← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

Swipe-up เยอะแต่ไม่รู้ใครจ่ายเงินจริง Snapchat Conversion Tracking ช่วยตรงไหน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:53อัปเดต 12 ส.ค. 04:53อ่าน 3 นาที
Swipe-up เยอะแต่ไม่รู้ใครจ่ายเงินจริง Snapchat Conversion Tracking ช่วยตรงไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Snapchat Conversion Tracking คือการเชื่อมข้อมูลตั้งแต่คนเห็นหรือคลิกโฆษณา Snapchat ไปจนถึงเหตุการณ์ปลายทางอย่าง Lead หรือ Purchase โดยอาศัย Snap Pixel และ Snapchat Conversions API ทำงานร่วมกัน ธุรกิจที่ปิดการขายผ่านแชทต้องออกแบบวิธีส่งอีเวนต์ปลายทางกลับไปเองด้วย เพราะ Snapchat ไม่รู้ว่าใครปิดดีลสำเร็จนอกเว็บไซต์

แอดมินร้านหนึ่งเล่าให้ฟังว่ายิงแอด Snapchat มาสองเดือนเพื่อจับกลุ่มลูกค้าอายุน้อยที่ใช้แอปนี้เป็นประจำ ตัวเลขในหน้า Ads Manager ดูดี มี Swipe-up หลักพันครั้ง มี Impression หลักแสน แต่พอเจ้าของร้านถามว่าเดือนนี้มีลูกค้าที่ปิดการขายได้กี่คนจากแอด Snapchat คำตอบที่ได้กลับเป็นความเงียบอีกครั้ง เพราะไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าคนที่ทักเข้ามาใน LINE คนไหนมาจากการ Swipe-up โฆษณาตัวนั้น

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเพราะ Snapchat เป็นแพลตฟอร์มที่ด้อยกว่า Facebook หรือ Google แต่เกิดเพราะธุรกิจจำนวนมากยังมองว่า Snapchat เป็นช่องทางโฆษณารอง จึงไม่ได้ลงทุนวางระบบวัดผลให้เท่ากับช่องทางหลัก ทั้งที่หลักการเชื่อม Conversion ของ Snapchat ก็ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นมากนัก

บทความนี้จะพาไปดูว่า Snapchat Conversion Tracking ทำงานอย่างไร ต้องแยก Event แบบไหนให้ตรงกับ Lead และ Purchase จริงของธุรกิจ แล้วธุรกิจที่ปิดการขายผ่าน LINE ควรต่อระบบวัดผลนี้เข้ากับ Journey ของตัวเองอย่างไร

ทำไม Swipe-up และ Impression ไม่พอสำหรับตัดสินใจเรื่องงบ

ตัวเลข Swipe-up และ Impression บอกได้แค่ว่ามีคนสนใจโฆษณามากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าความสนใจนั้นแปลงเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงหรือไม่ คนที่ Swipe-up อาจแค่เผลอกดโดยไม่ตั้งใจ อาจดูแล้วปิดไปเฉย ๆ หรืออาจกลายเป็นลูกค้าที่จ่ายเงินจริงก็ได้ ถ้าไม่มีระบบตามต่อ ธุรกิจจะแยกสามกลุ่มนี้ออกจากกันไม่ได้เลย

เมื่อธุรกิจตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบโฆษณาโดยดูแค่ Swipe-up และ Impression ความเสี่ยงคือการเทงบให้กับแคมเปญที่ดูเหมือนมีคนสนใจเยอะ แต่ในความเป็นจริงอาจสร้างยอดขายได้น้อยกว่าแคมเปญที่ตัวเลขผิวเผินดูน้อยกว่า เพราะกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพต่างกัน

Snapchat แบ่งอีเวนต์ปลายทางแบบไหนบ้าง

Snapchat ออกแบบชุด Standard Event ไว้ให้ธุรกิจเลือกใช้ตามลักษณะ Conversion ของตัวเอง ครอบคลุมตั้งแต่อีเวนต์ต้นทางที่บอกความสนใจ ไปจนถึงอีเวนต์ปลายทางที่ยืนยันผลลัพธ์ทางธุรกิจ ธุรกิจต้องเลือกให้ตรงกับ Journey จริงของตัวเอง ไม่ใช่ใช้ตามที่คนอื่นแนะนำโดยไม่เช็กก่อน

  • Page View หรือ App Open บอกว่าคนมาถึงปลายทางแล้วเท่านั้น ยังไม่นับเป็นความสนใจที่ชัดเจน
  • Sign Up หรือ Start Trial เหมาะกับธุรกิจที่มีขั้นตอนสมัครสมาชิกก่อนซื้อ
  • Add to Cart เหมาะกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีตะกร้าสินค้าให้ติดตาม
  • Lead เหมาะกับธุรกิจที่ปิดการขายผ่านการพูดคุย เช่นทักแชทเข้า LINE แล้วรอทีมขายติดต่อกลับ
  • Purchase คืออีเวนต์ที่ยืนยันว่ามีการจ่ายเงินเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์หรือหลังปิดการขายในแชท

Snap Pixel กับ Snapchat Conversions API เสริมกันตรงไหน

Snap Pixel เป็นโค้ดที่ทำงานฝั่งเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ ส่วน Snapchat Conversions API ส่งข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ของธุรกิจโดยตรง หลักการต่างกันเหมือนกับที่แพลตฟอร์มโฆษณาอื่นใช้อยู่ ธุรกิจที่ต้องการภาพ Conversion ที่ครบถ้วนควรใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน เพราะแต่ละอย่างมองเห็นเหตุการณ์คนละช่วงของ Journey

ตารางนี้สรุปภาพรวมให้เห็นก่อนตัดสินใจว่าธุรกิจตัวเองควรเริ่มจากตัวไหนก่อน (รายละเอียดเชิงลึกของแต่ละเครื่องมือมีอธิบายแยกในบทความเฉพาะ):

เครื่องมือจุดเด่นข้อจำกัด
Snap Pixelติดตั้งง่าย เห็นพฤติกรรมเรียลไทม์บนหน้าเว็บถูกบล็อกได้จาก Ad Blocker หรือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
Snapchat Conversions APIส่งข้อมูลได้แม้ Conversion เกิดขึ้นหลังผู้ใช้ออกจากหน้าเว็บไปแล้วต้องมีระบบหลังบ้านและความเข้าใจทางเทคนิคระดับหนึ่ง

นิยาม Lead และ Purchase ให้ตรงกับธุรกิจที่ขายผ่านแชท

ธุรกิจที่ปิดการขายผ่าน LINE มักมี Journey ที่ต่างจากอีคอมเมิร์ซทั่วไป เพราะไม่มีตะกร้าสินค้าหรือหน้าชำระเงินอัตโนมัติ การนิยาม Lead ในบริบทนี้ควรหมายถึงคนที่ทักแชทเข้ามาจริงและเริ่มสนทนา ไม่ใช่แค่กดปุ่มไปยัง LINE เฉย ๆ เพราะบางคนอาจกดผิดหรือเปลี่ยนใจก่อนถึงจะพิมพ์ข้อความแรก

ส่วน Purchase ควรหมายถึงจุดที่ทีมขายยืนยันว่าลูกค้าชำระเงินหรือปิดดีลสำเร็จแล้วเท่านั้น ไม่ใช่แค่ขั้นที่เสนอราคาหรือรอคำตอบ เพราะถ้านิยามหลวมเกินไป ตัวเลข Purchase ที่ส่งกลับไปจะสูงเกินความเป็นจริงและทำให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ผิดทาง

ตัวระบุคลิกและ Attribution Window ของ Snapchat ทำงานยังไง

เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มโฆษณาอื่น Snapchat มีกลไกแนบตัวระบุคลิกไว้กับลิงก์ปลายทางเมื่อมีคน Swipe-up เข้ามา เพื่อให้ธุรกิจเก็บไว้และส่งกลับพร้อมอีเวนต์ปลายทางในภายหลัง ถ้าไม่มีตัวระบุนี้แนบไปด้วย ต่อให้ส่งอีเวนต์ Lead หรือ Purchase ผ่าน Conversions API สำเร็จ ระบบก็ยังจับคู่กลับไปยังแคมเปญต้นทางไม่ได้อยู่ดี

Attribution Window คือกรอบเวลาที่ Snapchat ยอมนับว่า Conversion เกี่ยวข้องกับการเห็นหรือคลิกโฆษณา ธุรกิจควรตรวจสอบเอกสารล่าสุดของ Snapchat ก่อนตั้งค่าเสมอ เพราะกรอบเวลานี้ส่งผลโดยตรงต่อว่าตัวเลข Conversion จะรวมยอดของลูกค้าที่ตั้งใจซื้ออยู่แล้วเข้าไปด้วยมากน้อยแค่ไหน

เชื่อม Snapchat เข้ากับ Journey ที่ปิดการขายใน LINE

  1. ให้หน้า Landing Page หรือ Tracking Link ที่รับคลิกจากโฆษณา Snapchat อ่านค่าตัวระบุคลิกจาก URL แล้วเก็บไว้ก่อนพาไปยัง LINE
  2. ส่งต่อค่าตัวระบุนั้นไปพร้อมกับผู้ใช้จนถึงจุดที่เริ่มแชท แล้วบันทึกไว้กับ Lead ที่เกิดขึ้น
  3. เมื่อทีมขายยืนยันว่าเป็น Lead ที่ผ่านเกณฑ์ ให้ส่งอีเวนต์ Lead กลับไปหา Snapchat ผ่าน Conversions API พร้อมตัวระบุที่เก็บไว้
  4. เมื่อปิดการขายสำเร็จ ให้ส่งอีเวนต์ Purchase แยกออกมาอีกครั้ง พร้อม Value และ Currency ที่ตรงกับยอดขายจริง
  5. ตรวจสอบว่าทั้งสองอีเวนต์ถูกจับคู่กับคลิกต้นทางเดียวกันได้ถูกต้อง ไม่ใช่กลายเป็นคนละคลิกหรือหายไปกลางทาง

จุดที่ธุรกิจส่วนใหญ่พลาดตอนเริ่มวัดผล Snapchat

  • ไม่เก็บตัวระบุคลิกไว้เลย เพราะยิงแอด Snapchat พาไป LINE โดยตรงโดยไม่ผ่านหน้าเว็บของตัวเอง
  • ใช้นิยาม Lead ที่หลวมเกินไป นับทุกคนที่กดปุ่มเป็น Lead ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มคุยจริง
  • ส่งอีเวนต์ Purchase เฉพาะยอดขายบนเว็บไซต์ แต่ไม่ส่งยอดขายที่ปิดผ่านแชท ทำให้ตัวเลขที่ Snapchat เห็นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก
  • ไม่มีคนตรวจสอบว่าอีเวนต์ที่ส่งไปแล้วยังทำงานถูกต้องหลังมีการแก้เว็บไซต์หรือเปลี่ยนระบบหลังบ้าน

ตัวอย่างสมมติ ทำไมแคมเปญที่ตัวเลขดูดีอาจไม่ใช่แคมเปญที่คุ้มที่สุด

ลองไล่ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ (เป็นตัวเลขประกอบกรอบวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริง) สมมติร้านหนึ่งรันสองแคมเปญพร้อมกัน แคมเปญ A มี Swipe-up 2,000 ครั้ง แต่แปลงเป็น Lead ที่คุยจริงเพียง 40 คน และปิดการขายได้ 5 คน ส่วนแคมเปญ B มี Swipe-up เพียง 800 ครั้ง แต่แปลงเป็น Lead 60 คน และปิดการขายได้ 12 คน

ถ้าดูแค่ Swipe-up เพียงอย่างเดียว แคมเปญ A จะดูน่าประทับใจกว่ามาก เพราะตัวเลขสูงกว่าเกือบสามเท่า แต่พอตามไปถึง Lead และ Purchase จริง แคมเปญ B กลับสร้างยอดขายได้มากกว่า เพราะกลุ่มเป้าหมายที่แคมเปญ B เจาะเข้าถึงมีความตั้งใจซื้อสูงกว่า แม้จะมีปริมาณคนเห็นน้อยกว่าก็ตาม

ถ้าธุรกิจตัดสินใจเพิ่มงบให้แคมเปญ A ต่อเพราะเห็นแค่ Swipe-up สูง ก็มีความเสี่ยงที่จะเสียงบไปกับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อจริง ในขณะที่แคมเปญ B ซึ่งควรได้รับงบเพิ่มกลับถูกมองข้าม นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจต้องตามข้อมูลให้ถึง Lead และ Purchase เสมอ ไม่ใช่หยุดอยู่แค่ตัวเลขต้นทางของ Ads Manager

เริ่มวัดผล Snapchat Conversion Tracking ให้ธุรกิจตัวเองยังไง

ธุรกิจที่ยังไม่เคยวัดผลอย่างเป็นระบบมาก่อนควรเริ่มจากจุดเล็กที่สุดก่อน คือตกลงนิยาม Lead และ Purchase ให้ชัดในทีมก่อนเริ่มตั้งค่าเทคนิคใด ๆ เพราะถ้านิยามยังไม่ชัด ต่อให้ตั้งค่าเครื่องมือถูกต้องทุกขั้นตอน ข้อมูลที่ได้ก็ยังตีความผิดพลาดอยู่ดี

หลังจากนั้นค่อยตรวจว่า Snap Pixel ติดตั้งครบบนหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง แล้วค่อยวางแผนต่อ Conversions API สำหรับอีเวนต์ Lead และ Purchase ที่เกิดขึ้นนอกเว็บไซต์ ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกันในครั้งเดียว เริ่มจากอีเวนต์ที่สำคัญที่สุดต่อธุรกิจก่อนแล้วค่อยขยาย

สรุป

Snapchat Conversion Tracking ไม่ได้ต่างจากหลักการวัดผลของแพลตฟอร์มโฆษณาอื่นมากนัก สิ่งที่ต่างคือธุรกิจจำนวนมากยังไม่ได้ลงทุนวางระบบให้ช่องทางนี้เท่ากับช่องทางหลัก ทั้งที่ Swipe-up และ Impression เพียงอย่างเดียวไม่เคยพอสำหรับตัดสินใจเรื่องงบโฆษณา

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือกลับไปตกลงนิยาม Lead และ Purchase ให้ชัดในทีมก่อน แล้วค่อยวางแผนเก็บตัวระบุคลิกและส่งอีเวนต์กลับผ่าน Snap Pixel และ Conversions API ให้ครบ Journey จากคลิกโฆษณาไปจนถึงปิดการขายจริงใน LINE

  • Swipe-up และ Impression บอกแค่ความสนใจ ไม่บอกว่าใครกลายเป็น Lead หรือ Purchase จริง
  • Snap Pixel กับ Conversions API เสริมกัน ควรใช้คู่กันเพื่อให้เห็น Journey ครบทั้งฝั่งเว็บและฝั่งหลังบ้าน
  • นิยาม Lead และ Purchase ให้ตรงกับธุรกิจที่ขายผ่านแชท ไม่ใช่ใช้นิยามหลวมที่นับทุกคนที่กดปุ่มเป็น Lead
  • เก็บตัวระบุคลิกตั้งแต่จุดแรกที่คนคลิกเข้ามา แล้วส่งต่อไปพร้อมผู้ใช้จนถึงจุดที่เกิดผลลัพธ์จริง

คำถามที่พบบ่อย

Snapchat เหมาะกับธุรกิจแบบไหนมากที่สุด

เหมาะกับธุรกิจที่กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคนอายุน้อยที่ใช้แอปนี้เป็นประจำ แต่ควรตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายจริงของธุรกิจตัวเองก่อนเทงบเข้าช่องทางนี้เป็นหลัก

ต้องมีเว็บไซต์ก่อนถึงจะวัดผล Snapchat ได้ไหม

ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เสมอไป แต่ถ้าไม่มีจุดใดให้ระบบอ่านค่าตัวระบุคลิกก่อนพาไป LINE การเก็บข้อมูล Attribution จะยากขึ้น ควรมี Tracking Link ตัวกลางที่ควบคุมได้อย่างน้อยหนึ่งจุด

Lead กับ Purchase ต้องส่งพร้อมกันไหม

ไม่จำเป็น เพราะมักเกิดคนละเวลากัน ควรส่งอีเวนต์ Lead ทันทีที่มีการทักแชทและผ่านเกณฑ์ แล้วส่งอีเวนต์ Purchase แยกอีกครั้งเมื่อปิดการขายสำเร็จจริง

ถ้าไม่ต่อ Conversions API เลย ยังวัดผลได้ไหม

ยังพอวัดได้บางส่วนจาก Snap Pixel แต่จะพลาดอีเวนต์ที่เกิดขึ้นหลังผู้ใช้ออกจากหน้าเว็บไปแล้ว เช่นการปิดการขายในแชทที่ใช้เวลาหลายวัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยในธุรกิจที่ขายผ่าน LINE

ตัวเลข Lead ใน Snapchat Ads Manager กับจำนวน Lead จริงในทีมขายต้องตรงกันไหม

ควรใกล้เคียงกันแต่ไม่จำเป็นต้องตรงเป๊ะ เพราะบางส่วนของ Lead อาจมาจากช่องทางอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโฆษณา Snapchat หรือบางรายการอาจส่งอีเวนต์ไม่สำเร็จเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ควรตรวจ Match Rate ควบคู่กันเสมอ

ธุรกิจเล็กที่เพิ่งเริ่มยิงแอด Snapchat ควรเริ่มวัดผลจากอะไรก่อน

ควรเริ่มจากการตกลงนิยาม Lead ให้ชัดในทีมก่อน แล้วติดตั้ง Snap Pixel บนหน้าเว็บพื้นฐาน ส่วน Conversions API ค่อยทำเมื่อธุรกิจเริ่มมีปริมาณ Lead มากพอที่จะเห็นความต่างชัดเจน

ควรเปรียบเทียบแคมเปญ Snapchat กันด้วยตัวเลขไหนถึงจะยุติธรรม

ควรเทียบที่ Cost per Qualified Lead และ Cost per Sale เป็นหลัก ไม่ใช่เทียบที่ Swipe-up หรือ Impression เพียงอย่างเดียว เพราะสองตัวหลังบอกได้แค่ปริมาณความสนใจ ไม่ได้บอกคุณภาพของกลุ่มเป้าหมายที่แต่ละแคมเปญเจาะเข้าถึง

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทีมขายปิดดีลได้ทุกวัน แต่เจ้าของร้านไม่รู้เลยว่าดีลไหนมาจากโฆษณา Snapchat

ทีมขายปิดดีลได้ทุกวัน แต่เจ้าของร้านไม่รู้เลยว่าดีลไหนมาจากโฆษณา Snapchat

หลายธุรกิจยิงแอด Snapchat โดยไม่รู้ว่าต้องติด Snap Pixel บนเว็บไซต์ก่อน ทำให้ไม่มีข้อมูลย้อนกลับไปบอกว่าใครมาจากโฆษณาจริง บทความนี้อธิบายว่า Snap Pixel คืออะไร และควรติด Event ไหนสำหรับแคมเปญ Conversion
แอดมินตอบแชทวันละหลายสิบเคส เจ้าของร้านจะรู้ได้ไงว่าเคสไหนสร้างยอดขาย

แอดมินตอบแชทวันละหลายสิบเคส เจ้าของร้านจะรู้ได้ไงว่าเคสไหนสร้างยอดขาย

ROAS ใน Snapchat Ads Manager คำนวณจาก Conversion Value ที่ระบบได้รับ แต่ถ้าไม่มีจุดเชื่อมระหว่างแคมเปญกับยอดขายที่แอดมินปิดได้จริงในแชท ตัวเลข ROAS ที่เห็นก็ยังเป็นแค่ภาพครึ่งเดียวของความจริง
ทำไมยอดขายหน้าร้านที่มาจากแอดไม่เคยโผล่ในรายงานโฆษณาเลย

ทำไมยอดขายหน้าร้านที่มาจากแอดไม่เคยโผล่ในรายงานโฆษณาเลย

ร้านที่มีทั้งหน้าร้านและยิงแอดออนไลน์มักเจอปัญหาเดียวกัน คือลูกค้าเห็นแอดแล้วเดินมาซื้อของที่หน้าร้านจริง แต่ระบบโฆษณากลับไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด เพราะไม่มีใครส่งข้อมูลยอดขายจาก POS กลับไปบอกมัน