← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

Rich Menu 6 ช่องที่ไม่มีใครแตะ: ทำไมเมนูสวยแต่ยอดคลิกไม่ขยับ

02 ส.ค. 04:21 · อ่าน 1 นาที
Rich Menu 6 ช่องที่ไม่มีใครแตะ: ทำไมเมนูสวยแต่ยอดคลิกไม่ขยับ

สรุปสั้น ๆ

Rich Menu ที่มีหกช่องสวย ๆ ไม่ได้แปลว่าลูกค้าจะรู้ว่าต้องกดช่องไหน ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่ดีไซน์ไม่สวย แต่คือช่องส่วนใหญ่ตั้งชื่อจากมุมมองร้าน ไม่ใช่จากคำถามที่ลูกค้าอยากได้คำตอบทันทีที่เพิ่งกดแอดเพื่อน

ร้านเครื่องสำอางรายหนึ่งที่ผมเข้าไปช่วยดูข้อมูล มีผู้ติดตามใน LINE OA อยู่ 12,400 คน ทำ Rich Menu ไว้ครบ 6 ช่อง แบ่งเป็นโปรโมชั่น แคตตาล็อกสินค้า รีวิวลูกค้า คุยกับแอดมิน ที่ตั้งสาขา และคำถามที่พบบ่อย ดูครบถ้วนตามตำราทุกอย่าง แต่พอดึงสถิติเดือนล่าสุดออกมาดู ยอดกดรวมทั้งเมนูมีแค่ 380 ครั้ง และ 290 ครั้งในนั้นกระจุกอยู่ที่ช่อง ‘คุยกับแอดมิน’ ช่องเดียว ส่วนอีก 5 ช่องที่เหลือรวมกันได้ไม่ถึงร้อย

หลายคนพอเห็นตัวเลขแบบนี้จะสรุปว่า ‘Rich Menu ไม่ค่อยมีผล เน้นแชทดีกว่า’ ซึ่งผมมองว่าด่วนสรุปเกินไป เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Rich Menu ไม่มีประโยชน์ แต่อยู่ที่ 5 ใน 6 ช่องนั้นถูกออกแบบมาให้คนดูงงว่าจะได้อะไรถ้ากด

บทความนี้ผมจะพาไล่ดูว่าทำไมช่องส่วนใหญ่ถึงถูกมองข้าม โซนไหนของเมนูที่คนมีแนวโน้มแตะมากกว่า และจะรีดีไซน์ยังไงให้ทุกช่องมีงานทำจริง ไม่ใช่แค่ใส่ไว้ให้ครบตามฟอร์แมต

อาการ ‘ปุ่มเดียวแบกทั้งเมนู’

ลองสังเกตดูว่าทำไมช่อง ‘คุยกับแอดมิน’ ถึงถูกกดเยอะกว่าช่องอื่นเกือบสิบเท่า คำตอบง่าย ๆ คือมันเป็นช่องเดียวที่คนอ่านแล้วรู้ทันทีว่ากดแล้วจะได้อะไร — ได้คุยกับคน ได้คำตอบ ส่วนช่องอื่นอย่าง ‘โปรโมชั่น’ หรือ ‘คำถามที่พบบ่อย’ ฟังดูเป็นคำนามลอย ๆ ที่ต้องกดเข้าไปก่อนถึงจะรู้ว่าข้างในมีอะไร

คนที่เพิ่งกดแอดเพื่อนใหม่ ๆ ส่วนใหญ่มาจากโฆษณาที่มีเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วในหัว เขาไม่ได้เข้ามาเดินเล่นสำรวจเมนู เขาแค่อยากรู้คำตอบของคำถามที่ค้างอยู่ตอนกดแอด เช่น ราคา วิธีสั่ง หรือของมีจริงไหม ถ้าเมนูของคุณไม่ได้ตอบคำถามพวกนี้ตรง ๆ เขาจะเลือกทางที่ชัวร์ที่สุดคือพิมพ์ถามเองในแชท

ทำไมไอคอนสวย ๆ ถึงไม่มีคนแตะ

  • ตั้งชื่อช่องเป็นคำนามกว้าง ๆ เช่น ‘บริการ’ ‘เมนู’ ‘ข้อมูล’ — คนอ่านแล้วไม่รู้ว่ากดแล้วจะได้ประโยชน์อะไร
  • แบ่งเมนูตามโครงสร้างแผนกภายในร้าน (ฝ่ายขาย/ฝ่ายบริการ/ฝ่ายสาขา) แทนที่จะแบ่งตามคำถามที่ลูกค้าถามจริงบ่อยที่สุด
  • ไอคอนสวยแต่ไม่มีคำอธิบายกำกับ ทำให้ต้องตีความเอง ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่อยากเสียเวลาคิด
  • ใส่ทุกอย่างที่ร้านอยากโชว์ลงไปให้ครบ 6 ช่อง ทั้งที่บางช่องอาจไม่มีใครสนใจเลยตั้งแต่แรก
  • ไม่เคยดูสถิติการกดหลังทำเมนูเสร็จ เลยไม่รู้ว่าช่องไหนตายสนิทมาเป็นปีแล้ว

โซนไหนของเมนูที่คนมีแนวโน้มแตะมากกว่า

อันนี้ไม่ใช่งานวิจัยที่มีตัวเลขทางการนะครับ เป็นแค่กรอบสังเกตจากการดูสถิติ Rich Menu หลายร้านที่มีลักษณะพฤติกรรมคล้ายกัน คือคนถนัดขวาส่วนใหญ่ใช้นิ้วโป้งกดขณะถือมือถือมือเดียว โซนที่นิ้วเอื้อมถึงง่ายจึงมักถูกแตะมากกว่าโซนที่ต้องขยับมือ

ตำแหน่งบนเมนูแนวโน้มการกด (ตัวอย่างสังเกต)เหมาะกับเนื้อหาแบบไหน
บนซ้ายต่ำ — ไกลจากนิ้วโป้งมือขวาข้อมูลรองที่ไม่เร่งด่วน เช่น เกี่ยวกับร้าน
บนกลาง/บนขวาปานกลางแคตตาล็อกสินค้า รีวิว
ล่างซ้ายปานกลาง-สูงคำถามที่พบบ่อย โปรโมชั่น
ล่างกลาง/ล่างขวาสูงสุดคุยกับแอดมิน สั่งซื้อ/เช็คราคา

ขั้นตอนรีดีไซน์ให้ทุกช่องมีงานทำจริง

  1. ดึงสถิติ 30 วันย้อนหลังดูว่าช่องไหนถูกกดจริง ช่องไหนแทบเป็นศูนย์ — อย่าตัดสินใจจากความรู้สึกว่า ‘น่าจะมีคนใช้’
  2. ลดจำนวนช่องลงเหลือ 3-4 ช่องที่ตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดจริง ๆ วิธีเช็คง่าย ๆ คือไล่ดูแชทย้อนหลังว่าคนถามอะไรซ้ำ ๆ ซึ่งมักตรงกับคำที่เขาค้นหามาก่อนจะทัก
  3. ตั้งชื่อช่องใหม่เป็นประโยคที่บอกประโยชน์ เช่น เปลี่ยนจาก ‘บริการ’ เป็น ‘เช็คราคา/สั่งเลย’ เปลี่ยนจาก ‘ข้อมูล’ เป็น ‘ถามที่ค้างใจ’
  4. วางช่องที่สำคัญที่สุด เช่น เช็คราคาหรือคุยกับแอดมิน ไว้ในโซนล่างกลางหรือล่างขวาที่นิ้วเอื้อมถึงง่าย
  5. ทดลองใช้เมนูใหม่อย่างน้อย 2 สัปดาห์แล้วกลับมาเทียบสถิติการกดกับเมนูเก่า ก่อนจะฟันธงว่าดีขึ้นจริงไหม

รีดีไซน์แล้วยังพลาดได้อีก ถ้าไม่ระวังจุดพวกนี้

  • เปลี่ยนเมนูบ่อยเกินไปจนลูกค้าประจำที่คุ้นตำแหน่งเดิมงงและกดผิดช่อง
  • ลิงก์ปลายทางของปุ่มพาไปหน้าเว็บที่โหลดช้าหรือปิดตัวไปแล้ว ทำให้เสียความน่าเชื่อถือทันที
  • ทำเมนูใหม่แล้วไม่เคยผูกกับการวัดผลว่าคนที่กดแต่ละช่อง สุดท้ายคุยต่อจนปิดการขายจริงกี่คน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับแค่นับยอดคลิก
  • ทดสอบสองเวอร์ชันไปพร้อมกันโดยไม่มีระบบเทียบผลอย่างเป็นระบบ ทำให้สรุปผิดว่าเวอร์ชันไหนดีกว่าจากความรู้สึกล้วน ๆ

สรุป

Rich Menu ไม่ใช่ของตกแต่งที่ใส่ให้ครบตามฟอร์แมต มันคือป้ายบอกทางที่ต้องออกแบบจากคำถามในหัวลูกค้า ไม่ใช่จากโครงสร้างแผนกภายในร้าน

ถ้าตอนนี้เมนูของคุณมีช่องที่ยอดกดเป็นศูนย์มาหลายเดือน อย่าปล่อยไว้เฉย ๆ ลองตัดออกแล้วแทนที่ด้วยคำถามที่คนถามซ้ำ ๆ ในแชทจริง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ถูกทางที่สุด

  • ช่องที่ตั้งชื่อกำกวมมักถูกมองข้าม ต่อให้ไอคอนสวยแค่ไหน
  • โซนล่างกลาง-ล่างขวามักเอื้อมถึงง่ายกว่าบนซ้าย ใช้กับปุ่มสำคัญ
  • รีดีไซน์แล้วต้องวัดผลถึงการคุยต่อและปิดการขาย ไม่ใช่แค่จำนวนคลิก

คำถามที่พบบ่อย

Rich Menu ควรมีกี่ช่องถึงจะพอดี ไม่มากไม่น้อยไป

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ร้านส่วนใหญ่ที่ผมเห็นทำงานได้ดีมักอยู่ที่ 3-4 ช่องที่ตอบคำถามหลักจริง ๆ มากกว่า 6 ช่องเต็มตารางที่ครึ่งหนึ่งไม่มีใครแตะเลย

ถ้าไม่มีทีมกราฟิก ทำ Rich Menu เองได้ไหม

ได้ ตัวดีไซน์ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้คนกด สิ่งที่สำคัญกว่าคือชื่อช่องต้องสื่อประโยชน์ชัด ใช้เครื่องมือฟรีทำภาพเรียบ ๆ แต่ข้อความตรงจุด ก็ทำงานได้ดีกว่าเมนูสวยที่ตั้งชื่อกำกวม

ควรเปลี่ยน Rich Menu บ่อยแค่ไหน ไม่ให้ลูกค้าเก่างง

ถ้าเปลี่ยนแค่แคมเปญโปรโมชั่นในบางช่อง ทำได้บ่อยตามรอบโปร แต่ถ้าจะสลับโครงสร้างทั้งเมนูใหม่หมด ควรเว้นระยะอย่างน้อยเป็นเดือน และคอยดูสถิติเทียบก่อน-หลังเสมอ

ปุ่ม ‘คุยกับแอดมิน’ ควรอยู่ตรงไหนของเมนู

ถ้าดูจากพฤติกรรมการใช้นิ้วโป้งบนมือถือ โซนล่างกลางหรือล่างขวามักเอื้อมถึงง่ายที่สุด เหมาะกับปุ่มที่อยากให้คนกดมากที่สุดอย่างการคุยกับแอดมินหรือเช็คราคา

วัดผลว่า Rich Menu ที่ปรับใหม่ดีขึ้นจริงได้ยังไง

อย่าดูแค่จำนวนคลิกอย่างเดียว ให้ดูว่าคนที่กดแต่ละช่องคุยต่อจนปิดการขายกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีระบบอย่าง linli ที่ผูกที่มาของการคลิกกับผลการคุยในแชทได้ จะช่วยให้เห็นภาพชัดกว่าการเดา

ทำ Rich Menu แยกตามแคมเปญโฆษณาแต่ละตัวได้ไหม

ได้ และแนะนำด้วยซ้ำถ้าทำได้ เพราะคนที่มาจากแอดขายเซตหนึ่งกับคนที่มาจากแอดขายอีกเซตหนึ่งอยากเห็นเมนูคนละแบบ การทำเมนูเดียวใช้กับทุกแคมเปญมักทำให้บางกลุ่มรู้สึกว่าไม่ตรงกับสิ่งที่เขาสนใจ

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง