนั้น

Primary Conversion Event ที่ควรเลือกเพื่อวัด ROAS ให้ตรงกับยอดขายจริง

การเลือก Primary Conversion Event เป็นจุดตัดสินใจสำคัญ เพราะระบบจะใช้ Event นี้เป็นหลักในการคำนวณ ROAS และการปรับกลุ่มเป้าหมาย ถ้าธุรกิจมีข้อมูลยอดขายจริงที่ปิดในแชท LINE พร้อมส่งกลับผ่าน Events API การเลือก Purchase Event เป็น Primary Conversion จะให้ ROAS ที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด

สำหรับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมส่ง Purchase Event สม่ำเสมอ อาจต้องยอมรับว่า ROAS ที่เห็นในช่วงแรกยังไม่แม่นยำนัก และควรใช้ตัวเลขจาก CRM หรือระบบขายจริงควบคู่ไปด้วยเสมอ ไม่ควรอิง ROAS จากแดชบอร์ดเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบโฆษณาจำนวนมาก

ธุรกิจบางประเภทที่มีสินค้าหลายราคาในแคมเปญเดียว ควรพิจารณาส่งค่า Value ที่แตกต่างกันตามมูลค่าออเดอร์จริงของแต่ละราย แทนการใช้ค่าคงที่ค่าเดียว เพราะจะช่วยให้ระบบเรียนรู้ได้ว่ากลุ่มลูกค้าแบบไหนมีแนวโน้มซื้อสินค้ามูลค่าสูงกว่ากลุ่มอื่น

การส่งค่า Value และ Currency ให้ถูกต้องตามยอดขายจริง

เมื่อส่ง Purchase Event กลับไปยัง TikTok ต้องระบุค่า Value เป็นตัวเลขมูลค่าออเดอร์จริง และระบุ Currency ให้ตรงกับสกุลเงินที่ใช้จริงในธุรกิจ ถ้าระบุผิดหน่วยเงินหรือใส่ค่าที่คลาดเคลื่อนจากยอดขายจริง ROAS ที่คำนวณออกมาก็จะผิดเพี้ยนไปตามสัดส่วนของความคลาดเคลื่อนนั้น

ธุรกิจที่มีส่วนลดหรือโปรโมชั่นควรตกลงกันในทีมว่าจะส่งค่า Value เป็นราคาก่อนหรือหลังหักส่วนลด เพื่อให้ทุกออเดอร์ใช้มาตรฐานเดียวกัน ถ้าบางเดือนส่งราคาก่อนลด บางเดือนส่งราคาหลังลด ROAS ที่เทียบกันข้ามเดือนจะไม่มีความหมายเพราะฐานการคำนวณไม่เท่ากัน

ตารางเปรียบเทียบวิธีคำนวณ ROAS สามแบบที่พบบ่อย

วิธีคำนวณที่มาของ Valueความแม่นยำ
ค่าเฉลี่ยคงที่ต่อ Leadตั้งค่าคงที่ตอนสร้างแคมเปญต่ำ ไม่สะท้อนยอดขายจริงรายวัน
Purchase Event ไม่ระบุ Valueนับแค่จำนวนครั้งที่ปิดการขายปานกลาง รู้จำนวนแต่ไม่รู้มูลค่า
Purchase Event พร้อม Value จริงส่งมูลค่าออเดอร์จริงทุกรายการสูง ใกล้เคียงยอดขายจริงที่สุด

ขั้นตอนตั้งค่า Value-based Optimization สำหรับยอดขายผ่าน LINE

  1. ตรวจสอบว่าระบบหลังบ้านที่แอดมินใช้บันทึกออเดอร์ มีช่องสำหรับกรอกมูลค่าออเดอร์และวันที่ปิดการขายครบทุกรายการ
  2. เชื่อมต่อ Events API เพื่อส่ง Purchase Event พร้อมค่า Value และ Currency ตามมาตรฐานที่ทีมตกลงกันไว้
  3. เลือก Purchase Event เป็น Primary Conversion ของแคมเปญ แทนการใช้ Lead เป็นหลักเมื่อมีข้อมูลยอดขายสม่ำเสมอเพียงพอ
  4. เปิดใช้งาน Value-based Optimization ถ้าแพลตฟอร์มรองรับ เพื่อให้ระบบพยายามหาลูกค้าที่มีแนวโน้มซื้อสินค้ามูลค่าสูงมากขึ้น ไม่ใช่แค่จำนวนออเดอร์มากขึ้น
  5. ตรวจสอบ ROAS ที่ได้เทียบกับกำไรขั้นต้นจริงทุกเดือน เพื่อยืนยันว่าตัวเลขที่เห็นยังสอดคล้องกับสถานะทางการเงินจริงของธุรกิจ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ ROAS สูงเกินจริงหรือต่ำเกินจริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือนับยอดขายซ้ำเมื่อลูกค้าคนเดียวถูกบันทึกมากกว่าหนึ่งครั้งในระบบ เช่น แอดมินบันทึกยอดขายไว้แล้ว แต่ทีมบัญชีก็ส่งข้อมูลเดียวกันเข้าไปอีกรอบผ่านระบบอื่น ทำให้ ROAS ที่คำนวณออกมาสูงเกินจริงกว่าที่ควรเป็น

อีกข้อผิดพลาดคือลืมส่งข้อมูลยอดขายของลูกค้าที่ปิดการขายช้ากว่าปกติ เช่น ลูกค้าที่คุยกับแอดมินนานกว่าสองสัปดาห์ก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าทีมหยุดติดตามและไม่ส่งข้อมูลย้อนหลังกลับเข้าไป ROAS ที่เห็นในเดือนนั้นก็จะต่ำกว่าความจริง เพราะขาดยอดขายบางส่วนที่ควรถูกนับรวมด้วย

การใช้ระบบตัวกลางที่ช่วยบันทึกสถานะและยอดขายผ่าน LINE อย่าง linli เป็นศูนย์กลางเดียว จะช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะถูกบันทึกซ้ำหรือตกหล่นระหว่างทีมต่าง ๆ เพราะทุกคนดูข้อมูลจากแหล่งเดียวกันก่อนส่งออกไปคำนวณ ROAS ต่อ

ทำไมต้องดู ROAS คู่กับอัตรากำไรขั้นต้นเสมอ

ROAS สูงไม่ได้แปลว่าธุรกิจมีกำไรมากเสมอไป เพราะ ROAS วัดแค่สัดส่วนระหว่างยอดขายกับค่าโฆษณา ไม่ได้รวมต้นทุนสินค้า ค่าจัดส่ง หรือค่าแรงแอดมินที่ใช้ปิดการขายแต่ละราย ธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ อาจต้องการ ROAS ที่สูงกว่าธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เพื่อให้ยังมีกำไรเหลือหลังหักต้นทุนทั้งหมด

วิธีที่ช่วยให้ตัวเลข ROAS มีความหมายมากขึ้นคือการคำนวณจุดคุ้มทุนของตัวเองก่อน โดยนำอัตรากำไรขั้นต้นมาคำนวณย้อนกลับว่า ROAS เท่าไหร่ถึงจะเริ่มมีกำไรจริง แล้วใช้ตัวเลขนั้นเป็นเกณฑ์ส่วนตัวของธุรกิจ แทนการเทียบกับตัวเลข ROAS ของธุรกิจอื่นที่มีโครงสร้างต้นทุนต่างกันโดยสิ้นเชิง

ธุรกิจที่มีสินค้าหลายกลุ่มควรคำนวณจุดคุ้มทุนแยกตามกลุ่มสินค้าด้วย เพราะสินค้าบางกลุ่มอาจมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ากลุ่มอื่นมาก การดู ROAS รวมทั้งบัญชีโดยไม่แยกกลุ่มสินค้าอาจทำให้มองข้ามว่าจริง ๆ แล้วมีบางกลุ่มสินค้าที่ขาดทุนอยู่ ทั้งที่ภาพรวมดูเหมือนทำกำไรได้ดี

สรุป

ROAS ที่เห็นในแดชบอร์ดของ TikTok Ads Manager ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายผ่านแชท LINE แต่ขึ้นอยู่กับว่าทีมส่งข้อมูล Purchase Event และค่า Value กลับไปครบถ้วนแค่ไหน ถ้าข้อมูลไม่ครบ ตัวเลขที่เห็นก็เป็นเพียงค่าประมาณที่ไม่ควรใช้ตัดสินใจเรื่องงบก้อนใหญ่

การลงทุนตั้งค่าให้ส่งข้อมูลยอดขายจริงกลับไปอย่างสม่ำเสมอ อาจใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการปล่อยให้ระบบใช้ค่าประมาณ แต่จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่ามากในระยะยาว เพราะทีมจะมีตัวเลขที่เชื่อถือได้จริงมาใช้ตัดสินใจปรับงบและเลือกกลุ่มเป้าหมาย

  • ROAS ที่แม่นยำต้องอาศัยการส่ง Purchase Event พร้อมค่า Value และ Currency จริงกลับไป ไม่ใช่ค่าประมาณคงที่
  • แยกให้ชัดว่าจะส่งราคาก่อนหรือหลังหักส่วนลด แล้วใช้มาตรฐานเดียวกันทุกออเดอร์เพื่อให้เทียบข้ามเดือนได้
  • อ่านเพิ่มเรื่อง การตั้งค่า Purchase Event และ Attribution ยอดขาย LINE เพื่อให้ตัวเลขทั้งระบบสอดคล้องกัน

คำถามที่พบบ่อย

ROAS ที่ดีสำหรับธุรกิจที่ขายผ่าน LINE ควรอยู่ที่เท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ เพราะขึ้นอยู่กับอัตรากำไรขั้นต้นของแต่ละธุรกิจ ควรคำนวณจุดคุ้มทุนของตัวเองก่อน แล้วใช้ตัวเลขนั้นเป็นเกณฑ์แทนการเทียบกับตัวเลขของธุรกิจอื่นโดยตรง

ทำไม ROAS ในแดชบอร์ดถึงต่างจากที่คำนวณเองจากยอดขายจริง

ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ยังไม่ได้ส่ง Purchase Event พร้อมค่า Value จริงกลับไป ทำให้ระบบใช้ค่าประมาณหรือค่าเฉลี่ยคงที่แทน ซึ่งต่างจากยอดขายจริงที่คำนวณจากข้อมูลในระบบบัญชี

ควรส่งค่า Value เป็นราคาก่อนหรือหลังหักส่วนลด

ควรตกลงเป็นมาตรฐานเดียวในทีมและใช้ให้สม่ำเสมอทุกออเดอร์ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ตาม เพราะถ้าสลับไปมาระหว่างเดือน ROAS ที่เทียบกันข้ามช่วงเวลาจะไม่มีความหมาย

ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มยังไม่มีข้อมูลยอดขายมาก ควรวัด ROAS อย่างไร

ในช่วงเริ่มต้นอาจต้องยอมรับว่า ROAS ยังไม่แม่นยำนัก ควรใช้ตัวเลขจำนวนออเดอร์และมูลค่าขายจริงจากระบบบัญชีควบคู่ไปกับ ROAS ในแดชบอร์ด แล้วค่อยปรับปรุงความแม่นยำเมื่อมีข้อมูลสะสมมากขึ้น

ถ้ามีลูกค้าคืนสินค้าหลังปิดการขาย ต้องแก้ไข Value ที่ส่งไปแล้วไหม

ควรพิจารณาส่งข้อมูลปรับปรุงกลับไปถ้าแพลตฟอร์มรองรับ เพื่อไม่ให้ ROAS สูงเกินจริงจากยอดขายที่สุดท้ายถูกคืนเงิน แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขของ Events API ล่าสุดก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ROAS ต่ำเสมอไปหมายความว่าควรปิดแคมเปญเลยหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป ควรตรวจสอบก่อนว่า ROAS ต่ำเพราะประสิทธิภาพแคมเปญจริง หรือเพราะข้อมูล Value ที่ส่งกลับไปไม่ครบถ้วน ถ้าเป็นปัญหาข้อมูล ควรแก้ที่ต้นทางก่อนตัดสินใจปิดแคมเปญ

ควรเปรียบเทียบ ROAS ระหว่างแคมเปญของตัวเองกับธุรกิจอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันไหม

ควรระวังการเปรียบเทียบแบบนี้ เพราะโครงสร้างต้นทุน อัตรากำไรขั้นต้น และวิธีส่งข้อมูล Value กลับไปอาจต่างกันมาก แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน การใช้จุดคุ้มทุนของธุรกิจตัวเองเป็นเกณฑ์หลักจะน่าเชื่อถือกว่าการไล่เทียบตัวเลขจากภายนอก

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Click-ID Inspector

วางลิงก์โฆษณา TikTok ของคุณ แล้วดูว่า ttclid กับ UTM อยู่ครบก่อนเข้า LINE หรือไม่

เช็กลิงก์ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติด LINE Tag เองกับใช้ระบบช่วยส่ง Conversion ต่างกันตรงไหน

ติด LINE Tag เองกับใช้ระบบช่วยส่ง Conversion ต่างกันตรงไหน

หลายทีมติด LINE Tag บนเว็บไซต์แล้วคิดว่าจบ แต่ Tag วัดได้แค่พฤติกรรมบนเว็บ ส่วนสิ่งที่เกิดในแชท LINE ต้องอาศัยอีกชั้นหนึ่งถึงจะเห็นภาพครบ
แยก UTM ให้ทราฟฟิกจาก LINE Ads ไม่ปนกับช่องทางอื่นตั้งแต่ต้นทาง

แยก UTM ให้ทราฟฟิกจาก LINE Ads ไม่ปนกับช่องทางอื่นตั้งแต่ต้นทาง

ทีมส่วนใหญ่ยิง LINE Ads แล้วรู้แค่จำนวนคลิก แต่พอถามว่าคลิกไหนกลายเป็น Lead จริงกลับตอบไม่ได้ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์ม แต่อยู่ที่ UTM ที่ปนกันตั้งแต่ต้นทาง
ทำไมยอดใน LINE Ads Manager ไม่ตรงกับยอดโอนจริงทั้งที่ตั้ง Custom Conversion แล้ว

ทำไมยอดใน LINE Ads Manager ไม่ตรงกับยอดโอนจริงทั้งที่ตั้ง Custom Conversion แล้ว

ตั้ง Custom Conversion เสร็จแล้วแต่ตัวเลขในระบบยังไม่ตรงกับยอดโอนจริง ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การตั้งค่าผิด แต่อยู่ที่นิยาม Event และ Identifier ที่เลือกใช้ตั้งแต่แรก