← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ยิงแอดประกันเข้า LINE แล้ววัดถึงยอดขายกรมธรรม์ได้จริงไหม

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:52อัปเดต 12 ส.ค. 04:52อ่าน 2 นาที
ยิงแอดประกันเข้า LINE แล้ววัดถึงยอดขายกรมธรรม์ได้จริงไหม
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

LINE conversion tracking สำหรับธุรกิจประกันวัดได้ตั้งแต่คลิกโฆษณา ทักแชท ขอเบี้ยประกัน ไปจนถึงซื้อกรมธรรม์จริง ถ้าตั้งค่าสถานะและ UTM ให้ครบ แต่ไม่ได้แปลว่าจะวัดแม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกเคส เพราะกระบวนการขายประกันมีขั้นตอนเอกสารและการอนุมัติที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของระบบโฆษณาโดยตรง

ตัวแทนขายประกันอิสระรายหนึ่งยิงแอดเข้า LINE มาหลายเดือน เห็นคนทักเข้ามาขอใบเสนอราคาเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยรู้แน่ชัดว่าใน 100 คนที่ทักมา มีกี่คนที่ซื้อกรมธรรม์จริง เพราะข้อมูลการซื้อขายอยู่ในระบบของบริษัทประกันหรือสมุดบันทึกส่วนตัว ไม่ได้เชื่อมกับข้อมูลแอดเลย คำถามที่เกิดขึ้นบ่อยคือ ยิงแอดเข้า LINE แล้ววัดผลได้ลึกถึงขนาดนั้นจริงหรือไม่

คำตอบคือวัดได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องเข้าใจว่าธุรกิจประกันมีความซับซ้อนกว่าการขายสินค้าทั่วไป เพราะกระบวนการตั้งแต่ขอใบเสนอราคาไปจนถึงกรมธรรม์มีผลบังคับใช้ อาจผ่านหลายขั้นตอน เช่นตรวจสุขภาพ รอการอนุมัติจากบริษัทประกัน หรือรอเอกสารจากลูกค้า ซึ่งบางขั้นตอนใช้เวลานานหลายสัปดาห์และอยู่นอกเหนือการควบคุมของตัวแทนโดยตรง

บทความนี้จะพาไล่ดูว่า LINE conversion tracking สำหรับธุรกิจประกันควรวัดอะไรบ้าง ตั้งค่าอะไรได้เองโดยไม่ต้องรอทีมเทคนิค และมีข้อจำกัดตรงไหนที่ต้องยอมรับก่อนนำข้อมูลไปตัดสินใจเรื่องงบโฆษณา

ทำไมนับแค่จำนวนคนทักถึงบอกความคุ้มค่าไม่ได้

จำนวนคนทักเข้า LINE เป็นตัวชี้วัดที่วัดง่ายที่สุด เพราะเห็นได้จากหน้าจอแอดมินตรง ๆ แต่ปัญหาคือมันตอบได้แค่ว่ามีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ตอบว่าตัวแทนได้ค่าคอมมิชชันเท่าไหร่ ตัวแทนสองคนอาจมีจำนวนแชทเท่ากันเป๊ะที่ 100 คนต่อเดือน แต่คนหนึ่งปิดกรมธรรม์ได้ 15 ฉบับ อีกคนปิดได้แค่ 4 ฉบับ ถ้าดูแค่ตัวเลขแชทจะไม่มีทางรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นตรงกลาง

ช่องว่างระหว่างจำนวนแชทกับจำนวนกรมธรรม์ที่ขายได้จริงเกิดจากหลายจุด บางคนทักมาแค่ถามเปรียบเทียบเบี้ยแล้วไม่กลับมาอีก บางคนสนใจจริงแต่รอเปรียบเทียบกับตัวแทนเจ้าอื่นก่อน บางคนขอใบเสนอราคาแล้วแต่ตัดสินใจไม่ซื้อหลังเห็นราคาจริง และบางคนสมัครแล้วแต่ถูกปฏิเสธจากการตรวจสุขภาพ ทุกจุดเหล่านี้คือจุดรั่วที่ทำให้ยอดแชทสูงแต่ยอดขายไม่โต

เหตุการณ์ที่ธุรกิจประกันควรนับตลอดเส้นทางจากแอดถึงกรมธรรม์

ก่อนจะพูดเรื่องเครื่องมือหรือการตั้งค่าใด ๆ สิ่งที่ต้องทำก่อนคือตกลงกันเองหรือกับทีมว่าจะนับเหตุการณ์อะไรบ้างเป็นจุดสำคัญของ Funnel เพราะถ้านิยามไม่ชัด จะไม่มีทางรู้ว่าควรปรับปรุงจุดไหนก่อน

  • คลิกโฆษณา — จุดเริ่มต้นที่แพลตฟอร์มโฆษณานับให้อัตโนมัติ
  • ทักแชท LINE — คนที่เดินทางถึงจุดคุยกับตัวแทนจริง
  • ขอใบเสนอราคา — คนที่ให้ข้อมูลพื้นฐานพอจะคำนวณเบี้ยได้
  • Qualified Lead — คนที่ผ่านเกณฑ์ที่ตัวแทนกำหนด เช่นมีงบและสนใจแผนที่ตรงความต้องการ
  • ส่งเอกสารสมัคร — เริ่มกระบวนการสมัครกรมธรรม์อย่างเป็นทางการ
  • อนุมัติและชำระเบี้ยงวดแรก — กรมธรรม์มีผลบังคับใช้จริง

แยกต้นทางให้ชัดก่อนคิดเรื่องเครื่องมือ

ตัวแทนหรือเอเจนซี่ประกันส่วนใหญ่ยิงโฆษณาพร้อมกันหลายแพลตฟอร์มและหลายผลิตภัณฑ์ เช่นประกันสุขภาพ ประกันรถ และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ถ้าทุกลิงก์ที่พาไป LINE ใช้ URL เดียวกันหมด จะแยกไม่ออกว่าคนที่ทักมาแต่ละคนสนใจผลิตภัณฑ์ไหน ขั้นแรกที่ควบคุมได้เองคือกำหนดพารามิเตอร์ UTM ให้ชัดในทุกลิงก์ที่ใช้ในแอด แยก utm_source ตามแพลตฟอร์ม แยก utm_campaign ตามประเภทผลิตภัณฑ์ประกัน

สำหรับเอเจนซี่ที่มีตัวแทนหลายคน ควรเพิ่มการแยกตามตัวแทนไว้ในโครงสร้าง UTM ด้วย เพราะแต่ละคนอาจมีสไตล์การขายและกลุ่มลูกค้าต่างกัน ถ้ารวมข้อมูลทุกคนไว้ก้อนเดียว จะมองไม่เห็นว่าตัวแทนคนไหนต้องการโค้ชเพิ่มเติมด้านการปิดการขาย

ตัวอย่างตัวเลขสมมติ เพื่อให้เห็นภาพว่า Funnel รั่วตรงไหน

ลองดูตารางตัวอย่างสมมติของตัวแทนประกันรายหนึ่งในหนึ่งเดือน ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลลัพธ์จริงของตัวแทนรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นกรอบให้เห็นว่าแต่ละขั้นของ Funnel มักหายไปเท่าไหร่:

ขั้นตอนจำนวน (ตัวอย่างสมมติ)อัตราต่อขั้นก่อนหน้า
ทักเข้า LINE180-
ขอใบเสนอราคา9553%
Qualified Lead5053%
ส่งเอกสารสมัคร2448%
อนุมัติและชำระเบี้ยงวดแรก1563%

ทำไมช่วงเวลารอการอนุมัติถึงเป็นตัวแปรที่ระบบโฆษณามองไม่เห็น

จุดที่ธุรกิจประกันต่างจากธุรกิจอื่นชัดเจนคือระยะเวลาระหว่างขอใบเสนอราคากับวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้ อาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะกรมธรรม์ที่ต้องตรวจสุขภาพหรือมีทุนประกันสูง ถ้าตัวแทนส่งสัญญาณ Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณาทันทีที่ลูกค้าขอใบเสนอราคา โดยไม่รอผลอนุมัติ ข้อมูลที่ส่งไปอาจรวมเคสที่สุดท้ายไม่ผ่านการอนุมัติปนอยู่ด้วย

การจัดการเรื่องนี้ต้องเลือกจังหวะส่งสัญญาณให้เหมาะสม บางกรณีอาจส่งสัญญาณสองชั้น คือส่งสัญญาณ Qualified Lead ทันทีเพื่อให้ระบบมีข้อมูลเรียนรู้ต่อเนื่อง และส่งสัญญาณกรมธรรม์อนุมัติแล้วอีกครั้งเมื่อรู้ผลจริง เพื่อให้ภาพรวมมีทั้งความเร็วและความแม่นยำ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ การนำเข้า Conversion แบบออฟไลน์ เมื่อผลอนุมัติมาช้ากว่าที่ระบบโฆษณาจะรับรู้ได้แบบทันที ถ้าไม่จัดการจุดนี้ให้ดี ระบบโฆษณาอาจเรียนรู้ผิดทิศทางและเพิ่มงบให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ดูเหมือนแปลงผลดีแต่จริง ๆ แล้วสุดท้ายไม่ผ่านการอนุมัติจำนวนมาก

ส่งข้อมูลกลับแพลตฟอร์มโฆษณา ต้องเข้าใจสถานะจริงของแต่ละ Integration

หลังจากมีสถานะครบตั้งแต่ Lead ไปจนถึงกรมธรรม์อนุมัติแล้ว หลายเอเจนซี่ประกันอยากส่งข้อมูลนี้กลับไปให้แพลตฟอร์มโฆษณารู้ว่าคลิกไหนกลายเป็นลูกค้าจริง เรื่องนี้ทำได้จริงในหลายแพลตฟอร์ม แต่ต้องเข้าใจว่าแต่ละที่มีเงื่อนไขการเชื่อมต่อต่างกัน บางส่วนใช้งานได้ทันทีเมื่อเชื่อม Credential และตั้งค่า Conversion Action ให้ถูกต้อง บางส่วนต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามแพ็กเกจหรือ Workflow ที่เปิดใช้งาน

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือการส่ง Conversion กลับไม่ได้แปลว่าระบบจะวัดได้แม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกเคส เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่อง Browser การให้ความยินยอมของผู้ใช้ และการจับคู่ข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในแชท สิ่งที่ทำได้คือทำให้สัดส่วนข้อมูลที่ส่งกลับไปมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่คาดหวังว่าจะครบทุกเคสตั้งแต่วันแรก

ข้อควรระวังเรื่องข้อมูลลูกค้าที่ห้ามส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา

ธุรกิจประกันเก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของลูกค้า เช่นข้อมูลสุขภาพหรือรายละเอียดทางการเงิน ข้อมูลเหล่านี้ห้ามส่งไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาโดยตรงไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม สิ่งที่ส่งกลับได้ควรจำกัดอยู่ที่สถานะของ Event เช่น 'ขอใบเสนอราคาแล้ว' หรือ 'กรมธรรม์อนุมัติแล้ว' พร้อมมูลค่าเบี้ยประกันเมื่อจำเป็น โดยไม่แนบรายละเอียดส่วนบุคคลหรือข้อมูลสุขภาพใด ๆ ไปด้วย

ทีมตัวแทนหลายคนควรดูตัวเลขนี้แยกรายบุคคลด้วย

สำหรับเอเจนซี่หรือสำนักงานตัวแทนที่มีทีมขายหลายคนรับแชทจาก LINE OA เดียวกัน การดูภาพรวมของ Funnel ทั้งหมดอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะตัวเลขรวมสามารถซ่อนปัญหาของตัวแทนบางคนไว้ได้ ถ้าตัวแทนคนหนึ่งปิดกรมธรรม์ได้สูงมากจนดันค่าเฉลี่ยรวมให้ดูดี ขณะที่อีกหลายคนปิดได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ภาพรวมจะทำให้มองข้ามปัญหาของทีมส่วนใหญ่ไป

การแยกดูอัตราแปลงของแต่ละคนตั้งแต่ขอใบเสนอราคาไปจนถึงกรมธรรม์อนุมัติ ช่วยให้หัวหน้าทีมรู้ว่าใครต้องการโค้ชเพิ่มเติมด้านการตอบคำถามลูกค้าหรือการติดตามหลังส่งใบเสนอราคา แทนที่จะสรุปจากความรู้สึกว่าใครดูขยันหรือใครดูช้า ซึ่งบางครั้งไม่ตรงกับตัวเลขจริง เรื่องการดูภาพรวมทีมแบบนี้เกี่ยวข้องกับ การทำรายงานผลงานทีมขายจาก LINE ที่ควรทำเป็นประจำทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน

อย่าลืมวัดยอดต่ออายุกรมธรรม์ ไม่ใช่แค่ยอดขายใหม่

ธุรกิจประกันมีรายได้อีกส่วนที่มาจากการต่ออายุกรมธรรม์เดิม ซึ่งมักถูกมองข้ามเมื่อพูดถึงการวัดผลจากแอด เพราะโฟกัสส่วนใหญ่มักอยู่ที่การหาลูกค้าใหม่ ทั้งที่ต้นทุนในการรักษาลูกค้าเดิมให้ต่ออายุมักถูกกว่าต้นทุนหาลูกค้าใหม่มาก ถ้าใช้ LINE OA เป็นช่องทางแจ้งเตือนก่อนกรมธรรม์หมดอายุ ควรวัดด้วยว่าอัตราการต่ออายุผ่านช่องทางนี้เป็นเท่าไหร่เทียบกับช่องทางอื่น เช่นโทรศัพท์หรืออีเมล

การมีข้อมูลอัตราต่ออายุแยกตามช่องทางช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรลงทุนเวลาและงบประมาณกับการแจ้งเตือนผ่าน LINE มากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ผ่านโฆษณาอย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ยังเชื่อมโยงกับ อัตราการเลิกใช้บริการ ที่ธุรกิจประกันควรติดตามคู่กันไปตลอด เพราะการรักษาลูกค้าเดิมมีผลต่อรายได้ระยะยาวไม่น้อยกว่าการหาลูกค้าใหม่ และมักใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการวิ่งหาลูกค้าใหม่ผ่านโฆษณาทุกเดือนด้วย

สรุป

การวัดผลแอดที่ยิงเข้า LINE ของธุรกิจประกันไม่ควรหยุดอยู่แค่จำนวนคนทักเข้ามา เพราะตัวเลขนั้นบอกความสนใจได้ แต่บอกไม่ได้ว่าตัวแทนได้ค่าคอมมิชชันเท่าไหร่ การวาง Funnel ที่ชัดเจนตั้งแต่คลิกไปจนถึงกรมธรรม์อนุมัติ พร้อมเข้าใจข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาอนุมัติ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นภาพใกล้เคียงความจริงที่สุด

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือกลับไปดูว่าธุรกิจของตัวเองมีจุดรั่วอยู่ตรงขั้นไหนของ Funnel มากที่สุด แล้วแก้จุดนั้นก่อนที่จะเพิ่มงบโฆษณา เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่โฆษณาไม่ดี แต่อยู่ที่กระบวนการติดตามลูกค้าหลังทักแชทที่ยังไม่รัดกุมพอ

  • แยก UTM ตามประเภทผลิตภัณฑ์ประกันและตัวแทนแต่ละคน
  • ตกลงนิยามขอใบเสนอราคา Qualified Lead และส่งเอกสารสมัครให้ชัดเจน
  • เข้าใจว่าระยะเวลารออนุมัติเป็นตัวแปรที่ระบบโฆษณามองไม่เห็นโดยตรง
  • ห้ามส่งข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลส่วนบุคคลไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาเด็ดขาด

คำถามที่พบบ่อย

ตัวแทนอิสระที่ยังไม่มีระบบอะไรเลย ควรเริ่มจากตรงไหนก่อน

เริ่มจากแยก UTM ให้ชัดในทุกแคมเปญตามประเภทผลิตภัณฑ์ประกันก่อน เพราะทำได้เองทันทีโดยไม่ต้องรอเครื่องมือ แล้วค่อยฝึกบันทึกสถานะพื้นฐานอย่างขอใบเสนอราคากับส่งเอกสารสมัครในสมุดหรือสเปรดชีตไปก่อน

ทำไมยอดคนทักเข้า LINE ถึงไม่เท่ากับยอดกรมธรรม์ที่ขายได้

เพราะระหว่างทักแชทกับกรมธรรม์มีผลบังคับใช้ ต้องผ่านหลายขั้นตอน เช่นขอใบเสนอราคา ตกลงแผน ส่งเอกสาร และรอผลอนุมัติจากบริษัทประกัน ซึ่งบางเคสอาจไม่ผ่านการอนุมัติหรือลูกค้าเปลี่ยนใจระหว่างทาง

ควรส่งสัญญาณ Conversion กลับตอนขอใบเสนอราคาหรือรอตอนอนุมัติแล้ว

ทำได้ทั้งสองแบบร่วมกัน ส่งสัญญาณ Qualified Lead ทันทีเพื่อให้ระบบมีข้อมูลเรียนรู้ต่อเนื่อง แล้วส่งสัญญาณกรมธรรม์อนุมัติอีกครั้งเมื่อรู้ผลจริง เพื่อให้ภาพรวมมีทั้งความเร็วและความแม่นยำ

ข้อมูลสุขภาพของลูกค้าส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณาได้ไหม

ห้ามส่งเด็ดขาด ข้อมูลที่ส่งกลับควรจำกัดอยู่ที่สถานะของ Event เท่านั้น เช่นขอใบเสนอราคาแล้วหรือกรมธรรม์อนุมัติแล้ว ไม่แนบรายละเอียดส่วนบุคคลหรือข้อมูลสุขภาพใด ๆ ไปด้วย

การส่ง Conversion กลับ Facebook หรือ Google Ads ต้องใช้เครื่องมือพิเศษไหม

ต้องมีระบบที่เชื่อมสถานะจากแชท LINE เข้ากับ Conversion Action ของแพลตฟอร์มนั้น ๆ ซึ่งอาจตั้งค่าเองได้ถ้ามีทีมเทคนิค หรือใช้บริการที่ออกแบบมาสำหรับงานนี้อย่าง linli ช่วยลดงานตั้งค่าฝั่งเทคนิคลงได้มาก

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

แคมเปญยิงไปสิบตัว แต่ย้อนกลับไม่ได้ว่าใครมาจากไหน แก้ยังไง

แคมเปญยิงไปสิบตัว แต่ย้อนกลับไม่ได้ว่าใครมาจากไหน แก้ยังไง

ทีมการตลาดยิงแคมเปญพร้อมกันหลายตัว พอ Lead เข้ามาแล้วกลับบอกไม่ได้ว่าใครมาจากตัวไหน ปัญหานี้ไม่ได้แก้ด้วยการติด Tag เพิ่ม แต่ต้องออกแบบโครงสร้างข้อมูลของเครื่องมือ LINE conversion tracking ใหม่ตั้งแต่ต้น
จัดกลุ่มแคมเปญสินเชื่อแต่ละประเภทก่อนส่งเข้า LINE ให้ชัด

จัดกลุ่มแคมเปญสินเชื่อแต่ละประเภทก่อนส่งเข้า LINE ให้ชัด

ธุรกิจสินเชื่อที่ยิงแอดหลายประเภทพร้อมกัน เช่นสินเชื่อบุคคล สินเชื่อรถ และสินเชื่อบ้าน มักเจอปัญหาข้อมูลปนกันเมื่อทุกอย่างไหลเข้า LINE เส้นเดียว บทความนี้อธิบายวิธีวาง LINE conversion tracking ให้แยกประเภทสินเชื่อได้ชัดตั้งแต่ต้นทาง
จ่ายค่าแอดเดือนละหลักหมื่นเข้า LINE OA แล้วยอดขายจริงเท่าไหร่กันแน่

จ่ายค่าแอดเดือนละหลักหมื่นเข้า LINE OA แล้วยอดขายจริงเท่าไหร่กันแน่

ทีมการตลาดบอกว่ามี Lead เข้าเยอะ ทีมขายบอกว่าปิดได้ไม่กี่เจ้า สองทีมเถียงกันด้วยตัวเลขคนละชุด บทความนี้ชวนดูว่า software วัดยอดขายจาก LINE OA ที่ใช้งานได้จริงต้องเชื่อมสองทีมนี้ยังไง