← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

ยิงแอดแบบข้อความ vs แบบคอนเวอร์ชัน แบบไหนปิดการขายใน LINE ดีกว่า?

02 ส.ค. 04:09 · อ่าน 1 นาที
ยิงแอดแบบข้อความ vs แบบคอนเวอร์ชัน แบบไหนปิดการขายใน LINE ดีกว่า?

สรุปสั้น ๆ

วัตถุประสงค์แบบข้อความสั่งให้ระบบหาคนที่ ‘ชอบทัก’ ส่วนแบบคอนเวอร์ชันสั่งให้หาคนที่ ‘เคยทำเหตุการณ์ที่เรานิยามว่าสำเร็จ’ ถ้ายังไม่มีข้อมูลยอดปิดส่งกลับ แบบข้อความคือจุดเริ่มที่เหมาะ แต่ทางยาวของธุรกิจแชทคือการส่งยอดปิดจริงกลับไปให้แบบคอนเวอร์ชันเรียนรู้ เพราะคนชอบทักกับคนชอบซื้อเป็นคนละกลุ่มกัน

คำถามนี้ผมโดนถามบ่อยระดับท็อปสาม และคนถามมักคาดหวังคำตอบแบบฟันธงว่าใช้ตัวไหนแล้วรวย แต่คำตอบที่จริงใจกว่าคือ: สองวัตถุประสงค์นี้คือพนักงานคนละตำแหน่ง ถามว่าใครดีกว่าโดยไม่บอกว่างานคืออะไร ตอบไม่ได้

วัตถุประสงค์โฆษณา (Objective) คือคำสั่งที่เราให้อัลกอริทึม มันจะไปหาคนที่มีแนวโน้มทำสิ่งนั้นมากที่สุดในงบที่มี สั่งว่า ‘เอาคนทักมา’ มันก็ไปหาคนที่มีประวัติชอบกดทักร้านค้า สั่งว่า ‘เอาคนทำ Conversion มา’ มันก็ไปหาคนคล้ายกับคนที่เคยทำเหตุการณ์นั้นสำเร็จ — ความต่างทั้งหมดของผลลัพธ์งอกมาจากความต่างของคำสั่งนี้

บทความนี้จะแกะว่าแต่ละคำสั่งพาเราไปเจอคนแบบไหน เหมาะกับสถานการณ์ไหน และเส้นทางอัปเกรดจากแบบหนึ่งไปอีกแบบควรเดินยังไงสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายในแชท

เบื้องหลังคำสั่ง: ระบบไปหาใครมาให้เรา

แบบข้อความ (Messages) ทำงานตรงไปตรงมา — แพลตฟอร์มมีข้อมูลพฤติกรรมมหาศาลว่าใครเคยกดทักธุรกิจบ่อย มันจะประมูลพื้นที่โฆษณาใส่คนกลุ่มนั้น ข้อดีคือสัญญาณนี้มีข้อมูลเยอะมาก ระบบเรียนรู้เร็ว ได้แชทไว ข้อเสียที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ ‘คนชอบทัก’ มีทั้งนักช้อปตัวจริงและนักถามมืออาชีพที่ทักทุกร้านเพื่อเทียบราคา

แบบคอนเวอร์ชัน (Conversion) ฉลาดได้เท่าที่เราป้อนข้อมูลให้ มันถามกลับว่า ‘Conversion ของคุณคืออะไร’ ถ้าเรานิยามแค่การคลิกหรือการเปิดหน้าเว็บ มันก็ไปหาคนชอบคลิก ซึ่งเจอปัญหาเดียวกับที่เล่าไว้ในเรื่องแพลตฟอร์ม Optimize ผิดเมื่อได้แค่คลิก แต่ถ้าเราส่งเหตุการณ์ ‘ปิดการขายจริง’ กลับเข้าไปได้ มันจะค่อย ๆ เรียนรู้หน้าตาของคนที่จ่ายเงินจริง แล้วไปหาคนแบบนั้นมาเพิ่ม — นี่คือจุดที่มันแซงแบบข้อความแบบไม่เห็นฝุ่น

สังเกตว่าเงื่อนไขสำคัญของแบบคอนเวอร์ชันคือ ‘ข้อมูลป้อนกลับ’ ธุรกิจที่ปิดการขายในแชทแล้วไม่เคยส่งยอดกลับเข้าแพลตฟอร์มเลย เท่ากับจ้างพนักงานเก่งมาแล้วปิดตาเขาทำงาน

วางสองแบบเทียบกันชัด ๆ

ประเด็นแบบข้อความ (Messages)แบบคอนเวอร์ชัน (Conversion)
ระบบไปหาใครคนที่มีประวัติชอบทักร้านค้าคนคล้ายกับคนที่เคยทำเหตุการณ์ที่เรานิยาม
ข้อมูลที่ต้องมีก่อนแทบไม่ต้องมี เริ่มได้เลยต้องมีเหตุการณ์ป้อนกลับสม่ำเสมอ
ความเร็วช่วงเริ่มได้แชทเร็ว เห็นผลใน 2-3 วันช้ากว่า ต้องรอสะสมข้อมูลให้พ้นช่วงเรียนรู้
คุณภาพแชทระยะยาวปนนักถาม-นักเทียบราคาพอสมควรคมขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าป้อนยอดปิดจริง
เหมาะกับร้านเพิ่งเริ่ม / ทดสอบตลาด / ยังไม่มีระบบวัดร้านที่ส่งยอดปิดจริงกลับเข้าแพลตฟอร์มได้แล้ว

สถานการณ์ที่แบบข้อความคือคำตอบที่ถูก

อย่าเพิ่งมองว่าแบบข้อความคือของเล่นมือใหม่ มันมีสถานการณ์ที่เป็นตัวเลือกที่ถูกต้องจริง ๆ: ร้านที่เพิ่งเริ่มยิงแอดและยังไม่มีประวัติ Conversion ให้ระบบเรียน, การทดสอบสินค้าใหม่ที่อยากได้เสียงลูกค้าจริงเร็ว ๆ, หรือธุรกิจที่แชทคือหัวใจของการขายและแอดมินปิดเก่งมาก — เพราะในเคสหลัง การอัดปริมาณแชทเข้าไปให้ทีมที่ปิดเก่งก็สร้างยอดได้ตรง ๆ

กับดักเดียวที่ต้องระวังคือการหลงตัวเลข ‘ค่าทักถูก’ จนลืมดูว่าแชทเหล่านั้นกลายเป็นเงินเท่าไหร่ แชทถูก ๆ ที่ปิดไม่ได้เลยคือต้นทุนที่ดูถูกแต่ขาดทุนจริง เพราะฉะนั้นต่อให้ใช้แบบข้อความ ก็ต้องบันทึกอัตราปิดและยอดขายต่อแชทไว้ตั้งแต่วันแรก — ข้อมูลชุดนี้แหละคือบันไดไปสู่ขั้นถัดไป

เส้นทางอัปเกรด: จากข้อความ สู่คอนเวอร์ชันที่กินข้อมูลจริง

  1. เฟสแรก รันแบบข้อความไปก่อน พร้อมวางระบบบันทึกทุกแชทว่ามาจากแอดไหน ปิดได้ไหม ยอดเท่าไหร่ — เก็บผ่านชีตหรือเครื่องมือติดตามอย่าง linli ก็ได้ ขอให้ครบและสม่ำเสมอ
  2. เฟสสอง เริ่มส่งเหตุการณ์ปิดการขายกลับเข้าแพลตฟอร์ม ผ่าน Conversion API หรือการนำเข้า Offline Conversion ช่วงนี้ยังรันแบบข้อความควบคู่ไปได้ เป้าหมายคือสะสมเหตุการณ์จริงให้ระบบเห็นมากพอ
  3. เฟสสาม เมื่อเหตุการณ์ปิดการขายไหลเข้าสม่ำเสมอ (แนวปฏิบัติที่พูดถึงกันบ่อยคือหลักหลายสิบเหตุการณ์ต่อสัปดาห์) ค่อยเปิดแคมเปญแบบคอนเวอร์ชันที่ Optimize ไปที่เหตุการณ์นั้น แล้วเทียบผลกับแคมเปญข้อความเดิมแบบวัดถึงยอดปิด ไม่ใช่วัดที่ค่าทัก
  4. เฟสสี่ ค่อย ๆ โยกงบไปฝั่งที่ต้นทุนต่อยอดปิดต่ำกว่า โดยเก็บแคมเปญข้อความไว้ส่วนหนึ่งสำหรับสินค้าใหม่หรือช่วงที่อยากได้ปริมาณแชทเสริม

สามความเข้าใจผิดที่พาเงินหาย

  • เปิดแบบคอนเวอร์ชันทั้งที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรส่งกลับเลย — ระบบไม่มีอะไรให้เรียน มันจะถอยไปใช้สัญญาณตื้นที่สุดที่มี ผลคือแพงกว่าแบบข้อความแต่คุณภาพไม่ต่างกัน
  • สลับวัตถุประสงค์ไปมาทุกสัปดาห์ — ทุกครั้งที่สลับ ระบบเริ่มเรียนใหม่ ทั้งสองแบบต้องการเวลาพิสูจน์อย่างน้อยสองถึงสี่สัปดาห์ก่อนตัดสิน
  • ตัดสินผู้ชนะที่ค่าทัก — แบบข้อความจะชนะค่าทักเกือบเสมอเพราะมันถูกออกแบบมาหาคนทักโดยเฉพาะ แต่คำถามที่ถูกคือ ‘ต้นทุนต่อยอดโอนจริง’ ซึ่งบ่อยครั้งผู้ชนะเป็นคนละตัวกับผู้ชนะค่าทัก

สรุป

ถ้าจะสรุปให้เหลือประโยคเดียว: แบบข้อความคือการซื้อ ‘ปริมาณบทสนทนา’ ส่วนแบบคอนเวอร์ชันคือการซื้อ ‘คนที่คล้ายลูกค้าที่จ่ายเงิน’ — แบบแรกเริ่มได้ทันทีแต่เพดานเตี้ยกว่า แบบหลังต้องลงทุนวางท่อข้อมูลก่อนแต่ยิ่งใช้ยิ่งคม

ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องเลือกข้างถาวร แต่ต้องรู้ว่าตัวเองอยู่เฟสไหนของเส้นทาง วันนี้ยังไม่มีข้อมูลก็เริ่มที่ข้อความอย่างมีวินัยการจดบันทึก พอท่อข้อมูลพร้อมก็เลื่อนขั้นไปให้ระบบเรียนจากยอดจริง คนที่ติดอยู่ที่เดิมนาน ๆ ไม่ใช่เพราะเลือกวัตถุประสงค์ผิด แต่เพราะไม่เคยสร้างข้อมูลของตัวเองไว้เลื่อนขั้นเลย

  • Messages = หาคนชอบทัก, Conversion = หาคนคล้ายคนที่เคยทำเหตุการณ์สำเร็จที่เรานิยาม
  • แบบคอนเวอร์ชันจะฉลาดได้ต้องมียอดปิดจริงส่งกลับ — ไม่มีข้อมูลป้อนกลับ = จ้างคนเก่งมาปิดตาทำงาน
  • เส้นทางที่ใช้ได้จริง: เริ่มข้อความ + จดทุกแชท → ส่งยอดปิดกลับ → เปิดคอนเวอร์ชัน → เทียบด้วยต้นทุนต่อยอดโอน

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเพิ่งเปิดใหม่ ควรเริ่มจากแบบไหน

เริ่มจากแบบข้อความ เพราะไม่ต้องมีข้อมูลสะสมและได้แชทมาให้ทีมฝึกปิดการขายเร็ว แต่ให้บันทึกที่มาและผลปิดของทุกแชทตั้งแต่วันแรก เพื่อเตรียมข้อมูลไว้อัปเกรดไปแบบคอนเวอร์ชันภายหลัง

ใช้ทั้งสองแบบพร้อมกันได้ไหม

ได้และหลายธุรกิจก็ทำแบบนั้น โดยแยกงบและแยกกลุ่มเป้าหมายให้ไม่ทับกันเกินไป แบบข้อความไว้เติมปริมาณและทดสอบของใหม่ ส่วนแบบคอนเวอร์ชันเป็นม้างานหลักเมื่อข้อมูลป้อนกลับพร้อมแล้ว

ทำไมเปิดแบบคอนเวอร์ชันแล้วแอดไม่ค่อยออก ยอดใช้จ่ายไม่ขยับ

อาการคลาสสิกของการที่เหตุการณ์ Conversion เกิดน้อยเกินไปจนระบบหาทิศไม่เจอ ทางแก้คือถอยไป Optimize ที่เหตุการณ์ตื้นขึ้นชั่วคราว เช่น การทักหรือการเริ่มแชท แล้วค่อยขยับลึกขึ้นเมื่อปริมาณเหตุการณ์มากพอ

เหตุการณ์ Conversion ควรตั้งเป็นการทัก หรือการปิดการขาย

ถ้าปริมาณยอดปิดต่อสัปดาห์ยังน้อย ให้เริ่มที่การทักก่อนเพื่อให้ระบบมีข้อมูลพอเรียน แล้วพอยอดปิดจริงไหลเข้าสม่ำเสมอค่อยขยับไป Optimize ที่ยอดปิด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตรงกับเงินที่สุด

แบบข้อความได้แชทเยอะแต่ปิดไม่ค่อยได้ ควรเปลี่ยนวัตถุประสงค์เลยไหม

อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเป็นความผิดของวัตถุประสงค์ ให้เช็กคุณภาพครีเอทีฟและสคริปต์การปิดของแอดมินก่อน เพราะถ้าโฆษณาดึงคนผิดกลุ่มหรือแชทตอบช้า เปลี่ยนวัตถุประสงค์ไปก็เจอปัญหาเดิมในราคาแพงขึ้น

งบน้อยมาก แบบไหนเปลืองน้อยกว่า

แบบข้อความมักคุมงบง่ายกว่าในช่วงต้นเพราะระบบหาเป้าหมายเจอเร็ว ไม่ต้องเผางบช่วงเรียนรู้นาน ส่วนแบบคอนเวอร์ชันจะคุ้มเมื่อข้อมูลป้อนกลับพร้อมแล้วเท่านั้น งบน้อยยิ่งไม่ควรเปิดแบบคอนเวอร์ชันตอนที่ยังไม่มีอะไรส่งกลับ

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง