รู้ไหมว่าลูกค้าหลุดตรงไหนในแชท: ใช้ Step Message วัด Conversion ทีละขั้นเหมือนวัด Funnel บนเว็บ
สรุปสั้น ๆ
การแชทขายของมักถูกมองเป็นกล่องดำ รู้แค่จำนวนคนที่ทักเข้ามากับจำนวนที่ปิดการขายได้ แต่ไม่รู้ว่าคนที่หายไประหว่างทางหลุดตรงขั้นไหน การออกแบบบทสนทนาให้เป็น step ที่วัดผลได้ทีละขั้น ช่วยเปลี่ยนกล่องดำนี้ให้กลายเป็น funnel ที่มองเห็นจุดรั่วชัดเจนเหมือนวัด funnel บนเว็บ
ร้านขายประกันชีวิตออนไลน์แห่งหนึ่งมีคนทักเข้ามาถามเบี้ยประกัน 200 คนต่อเดือน แต่ปิดขายได้จริงแค่ 18 คน อัตราปิดการขายอยู่ที่ 9% ซึ่งเจ้าของร้านรู้สึกว่าต่ำเกินไป แต่ไม่รู้จะแก้ตรงไหน เพราะไม่มีข้อมูลว่าคนที่หายไป 182 คนนั้น หายไปตอนไหนของบทสนทนา หายตั้งแต่ถามอายุ หรือหายตอนเห็นเบี้ยประกัน หรือหายตอนต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว
ปัญหานี้คล้ายกับเว็บอีคอมเมิร์ซในยุคก่อนที่จะมี funnel tracking คือรู้แค่ว่าคนเข้าเว็บกี่คน ซื้อกี่คน แต่ไม่รู้ว่าหลุดตรงหน้าไหนในกระบวนการ พอเว็บเริ่มวัด funnel แบบละเอียด (หน้าสินค้า → ใส่ตะกร้า → กรอกที่อยู่ → ชำระเงิน) ธุรกิจถึงเริ่มเห็นจุดรั่วและแก้ไขได้ตรงจุด แนวคิดเดียวกันนี้เอามาใช้กับบทสนทนาใน LINE ได้ ผ่านสิ่งที่เรียกว่า step message
บทความนี้จะอธิบายวิธีออกแบบบทสนทนาให้แบ่งเป็นขั้นที่วัดผลได้ และวิธีอ่านข้อมูลที่ได้มาเพื่อแก้ปัญหาตรงจุด
Step Message คืออะไร
Step message คือการออกแบบบทสนทนาให้มีจุดเช็คพอยต์ชัดเจนเป็นขั้น ๆ แทนที่จะปล่อยให้เป็นการคุยแบบอิสระไม่มีโครงสร้าง แต่ละขั้นจะถูกบันทึกไว้ในระบบว่าลูกค้าคนนี้ 'ผ่าน' ขั้นนั้นแล้วหรือยัง เช่น ขั้นที่ 1 คือทักเข้ามาถามราคา ขั้นที่ 2 คือให้ข้อมูลอายุ/ความต้องการ ขั้นที่ 3 คือเห็นราคาที่เสนอ ขั้นที่ 4 คือยืนยันสนใจสมัคร ขั้นที่ 5 คือชำระเงินสำเร็จ
จุดสำคัญคือแต่ละขั้นไม่จำเป็นต้องเป็นข้อความอัตโนมัติทั้งหมด แอดมินยังคุยกับลูกค้าตามปกติได้ แต่ทุกครั้งที่บทสนทนาไปถึงจุดเช็คพอยต์หนึ่ง ระบบหลังบ้านจะบันทึกไว้ว่า LINE UID นี้มาถึงขั้นไหนแล้ว
วิธีออกแบบขั้นให้วัดผลได้จริง
- แตกกระบวนการขายของธุรกิจตัวเองออกเป็นขั้นย่อย ๆ ก่อน โดยเขียนออกมาเป็นลำดับเหมือนแผนที่การเดินทางของลูกค้าตั้งแต่ทักเข้ามาจนจ่ายเงิน
- เลือกจุดที่ 'วัดได้ชัดเจน' เป็นเช็คพอยต์ เช่น ลูกค้าตอบคำถามคัดกรอง (อายุ, งบประมาณ) ถือเป็นขั้นหนึ่งที่วัดได้ง่ายเพราะมีคำตอบชัดเจน ต่างจาก 'ลูกค้าดูสนใจ' ซึ่งเป็นความรู้สึกที่วัดยาก
- ให้แอดมินหรือระบบอัตโนมัติกดบันทึกทุกครั้งที่บทสนทนาผ่านเช็คพอยต์นั้น อาจทำผ่านปุ่มลัดในระบบหลังบ้านเพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มมากเกินไป
- รวบรวมข้อมูลอย่างน้อยสองสามสัปดาห์ก่อนเริ่มวิเคราะห์ เพื่อให้มีจำนวนตัวอย่างพอที่จะเห็นแพทเทิร์นชัดเจน ไม่ใช่สรุปจากไม่กี่เคส
ตัวอย่างการอ่านข้อมูล funnel (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ)
| ขั้น | จำนวนคนที่มาถึงขั้นนี้ | อัตราหลุดจากขั้นก่อนหน้า |
|---|---|---|
| ทักเข้ามาถามราคา | 200 คน | - |
| ตอบคำถามคัดกรอง | 160 คน | หลุด 20% |
| เห็นราคาที่เสนอ | 140 คน | หลุด 12.5% |
| ยืนยันสนใจสมัคร | 55 คน | หลุด 61% |
| ชำระเงินสำเร็จ | 18 คน | หลุด 67% |
อ่านข้อมูลนี้แล้วแก้ปัญหายังไง
จากตัวอย่างข้างต้น (ซึ่งเป็นตัวเลขสมมติเพื่อประกอบการอธิบายกรอบวิเคราะห์เท่านั้น) จุดที่หลุดมากที่สุดสองจุดคือช่วง 'เห็นราคาแล้วไปยืนยันสนใจ' และ 'ยืนยันสนใจแล้วไปชำระเงินจริง' ถ้าเป็นแบบนี้จริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตั้งราคาหรือการคัดกรองต้น ๆ เลย แต่อยู่ที่ขั้นตอนหลังบ้าน เช่นกระบวนการสมัครยุ่งยากเกินไป หรือใช้เวลานานเกินไปกว่าจะได้กรมธรรม์ ทำให้คนเปลี่ยนใจระหว่างทาง
ถ้าธุรกิจไม่มีข้อมูลระดับนี้ อาจไปโฟกัสผิดจุด เช่นคิดว่าต้องปรับราคาให้ถูกลง ทั้งที่จริงปัญหาคือขั้นตอนจัดการข้อโต้แย้งหรือความยุ่งยากของเอกสารต่างหากที่ทำให้คนหลุด การมี step message ช่วยให้เห็นว่าควรทุ่มเวลาแก้ตรงไหนก่อน แทนที่จะแก้ทุกจุดพร้อมกันโดยไม่รู้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
ประโยชน์ที่มากกว่าแค่การวัดผล
นอกจากใช้หาจุดรั่ว step message ยังเป็นฐานข้อมูลที่ต่อยอดได้ เช่นใช้กำหนดว่าใครควรได้รับข้อความติดตามแบบไหนตามขั้นที่เขาค้างอยู่ คนที่ค้างอยู่ที่ 'เห็นราคาแล้วเงียบ' ควรได้รับข้อความที่ต่างจากคนที่ค้างอยู่ที่ 'ยืนยันสนใจแล้วแต่ยังไม่จ่าย' เพราะทั้งสองกลุ่มติดปัญหาคนละแบบ
สรุป
การขายผ่านแชทมักถูกปฏิบัติเหมือนเป็นศิลปะล้วน ๆ ที่วัดผลไม่ได้ ทั้งที่จริงมันสามารถแตกเป็นขั้นตอนที่วัดผลได้ไม่ต่างจาก funnel บนเว็บไซต์เลย เพียงแต่ต้องมีคนตั้งใจออกแบบเช็คพอยต์ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
เมื่อเห็นภาพ funnel ของบทสนทนาแล้ว การแก้ปัญหาจะเปลี่ยนจาก 'ลองแก้ทุกอย่างแล้วดูว่าอะไรได้ผล' มาเป็น 'รู้แน่ชัดว่าจุดไหนรั่วมากที่สุด แล้วทุ่มเวลาแก้ตรงนั้นก่อน' ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณกว่ามาก
- แตกกระบวนการขายเป็นขั้นย่อยที่วัดผลได้ชัดเจน ไม่ใช่แค่ 'ทักเข้ามา' กับ 'ปิดการขาย'
- อัตราหลุดในแต่ละขั้นบอกจุดที่ควรแก้ก่อน แทนที่จะเดาสุ่มทั้งกระบวนการ
- ข้อมูลขั้นที่ค้างอยู่ยังใช้กำหนดข้อความติดตามที่ตรงจุดกับแต่ละกลุ่มได้ด้วย
คำถามที่พบบ่อย
ต้องใช้ระบบพิเศษไหมถึงจะทำ step message ได้ หรือใช้ LINE OA ปกติก็พอ
LINE OA ปกติไม่มีฟีเจอร์บันทึกขั้นแบบนี้ในตัว ต้องอาศัยระบบหลังบ้านหรือแพลตฟอร์มวัดผลเพิ่มเติมมาช่วยบันทึกว่าแต่ละ LINE UID อยู่ขั้นไหนแล้ว
ถ้าลูกค้าข้ามขั้นบางขั้นไปเลย เช่นถามราคาแล้วจ่ายเงินทันที จะบันทึกยังไง
ระบบควรออกแบบให้บันทึกทุกขั้นที่ผ่านจริงในครั้งเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องรอทีละขั้น เพราะพฤติกรรมลูกค้าบางคนตัดสินใจเร็วกว่าคนอื่นเป็นเรื่องปกติ
ควรมีกี่ขั้นถึงจะเหมาะสม มากไปน้อยไปมีปัญหาไหม
ถ้าน้อยเกินไปจะไม่เห็นรายละเอียดจุดรั่ว ถ้ามากเกินไปจะดูแลยากและแอดมินอาจลืมบันทึกบางขั้น ส่วนใหญ่เริ่มที่ 4-6 ขั้นตามกระบวนการขายจริงของธุรกิจก็เพียงพอ
ข้อมูลนี้เอาไปเทียบกับ Conversion ที่ส่งกลับไปแพลตฟอร์มโฆษณาได้ไหม
ได้ และแนะนำให้ทำ เพราะขั้นท้าย ๆ ของ step message มักตรงกับ Conversion ที่ควรส่งกลับไปยังแพลตฟอร์มโฆษณา ทำให้ข้อมูลสองชุดนี้เสริมกันแทนที่จะแยกกันวิเคราะห์
step message เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีคนทักมาไม่กี่สิบคนต่อเดือนไหม
ยังพอใช้ได้แต่ข้อมูลอาจไม่มากพอจะเห็นแพทเทิร์นชัด ธุรกิจขนาดเล็กอาจเริ่มจากสังเกตแบบคร่าว ๆ ด้วยมือก่อน แล้วค่อยทำระบบเต็มรูปแบบเมื่อปริมาณคนทักเข้ามาเยอะพอ
linli มีฟีเจอร์นี้ให้ใช้เลยไหม
linli รองรับการตั้งขั้นตอนติดตามบทสนทนาและแสดงภาพรวมว่าลูกค้าค้างอยู่ขั้นไหนมากที่สุด ช่วยให้ไม่ต้องสร้างระบบนี้ขึ้นเองตั้งแต่ศูนย์
บทความที่เกี่ยวข้อง


