← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ปุ่มใน Rich Menu กดแล้วพาไปหน้าเว็บ แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนกด

02 ส.ค. 04:22 · อ่าน 2 นาที
ปุ่มใน Rich Menu กดแล้วพาไปหน้าเว็บ แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนกด

สรุปสั้น ๆ

Rich Menu มักถูกตั้งค่าครั้งเดียวตอนเปิดร้านแล้วไม่มีใครกลับมาแก้อีก ทำให้ลิงก์ในนั้นไม่มี tracking parameter ติดไปด้วย ผลคือทุกคนที่กดจาก Rich Menu ถูกนับเป็น traffic ที่ไม่รู้ที่มา ทั้งที่จริงเป็นจุดที่คนตั้งใจกดมากที่สุดจุดหนึ่งในแชท

ทีมการตลาดของร้านเสื้อผ้าออนไลน์รายหนึ่งสังเกตว่ายอด traffic แบบ ‘direct’ หรือ ‘ไม่ทราบที่มา’ ในระบบวิเคราะห์เว็บสูงผิดปกติ เกือบ 30% ของ traffic ทั้งหมด ทั้งที่ธุรกิจนี้แทบไม่มีคนพิมพ์ URL เข้าเว็บเองโดยตรงเลย

หลังไล่ดูจึงพบว่าต้นตอมาจาก Rich Menu ในหน้าแชท LINE ที่มีปุ่ม ‘ดูสินค้าทั้งหมด’ ลิงก์ไปหน้าเว็บโดยตรงแบบไม่มี parameter อะไรติดไปเลย ทุกคนที่กดปุ่มนี้ (ซึ่งเป็นจุดที่คนกดบ่อยที่สุดในแชทตามข้อมูลการใช้งาน) ถูกนับรวมเป็น traffic ที่ไม่รู้ที่มาทั้งหมด

ทำไม Rich Menu ถึงเป็นจุดที่ Tracking หลุดบ่อย

Rich Menu มักถูกออกแบบและตั้งค่าโดยทีมกราฟิกหรือทีมที่ดูแลเนื้อหา ไม่ใช่ทีมที่ดูแล tracking โดยตรง พอโฟกัสอยู่ที่ ‘ภาพสวยไหม ปุ่มกดง่ายไหม’ เรื่อง parameter ติดตามผลจึงมักถูกมองข้ามไปตั้งแต่ต้น

อีกจุดที่ทำให้พลาดคือ Rich Menu ตั้งค่าครั้งเดียวแล้วแทบไม่มีใครกลับมาทบทวนอีก ต่างจากโฆษณาที่มีการรีวิวลิงก์ทุกครั้งที่สร้างแคมเปญใหม่ Rich Menu จึงกลายเป็นจุดบอดที่ไม่มีใครนึกถึงจนกว่าจะมีคนสังเกตความผิดปกติของตัวเลขแบบในเคสนี้

รูปแบบที่ทำให้ Tracking หลุดจาก Rich Menu

  • ลิงก์ตั้งเป็น URL ตรง ๆ ไม่มี UTM หรือ parameter อื่นใดติดไปเลย
  • ใช้ short link จากบริการภายนอกที่ตัด query string ทิ้งระหว่างการ redirect (สาเหตุเดียวกับที่ทำให้UTM หายระหว่างทาง)
  • เปลี่ยนหน้าเว็บปลายทางใหม่ แต่ลืมอัปเดตลิงก์ใน Rich Menu ให้ตรงกับหน้าที่มี tracking ติดอยู่
  • ใช้ LIFF (LINE Front-end Framework) แต่ไม่ได้ส่งต่อ context ของผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บที่เปิดขึ้นมา

ขั้นตอนแก้ไขให้ทุกปุ่มใน Rich Menu ติด Tracking

  1. ตรวจสอบลิงก์ทุกปุ่มใน Rich Menu ทั้งหมดว่าปัจจุบันมี parameter อะไรติดอยู่บ้าง เริ่มจากแค่ดูของจริง อย่าเดา ใช้วิธีเดียวกับที่ใช้ตรวจช่องว่างระหว่างคลิกกับแชท
  2. เพิ่ม UTM parameter เฉพาะให้แต่ละปุ่ม ระบุ source ว่ามาจาก rich menu และระบุตำแหน่งปุ่ม เพื่อให้แยกได้ภายหลังว่าปุ่มไหนมีคนกดเยอะสุด
  3. ถ้าจำเป็นต้องใช้ short link ให้เลือกบริการที่รองรับการส่งต่อ query string ครบถ้วน ทดสอบด้วยการกดจริงแล้วเช็คปลายทางว่า parameter ยังอยู่ครบ
  4. ถ้าใช้ LIFF ให้ตรวจสอบว่ามีการส่ง context ผู้ใช้ (เช่น user ID แบบไม่ระบุตัวตน) ไปกับ URL ที่เปิดขึ้น เพื่อให้เชื่อมโยงพฤติกรรมบนเว็บกับแชทได้
  5. ตั้งรอบทบทวน Rich Menu อย่างน้อยทุกไตรมาส ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วปล่อยไว้ เพราะหน้าเว็บปลายทางมักเปลี่ยนบ่อยกว่าที่คิด

วิธีตรวจสอบว่าแก้ถูกจุดแล้วจริง

หลังอัปเดตลิงก์แล้ว ให้ทดสอบด้วยการกดปุ่มจริงจากอุปกรณ์ทดสอบ แล้วตรวจสอบในเครื่องมือวิเคราะห์เว็บว่า session นั้นถูกระบุ source ถูกต้องหรือไม่ ไม่ใช่ขึ้นเป็น direct หรือ unknown เหมือนเดิม

ควรติดตามผลต่อเนื่องสักหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ดูว่าสัดส่วน traffic แบบ ‘ไม่ทราบที่มา’ ลดลงจริงหรือไม่ ถ้ายังสูงอยู่ อาจมีปุ่มอื่นที่ยังไม่ได้แก้ หรือมีจุด redirect อื่นที่ยังตัด parameter ทิ้งอยู่

สรุป

Rich Menu คือหน้าร้านที่คนมองข้ามเรื่อง tracking บ่อยที่สุด เพราะมันถูกมองเป็นงานออกแบบมากกว่างานวัดผล ทั้งที่ในทางปฏิบัติมันคือหนึ่งในจุดที่มีคนกดมากที่สุดในทั้งแชท

การแก้ไม่ซับซ้อน แค่ต้องมีคนนึกถึงมันในฐานะจุด tracking ไม่ใช่แค่จุดออกแบบ แล้วตั้งรอบทบทวนสม่ำเสมอแทนที่จะตั้งครั้งเดียวแล้วลืมไปเลย

  • ตรวจลิงก์ทุกปุ่มใน Rich Menu ว่ามี parameter ติดตามผลครบหรือไม่
  • หลีกเลี่ยง short link ที่ไม่ยืนยันว่าส่งต่อ query string ได้
  • ใช้ LIFF ถ้าต้องการเชื่อมโยงพฤติกรรมเว็บกับตัวตนในแชทให้แม่นยำขึ้น
  • ตั้งรอบทบทวน Rich Menu อย่างน้อยทุกไตรมาส ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วปล่อยผ่าน

คำถามที่พบบ่อย

Rich Menu สำคัญกับ tracking ขนาดนั้นเลยเหรอ

สำคัญมากเพราะเป็นจุดแรก ๆ ที่คนเห็นเมื่อเปิดแชท และมักมีอัตราการกดสูงกว่าลิงก์อื่นในบทสนทนาด้วยซ้ำ ถ้าจุดนี้ไม่มี tracking ก็เท่ากับเสียข้อมูลพฤติกรรมของคนกลุ่มใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งไปฟรี ๆ

ใช้ short link กับ Rich Menu ได้ไหม หรือควรใช้ URL เต็มเสมอ

ใช้ short link ได้ถ้าจำเป็นเรื่องความยาวหรือความสวยงาม แต่ต้องเลือกบริการที่ยืนยันแล้วว่าส่งต่อ query string ได้ครบ ไม่ใช่ทุกบริการ short link จะรองรับเรื่องนี้เท่ากัน ควรทดสอบก่อนใช้งานจริงเสมอ

ถ้าเปลี่ยนลิงก์ใน Rich Menu บ่อย มีผลเสียอะไรไหม

การเปลี่ยนลิงก์เองไม่มีผลเสียโดยตรง แต่ควรทำตามรอบที่วางแผนไว้ และทดสอบทุกครั้งหลังเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนบ่อยโดยไม่ทดสอบเพิ่มความเสี่ยงที่จะลืมใส่ parameter หรือแก้ผิดจุด

LIFF กับ Rich Menu ทำงานร่วมกันยังไงในเรื่อง tracking

LIFF ช่วยให้หน้าเว็บที่เปิดจากในแชทรับรู้ context ของผู้ใช้ได้ เช่นรู้ว่าใครเป็นคนกด โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้ล็อกอินซ้ำ ถ้าตั้งค่าถูกต้องจะช่วยเชื่อมโยงพฤติกรรมบนเว็บกับตัวตนในแชทได้แม่นยำกว่าการใช้ลิงก์ธรรมดา

มีวิธีเช็คแบบเร็ว ๆ ไหมว่า Rich Menu ตอนนี้มีปัญหาหรือเปล่า โดยไม่ต้องรอดูรายงานรายเดือน

กดปุ่มทุกปุ่มใน Rich Menu จากอุปกรณ์ของตัวเองแล้วดู URL ปลายทางที่เปิดขึ้นมาว่ามี parameter ติดครบไหม เป็นวิธีที่เร็วที่สุดและทำได้เองภายในไม่กี่นาที ไม่ต้องรอข้อมูลสะสม

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง