ร้านอาหารยิงแอดเรียกคนจอง LINE: วัดยังไงไม่ให้จ่ายค่าแอดฟรีให้คนที่จองแล้วไม่มา
สรุปสั้น ๆ
ร้านอาหารที่ยิงแอดให้คนจองผ่าน LINE เจอศัตรูตัวจริงคือ 'จองแล้วไม่มา' ที่ทำให้จ่ายค่าแอดแล้วเสียโต๊ะเปล่า บทความนี้ชี้จุดวัดตั้งแต่แอดถึงคนนั่งโต๊ะ และวิธีลดยอดโนโชว์ให้เหลือน้อยที่สุด
ร้านอาหารกึ่งไฟน์ไดนิ่งย่านเอกมัยเปิดแอดชวนคนจองโต๊ะวันศุกร์เสาร์ มีคนทักมาจองเต็มทุกรอบ เจ้าของดีใจว่าแอดได้ผล แต่พอถึงวันจริงกลับมีโต๊ะว่างเพราะคนจองแล้วไม่โผล่ราวหนึ่งในสี่ โต๊ะที่กันไว้ให้คนที่ไม่มา คือโต๊ะที่ปฏิเสธลูกค้าวอล์กอินไปแล้ว เท่ากับเสียสองต่อ
นี่คือความเจ็บเฉพาะตัวของร้านอาหาร คือ 'ที่นั่ง' เป็นสินค้าที่เน่าเสียตามเวลา โต๊ะวันศุกร์สองทุ่มที่ขายไม่ได้ ขายย้อนหลังไม่ได้อีกแล้ว การจองแล้วไม่มาจึงไม่ใช่แค่เสียลูกค้าหนึ่งคน แต่คือเสียโอกาสขายโต๊ะนั้นทั้งรอบ บวกกับค่าแอดที่จ่ายไปเรียกคนจองรายนั้นมา
วัดถึง 'คนนั่งโต๊ะจริง' ไม่ใช่แค่ยอดจอง
ร้านอาหารส่วนใหญ่วัดจบแค่ยอดจอง แล้วคิดว่าแอดสำเร็จ แต่ยอดจองกับยอดคนมานั่งจริงต่างกันมาก ถ้าวัดแค่ยอดจอง คุณจะเข้าใจผิดว่าแอดคุ้ม ทั้งที่จริงจ่ายค่าแอดให้คนที่ไม่มาปนอยู่เยอะ ตัวเลขที่ควรดูคือต้นทุนแอดต่อ 'หัวที่มานั่งจริง' และยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อโต๊ะ
เมื่อวัดถึงคนนั่งจริง คุณจะเห็นว่าแอดบางตัวเรียกคนจองเยอะแต่โนโชว์สูง ส่วนแอดที่เจาะกลุ่มคนแถวนั้นหรือลูกค้าเก่ากลับมีอัตรามาจริงสูงกว่า การยิงหาลูกค้าที่เคยมาแล้วมักให้คนที่มาตามนัดมากกว่าคนที่เพิ่งรู้จักร้านครั้งแรก
ลดยอดโนโชว์ด้วยการยืนยันที่ทำง่าย
- ขอยืนยันก่อนวันจริง — ส่งข้อความก่อนหนึ่งวันให้กดยืนยันหรือแจ้งยกเลิก คนที่ตั้งใจมาจะกดยืนยัน ส่วนคนที่เปลี่ยนใจก็บอก ทำให้คุณปล่อยโต๊ะให้คนอื่นทัน
- มัดจำสำหรับรอบพีค — วันศุกร์เสาร์หรือกลุ่มใหญ่ ขอมัดจำเล็กน้อยที่หักจากบิลได้ ช่วยกรองคนที่ไม่จริงจังออก
- ทำให้ยกเลิกง่าย — ฟังดูย้อนแย้ง แต่ยิ่งยกเลิกง่ายคนยิ่งกล้าแจ้ง ดีกว่าเงียบแล้วไม่มา เพราะอย่างน้อยคุณได้โต๊ะคืนมาขาย
อย่าวัดแค่จำนวนหัว ให้วัดมูลค่าต่อโต๊ะ
ร้านอาหารมีมิติที่หลายคนลืม คือลูกค้าแต่ละโต๊ะใช้จ่ายไม่เท่ากัน โต๊ะที่มาสองคนสั่งจานเดียวกับโต๊ะฉลองวันเกิดหกคนสั่งเต็มโต๊ะ คือมูลค่าคนละระดับ ถ้าวัดแค่จำนวนหัวที่แอดพามา คุณอาจพลาดว่าจริง ๆ แอดตัวไหนพากลุ่มที่ใช้จ่ายสูงเข้ามา
ลองดูยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อโต๊ะที่มาจากแต่ละแอด แล้วคุณอาจพบว่าแอดที่ยอดจองน้อยกว่าแต่พากลุ่มฉลองหรือกลุ่มบริษัทเข้ามา ทำเงินให้ร้านมากกว่าแอดที่เรียกคนมาเยอะแต่สั่งน้อย นี่คือมุมที่เปลี่ยนวิธีจัดงบแอดของร้านไปเลย และถ้าอยากรู้ว่ายอดขายจริงมาจากแอดตัวไหน การแยกที่มาให้ออกจากทราฟฟิกรวมคือก้าวแรกที่ต้องทำ
สรุป
สำหรับร้านอาหาร ศัตรูของค่าแอดไม่ใช่ราคาต่อคลิกที่แพง แต่คือโต๊ะว่างจากคนที่จองแล้วไม่มา เพราะที่นั่งคือสินค้าที่ขายย้อนหลังไม่ได้ เมื่อคุณวัดถึงคนนั่งจริงและมูลค่าต่อโต๊ะ แล้วเสริมด้วยระบบยืนยันที่ทำง่าย ค่าแอดทุกบาทจะแปลงเป็นคนที่มานั่งจริง ไม่ใช่โต๊ะเปล่ากับความหวัง
- วัดต้นทุนแอดต่อหัวที่มานั่งจริง ไม่ใช่แค่ยอดจอง
- ลดโนโชว์ด้วยการยืนยันก่อนวันจริงและมัดจำในรอบพีค
- ดูมูลค่าต่อโต๊ะ เพื่อรู้ว่าแอดไหนพากลุ่มใช้จ่ายสูงเข้ามา
คำถามที่พบบ่อย
ร้านอาหารควรวัดยอดจองหรือยอดคนมาจริง
ต้องวัดยอดคนมานั่งจริง เพราะยอดจองกับคนมาจริงต่างกันมากจากปัญหาโนโชว์ ถ้าวัดแค่ยอดจองจะเข้าใจผิดว่าแอดคุ้ม ทั้งที่จ่ายค่าแอดให้คนที่ไม่มาปนอยู่ ตัวเลขจริงคือต้นทุนแอดต่อหัวที่มานั่งจริง
จองแล้วไม่มาเยอะ ควรเริ่มแก้จากอะไร
เริ่มจากระบบยืนยันก่อนวันจริง ส่งข้อความให้กดยืนยันหรือแจ้งยกเลิก คนตั้งใจมาจะยืนยัน คนเปลี่ยนใจก็บอก ทำให้ปล่อยโต๊ะให้คนอื่นทัน สำหรับรอบพีคอาจขอมัดจำเล็กน้อยที่หักจากบิลได้เพื่อกรองคนไม่จริงจัง
การขอมัดจำจะทำให้คนไม่กล้าจองไหม
ถ้าใช้เฉพาะรอบพีคหรือกลุ่มใหญ่และให้หักจากบิลได้ ส่วนใหญ่ลูกค้าเข้าใจ เพราะเป็นธรรมเนียมของร้านที่มีคนต่อคิว การมีมัดจำช่วยกรองคนที่ไม่จริงจังออก ทำให้โต๊ะที่กันไว้ได้ลูกค้าจริง ไม่เสียเปล่า
ทำไมควรทำให้การยกเลิกจองง่าย
เพราะยิ่งยกเลิกง่าย คนยิ่งกล้าแจ้งล่วงหน้า ดีกว่าเงียบแล้วไม่มา อย่างน้อยคุณได้โต๊ะคืนมาขายทัน การบังคับหรือทำให้ยกเลิกยากมีแต่ทำให้คนเลือกเงียบแล้วเบี้ยว ซึ่งเสียหายกว่า
ควรวัดมูลค่าต่อโต๊ะด้วยไหม
ควร เพราะแต่ละโต๊ะใช้จ่ายไม่เท่ากัน แอดที่พากลุ่มฉลองหรือกลุ่มบริษัทเข้ามาอาจทำเงินมากกว่าแอดที่เรียกคนเยอะแต่สั่งน้อย การดูยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อโต๊ะจากแต่ละแอดช่วยให้จัดงบไปที่กลุ่มที่ทำกำไรจริง
แอดหาลูกค้าเก่ากับลูกค้าใหม่ ตัวไหนคุ้มกว่าสำหรับร้านอาหาร
ลูกค้าเก่ามักมีอัตรามาตามจองสูงกว่าและคุ้นเคยกับร้านแล้ว จึงมักคุ้มค่าแอดมากกว่าในแง่คนมาจริง แต่ก็ยังต้องหาลูกค้าใหม่เพื่อขยายฐาน การวัดอัตรามาจริงแยกตามกลุ่มจะบอกสัดส่วนงบที่เหมาะสม
บทความที่เกี่ยวข้อง


