← กลับไปหน้าบทความ
เทรนด์ & ข้อควรระวัง

สัดส่วนช่องทางไม่ควรเหมือนกันทั้งปี: วางแผน Omnichannel ตามฤดูกาลด้วยข้อมูลปิดยอด

02 ส.ค. 04:25 · อ่าน 1 นาที
สัดส่วนช่องทางไม่ควรเหมือนกันทั้งปี: วางแผน Omnichannel ตามฤดูกาลด้วยข้อมูลปิดยอด

สรุปสั้น ๆ

สัดส่วนช่องทางที่เหมาะสมช่วงเทศกาลใหญ่กับช่วงโลว์ซีซั่นไม่เหมือนกัน เพราะพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ธุรกิจที่ใช้สัดส่วนเดียวกันทั้งปีมักเสียโอกาสในช่วงพีคและเสียงบเปล่าในช่วงโลว์ซีซั่น การวางแผนล่วงหน้าโดยอิงข้อมูลปิดยอดปีก่อนช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ทุกปลายปี ร้าน “บ้านสวนออร์แกนิก” (ชื่อสมมติ) ที่ขายชุดของขวัญปีใหม่ จะเจอปัญหาเดิมซ้ำ ๆ คือแอดมินรับแชทไม่ทันในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนปีใหม่ ทั้งที่ตลอดสิบเดือนก่อนหน้าแอดมินคนเดียวรับมือได้สบาย ๆ เพราะสัดส่วนงบและกำลังคนที่วางไว้เหมือนกันทุกเดือนไม่ได้คำนึงถึงความต่างของฤดูกาลเลย

พฤติกรรมลูกค้าไม่ได้คงที่ตลอดปี ช่วงเทศกาลใหญ่คนมักเปิดใจลองช่องทางใหม่มากขึ้น เช่น ดูรีวิวใน TikTok มากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อของขวัญ ในขณะที่ช่วงโลว์ซีซั่นลูกค้าที่ทักมามักเป็นลูกค้าประจำที่รู้จักแบรนด์ดีอยู่แล้วและใช้ไลน์เป็นหลัก

บทความนี้จะพาวางแผนสัดส่วนช่องทางแบบยืดหยุ่นตามฤดูกาล โดยใช้ข้อมูลปิดยอดจากปีก่อนหน้าเป็นฐาน ไม่ใช่การเดาว่าปีนี้น่าจะเป็นยังไง

พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ใช่แค่ยอดขายที่เปลี่ยน

สิ่งที่ธุรกิจส่วนใหญ่มองแค่ “ยอดขายเพิ่มขึ้นช่วงเทศกาล” แต่ไม่ได้มองลึกไปกว่านั้นว่า “ที่มาของยอดขายก็เปลี่ยนไปด้วย” ช่วงเทศกาลลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยรู้จักแบรนด์มาก่อนมักเข้ามาเยอะขึ้นผ่านช่องทางที่เน้นการค้นพบ เช่น TikTok หรือ Instagram Explore ในขณะที่ลูกค้าประจำยังคงใช้ไลน์เป็นช่องทางหลักเหมือนเดิม

ถ้าธุรกิจไม่ปรับสัดส่วนงบตามความเปลี่ยนแปลงนี้ จะเกิดสองปัญหาพร้อมกัน คือพลาดโอกาสจากลูกค้าใหม่ในช่วงพีคเพราะงบยังกระจุกอยู่ที่ช่องทางเดิม และเสียงบเปล่าในช่วงโลว์ซีซั่นเพราะยังจ่ายงบระดับเดียวกับช่วงพีคให้กับช่องทางที่ไม่มีคนค้นหาอะไรใหม่อยู่แล้ว

สร้างแผนตามฤดูกาลจากข้อมูลปีก่อน

  1. ดึงข้อมูลแชทที่ปิดยอดของปีที่แล้ว แบ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ช่วงปกติ และช่วงพีคเทศกาล แล้วดูว่าแต่ละช่วงลูกค้ามาจากช่องทางไหนเป็นสัดส่วนเท่าไหร่
  2. สังเกตว่าช่วงพีค อัตราส่วนของลูกค้าใหม่เทียบกับลูกค้าเก่าเปลี่ยนไปแค่ไหน ถ้าลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นมาก ควรเพิ่มงบในช่องทางที่เน้นการค้นพบล่วงหน้าอย่างน้อยสามถึงสี่สัปดาห์ก่อนช่วงพีคจะมาถึง
  3. เตรียมกำลังคนล่วงหน้าให้สอดคล้องกับปริมาณแชทที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยอ้างอิงจากตัวเลขความเร็วในการตอบกลับของปีก่อนหน้าในช่วงเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตอบช้าเหมือนที่ผ่านมา
  4. หลังจบช่วงพีค ให้บันทึกตัวเลขจริงเทียบกับที่วางแผนไว้ เพื่อใช้ปรับแผนของปีถัดไปให้แม่นขึ้นเรื่อย ๆ แผนฤดูกาลที่ดีคือแผนที่ถูกปรับปรุงทุกปีจากข้อมูลจริง ไม่ใช่แผนที่ตายตัว

ตัวอย่างสัดส่วนงบที่ปรับตามฤดูกาลของบ้านสวนออร์แกนิก

ช่วงLINE OAFacebookTikTok
โลว์ซีซั่น (ก.พ.-ก.ย.)55%30%15%
ช่วงปกติ (ต.ค.-พ.ย.)45%30%25%
ช่วงพีค (ธ.ค.)35%25%40%

อย่าลืมวางแผนกำลังคนคู่กับงบ ไม่ใช่แค่เงิน

หลายธุรกิจวางแผนแค่เรื่องงบโฆษณาสำหรับช่วงพีค แต่ลืมวางแผนเรื่องกำลังคนที่ต้องรับแชทให้ทัน ผลคือเสียงบไปกับการดึงคนเข้ามา แต่ปิดยอดไม่ได้เพราะแอดมินตอบไม่ทัน ซึ่งเป็นการเสียเงินสองต่อ ทั้งงบแอดที่จ่ายไปแล้วและโอกาสขายที่หลุดมือ

ทางออกที่ธุรกิจขนาดเล็กทำได้คือดึงคนจากแผนกอื่นมาช่วยรับแชทชั่วคราวในช่วงพีค โดยเทรนด์ล่วงหน้าให้ตอบคำถามพื้นฐานได้ ไม่จำเป็นต้องจ้างคนใหม่ถาวรถ้าช่วงพีคมีระยะสั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์

สรุป

สัดส่วนช่องทางที่ใช้ได้ผลตลอดทั้งปีเป็นเรื่องที่หายาก เพราะพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปตามฤดูกาลจริง การวางแผนล่วงหน้าโดยอิงข้อมูลจริงจึงสำคัญกว่าการเดาตามความรู้สึกว่าปีนี้น่าจะเหมือนปีที่แล้ว

อย่าลืมว่าเงินไม่ใช่ทรัพยากรเดียวที่ต้องวางแผนตามฤดูกาล กำลังคนที่รับแชทก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะงบที่ดึงคนเข้ามาจะไร้ค่าถ้าไม่มีใครตอบไหว

  • พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนตามฤดูกาล ไม่ใช่แค่ยอดขายที่เปลี่ยน
  • ใช้ข้อมูลปิดยอดปีก่อนหน้าวางแผนสัดส่วนงบล่วงหน้าอย่างน้อยสี่ถึงหกสัปดาห์
  • วางแผนกำลังคนคู่กับงบเสมอ ไม่ใช่แค่เพิ่มงบอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจที่ไม่มีฤดูกาลชัดเจน เช่น ขายของใช้ในบ้านทั่วไป ยังต้องวางแผนแบบนี้ไหม

ยังมีประโยชน์ในระดับที่เบาลง เพราะแม้ไม่มีเทศกาลใหญ่ชัดเจน มักมีช่วงเงินเดือนออกหรือช่วงวันหยุดยาวที่พฤติกรรมลูกค้าขยับบ้าง ลองดูข้อมูลย้อนหลังเพื่อหารูปแบบที่อาจไม่ชัดเท่าธุรกิจตามเทศกาลแต่ก็ยังมีอยู่

ควรเริ่มวางแผนช่วงพีคล่วงหน้ากี่สัปดาห์

โดยทั่วไปควรเริ่มอย่างน้อยสี่ถึงหกสัปดาห์ก่อนช่วงพีค เพื่อให้มีเวลาเตรียมครีเอทีฟ ทดสอบช่องทางใหม่ และเทรนกำลังคนเพิ่ม ถ้าเริ่มกระชั้นชิดเกินไป มักไม่ทันปรับตัวรับปริมาณแชทที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ถ้าปีนี้ไม่มีข้อมูลปีก่อนหน้าให้อ้างอิง ควรทำยังไง

ให้ใช้ข้อมูลของอุตสาหกรรมใกล้เคียงหรือสังเกตพฤติกรรมเดือนที่ผ่านมาแทน แล้วเริ่มเก็บข้อมูลของตัวเองไว้ตั้งแต่ปีนี้ เพื่อให้ปีถัดไปมีฐานข้อมูลจริงของธุรกิจตัวเองให้ใช้วางแผน

หลังช่วงพีคผ่านไป ควรลดงบช่องทางที่เพิ่มไว้ทันทีไหม

ควรค่อย ๆ ลดลงมากกว่าตัดทันที เพราะลูกค้าใหม่ที่เข้ามาช่วงพีคบางส่วนยังอยู่ในช่วงตัดสินใจต่อเนื่องไปอีกสองสามสัปดาห์ การตัดงบทันทีอาจทำให้พลาดยอดขายที่ยังค้างอยู่ในไปป์ไลน์

ทำไมสัดส่วน LINE OA ถึงลดลงช่วงพีคทั้งที่เป็นช่องทางหลัก

ไม่ได้แปลว่าไลน์สำคัญน้อยลง แต่เป็นเพราะช่วงพีคต้องเพิ่มงบในช่องทางที่ทำหน้าที่ดึงลูกค้าใหม่เข้ามาก่อน แล้วค่อยส่งต่อให้ไลน์ปิดการขาย สัดส่วนที่ลดลงคือสัดส่วนของงบโฆษณา ไม่ใช่ความสำคัญของช่องทางในการปิดยอด

มีเครื่องมือช่วยเตือนล่วงหน้าเมื่อใกล้ถึงช่วงพีคไหม

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการตั้งปฏิทินวางแผนภายในทีมมากกว่าเครื่องมือเฉพาะ แต่ระบบที่เก็บข้อมูลแชทและยอดปิดอย่างเป็นระบบ เช่น linli จะช่วยให้ดึงข้อมูลปีก่อนหน้ามาเทียบและวางแผนล่วงหน้าได้ง่ายกว่าการไล่หาข้อมูลจากหลายที่

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง