← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ทำไม Rich Menu เดียวกันถึงไม่เหมาะกับลูกค้าทุกคน: เปลี่ยน Rich Menu อัตโนมัติตามที่มาของโฆษณา

02 ส.ค. 04:12 · อ่าน 1 นาที
ทำไม Rich Menu เดียวกันถึงไม่เหมาะกับลูกค้าทุกคน: เปลี่ยน Rich Menu อัตโนมัติตามที่มาของโฆษณา

สรุปสั้น ๆ

Rich Menu แบบเดียวสำหรับทุกคนคือการเดาว่าทุกคนต้องการอย่างเดียวกัน ทั้งที่คนมาจากคนละแหล่งมักมีความต้องการต่างกันชัดเจน การสลับ Rich Menu อัตโนมัติตามแหล่งที่มาผ่าน Messaging API ช่วยให้ทุกคนเห็นเมนูที่ตรงกับสิ่งที่เขากำลังมองหาตั้งแต่วินาทีแรก

ร้านขายอุปกรณ์ฟิตเนสแห่งหนึ่งยิงแอด 3 ชุดพร้อมกัน ชุดแรกโปรโมทลู่วิ่งไฟฟ้า ชุดสองโปรโมทดัมเบลปรับน้ำหนัก ชุดสามเป็นแอด retargeting คนที่เคยดูเว็บแต่ยังไม่ซื้อ ทั้งสามชุดพาลูกค้ามาเพิ่มเพื่อน LINE OA เดียวกัน และทุกคนเจอ Rich Menu หน้าตาเดียวกันเป๊ะ คือเมนู 'สินค้าทั้งหมด, โปรโมชั่น, ติดต่อแอดมิน'

ปัญหาคือคนที่เพิ่งดูแอดลู่วิ่งมา อยากกดดูรายละเอียดลู่วิ่งทันที แต่ต้องมานั่งไล่หาในเมนู 'สินค้าทั้งหมด' ซึ่งมีสินค้าเป็นร้อยรายการ กว่าจะเจอก็เสียความอยากไปแล้ว ทั้งที่จริง ๆ ระบบรู้อยู่แล้วว่าเขามาจากแอดตัวไหน แค่ไม่เคยเอาข้อมูลนี้มาใช้ประโยชน์

บทความนี้จะอธิบายวิธีทำให้ Rich Menu ที่ลูกค้าเห็น เปลี่ยนไปตามแหล่งที่มาของเขาโดยอัตโนมัติ ผ่านการเรียกใช้ Messaging API ของ LINE

ปัญหาของ Rich Menu แบบตายตัว

โดยค่าเริ่มต้น LINE OA จะให้ Rich Menu หนึ่งชุดแสดงกับผู้ใช้ทุกคนเหมือนกันหมด ไม่ว่าเขาจะเพิ่มเพื่อนมาจากช่องทางไหน วิธีนี้ง่ายต่อการตั้งค่าแต่มีข้อเสียชัดเจนคือมันไม่สนใจบริบทของผู้ใช้เลย ธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลายหรือมีหลายแคมเปญพร้อมกัน จะเสียโอกาสในการพาลูกค้าไปยังสิ่งที่เขาสนใจโดยตรง

LINE Messaging API เปิดให้สลับ Rich Menu รายบุคคลได้ผ่านฟังก์ชัน linkRichMenuIdToUser ซึ่งหมายความว่าธุรกิจสามารถกำหนดได้ว่า 'คนคนนี้' ควรเห็น Rich Menu หน้าตาแบบไหน แยกจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง แม้จะอยู่ใน LINE OA บัญชีเดียวกัน

กลไกการทำงานเบื้องหลัง

  1. เตรียม Rich Menu หลายชุดล่วงหน้าใน LINE Official Account Manager หรือผ่าน API แต่ละชุดออกแบบให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เช่นชุด 'ลู่วิ่ง' ชุด 'ดัมเบล' ชุด 'ลูกค้าเก่า'
  2. เมื่อลูกค้าเพิ่มเพื่อนผ่านลิงก์ที่แนบรหัสแหล่งที่มา (เช่นเดียวกับหลักการติดแท็ก source ที่ใช้ในระบบ multi-domain) ระบบหลังบ้านจะได้รับ event 'follow' พร้อมรหัสนี้
  3. ระบบหลังบ้านตัดสินใจว่ารหัสแหล่งที่มานี้ควรจับคู่กับ Rich Menu ชุดไหน แล้วเรียก Messaging API เพื่อสั่งผูก Rich Menu นั้นเข้ากับ LINE UID ของผู้ใช้คนนี้โดยเฉพาะ
  4. ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีหลังผู้ใช้กดเพิ่มเพื่อน ทำให้เขาเห็น Rich Menu ที่ตรงกับสิ่งที่สนใจตั้งแต่แชทแรกที่เปิดขึ้นมา

ข้อควรระวังในการออกแบบ

  • อย่าสร้าง Rich Menu แยกมากเกินไปจนดูแลไม่ไหว — เริ่มจากกลุ่มหลัก 3-5 กลุ่มที่ต่างกันชัดเจนพอ แล้วค่อยขยายทีหลังถ้าเห็นความจำเป็นจริง
  • ต้องมีแผนสำรองเมื่อไม่รู้แหล่งที่มา — บางคนอาจเพิ่มเพื่อนผ่านการค้นหาชื่อ LINE OA เองโดยตรง ไม่มีรหัสแหล่งที่มาติดมา ควรมี Rich Menu เริ่มต้นสำหรับกรณีนี้ไว้เสมอ
  • อย่าลืมอัปเดต Rich Menu เมื่อแคมเปญเปลี่ยน — ถ้าโปรโมชั่นลู่วิ่งจบไปแล้วแต่ Rich Menu ยังพาไปหน้าโปรเก่า จะสร้างความสับสนมากกว่าไม่มี Rich Menu เฉพาะทางเลย

วัดผลว่ามันได้ผลจริงยังไง

การวัดผลที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือเทียบอัตราการกดใช้ Rich Menu (tap rate) ระหว่างช่วงก่อนและหลังทำ dynamic rich menu รวมถึงเทียบอัตราการบล็อกหรือเลิกติดตามว่าลดลงหรือไม่ เพราะเมนูที่ตรงความสนใจมักทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าธุรกิจ 'เข้าใจเขา' มากกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ลดอัตราการบล็อกได้ทางอ้อม

ควรระวังอย่าตีความว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดมาจาก Rich Menu อย่างเดียว เพราะมีตัวแปรอื่นร่วมด้วยเสมอ ให้มองมันเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น มากกว่าเป็นสูตรลับที่รับประกันยอดขาย

สรุป

Rich Menu มักถูกมองเป็นแค่เมนูตกแต่งหน้าจอ ทั้งที่จริง ๆ มันคือจุดแรกที่กำหนดว่าลูกค้าจะรู้สึกว่าธุรกิจเข้าใจเขาหรือไม่ ตั้งแต่วินาทีที่เปิดแชทมา

การลงทุนทำ dynamic rich menu ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนตั้งแต่วันแรก เริ่มจากแคมเปญหลักที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อเห็นว่ามันช่วยลดความสับสนของลูกค้าได้จริง

  • Rich Menu แบบเดียวสำหรับทุกคนคือการเดาความต้องการที่อาจไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจจริง
  • Messaging API รองรับการผูก Rich Menu รายบุคคลได้ทันทีหลังเพิ่มเพื่อน
  • ควรเริ่มจากไม่กี่ชุดตามแคมเปญหลัก แล้วมี Rich Menu เริ่มต้นสำรองไว้เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องใช้ LINE OA แผนพรีเมียมไหมถึงจะทำ Rich Menu แบบไดนามิกได้

ฟังก์ชัน linkRichMenuIdToUser เป็นส่วนหนึ่งของ Messaging API ที่ใช้ได้ในแผนมาตรฐานอยู่แล้ว ไม่ต้องอัปเกรดแผนพิเศษ แต่ต้องมีระบบหลังบ้านที่เรียก API นี้ได้

ถ้าลูกค้าเปลี่ยนความสนใจภายหลัง เมนูจะเปลี่ยนตามไหม

ไม่เปลี่ยนอัตโนมัติ เว้นแต่จะมีการเขียนระบบให้ตรวจจับพฤติกรรมใหม่แล้วสั่งผูก Rich Menu ใหม่ ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะกำหนดตอนแรกครั้งเดียวตามแหล่งที่มา แล้วให้แอดมินปรับเปลี่ยนเองถ้าจำเป็น

ทำกี่ชุด Rich Menu ถึงจะพอดี ไม่มากไม่น้อยไป

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ควรเริ่มจากจำนวนแคมเปญหลักที่ธุรกิจรันอยู่จริง ๆ ในช่วงเวลานั้น เช่นถ้ามี 3 แคมเปญใหญ่ ก็เริ่มจาก 3-4 ชุดรวมชุดเริ่มต้นก็เพียงพอ

การสลับ Rich Menu กระทบความเร็วในการเปิดแชทของลูกค้าไหม

ไม่กระทบ เพราะการผูก Rich Menu เกิดขึ้นที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ก่อนที่ลูกค้าจะเปิดหน้าแชทจริง ไม่ได้ทำให้แอปของลูกค้าโหลดช้าลงแต่อย่างใด

จำเป็นต้องทำควบคู่กับการติดแท็กแหล่งที่มาแบบ multi-domain ไหม

ควรทำควบคู่กัน เพราะการติดแท็กแหล่งที่มาคือข้อมูลตั้งต้นที่ระบบใช้ตัดสินใจว่าจะผูก Rich Menu ชุดไหนให้ผู้ใช้แต่ละคน ถ้าไม่มีแท็กนี้ ระบบก็ไม่รู้ว่าควรเลือกเมนูแบบไหนให้ใคร

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง