← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

จ่ายค่าแอดวันละสามพัน แต่ไม่รู้ว่ากี่คนเดินทางจากเว็บไซต์ไปจนถึง LINE จริง

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:51อัปเดต 12 ส.ค. 04:51อ่าน 2 นาที
จ่ายค่าแอดวันละสามพัน แต่ไม่รู้ว่ากี่คนเดินทางจากเว็บไซต์ไปจนถึง LINE จริง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

LINE Ads website conversion วัดแค่พฤติกรรมบนเว็บไซต์ เช่นดูหน้าสินค้าหรือกดปุ่ม ไม่ได้บอกว่ามีกี่คนที่เดินทางต่อจากเว็บไปจนถึง LINE แล้วปิดการขายจริง ต้องเชื่อม CRM และระบบ LINE OA เข้าด้วยกันถึงจะเห็นเส้นทางเต็มจากคลิกแรกจนถึงยอดขาย

ร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งยิงแอดพาคนเข้าเว็บไซต์วันละราวสามพันบาท เว็บไซต์มีปุ่ม 'แชทสอบถามผ่าน LINE' อยู่ทุกหน้าสินค้า Conversion บนเว็บที่ระบบโฆษณารายงานคือจำนวนคนที่กดปุ่มนี้ ซึ่งดูเหมือนเป็นตัวเลขที่ดีพอสมควร แต่เจ้าของร้านถามคำถามที่ตอบยากขึ้นมาว่า 'ในคนที่กดปุ่มไปหา LINE มีกี่คนที่ทักจริง แล้วในนั้นกี่คนที่ซื้อของ'

คำถามนี้ตอบไม่ได้ด้วยข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเดียว เพราะ Conversion ที่ระบบโฆษณาเห็นจบลงตรงที่คนกดปุ่ม ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือการเปิดแอป LINE การทัก การถามราคา และการโอนเงิน เป็นข้อมูลที่อยู่คนละระบบกับเว็บไซต์โดยสิ้นเชิง ถ้าไม่มีจุดเชื่อมสองฝั่งนี้เข้าด้วยกัน ธุรกิจจะเห็นแค่ครึ่งแรกของเส้นทางลูกค้าตลอดไป

บทความนี้จะพาดูว่าทำไมการวัด Conversion บนเว็บไซต์อย่างเดียวถึงไม่พอสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายในแชท และควรเชื่อมข้อมูลกับ CRM หรือระบบ LINE OA อย่างไรถึงจะเห็นเส้นทางเต็มจากคลิกแรกจนถึงยอดขาย

เส้นทางสองขั้นที่ธุรกิจแบบนี้ต้องวัดแยกกัน

ธุรกิจที่ใช้เว็บไซต์เป็นจุดคั่นก่อนเข้า LINE มีเส้นทางลูกค้าสองขั้นที่ต้องมองแยกกันแต่เชื่อมกัน ขั้นแรกคือจากโฆษณาไปถึงเว็บไซต์ ซึ่งวัดได้ด้วย LINE Tag หรือเครื่องมือวัดผลบนเว็บทั่วไป ขั้นที่สองคือจากเว็บไซต์ไปถึงแชทใน LINE ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลจากฝั่ง LINE OA หรือ CRM ที่บันทึกการสนทนา

ปัญหาที่พบบ่อยคือธุรกิจวัดแค่ขั้นแรกแล้วเข้าใจว่านั่นคือ Conversion ทั้งหมด ทั้งที่ความจริงการกดปุ่มไปหา LINE เป็นแค่จุดกึ่งกลางของเส้นทาง ไม่ใช่จุดจบ คนที่กดปุ่มไปแล้วอาจไม่เคยทักเข้ามาจริงเลยก็ได้ เพราะเปลี่ยนใจระหว่างทางหรือลืมไปเฉย ๆ

ช่องว่างระหว่างคนที่กดปุ่มกับคนที่ทักจริงมีขนาดแค่ไหน

ช่องว่างนี้มีขนาดต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นความชัดเจนของข้อความต้อนรับใน LINE OA ความเร็วในการตอบกลับของแอดมิน และความน่าเชื่อถือของหน้าเว็บไซต์ก่อนกดปุ่ม ธุรกิจที่มีการตอบกลับช้าหรือข้อความต้อนรับไม่ชัดเจน มักเจอช่องว่างนี้กว้างกว่าธุรกิจที่ตอบเร็วและมีข้อความต้อนรับที่ตรงประเด็น

การไม่รู้ขนาดของช่องว่างนี้เป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คิด เพราะถ้าธุรกิจตัดสินใจเรื่องงบจากแค่จำนวนคนที่กดปุ่ม อาจเข้าใจผิดว่าแคมเปญทำงานได้ดี ทั้งที่ความจริงคนส่วนใหญ่ที่กดปุ่มไปแล้วไม่เคยทักเข้ามาจริงเลย ปัญหานี้คล้ายกับสิ่งที่พูดถึงใน ช่องว่างระหว่างคลิกกับการเข้า LINE ที่ต้องมีจุดวัดเพิ่มเติมนอกเหนือจากการนับคลิกเพียงอย่างเดียว

วิธีเชื่อมข้อมูลเว็บไซต์กับ CRM และ LINE OA

จุดเชื่อมข้อมูลที่ต้องส่งต่อประโยชน์ที่ได้
เว็บไซต์ไปหา CRMIdentifier ของคนที่กดปุ่ม พร้อม UTM ต้นทางรู้ว่าใครมาจากแคมเปญไหนก่อนเข้า LINE
CRM ไปหา LINE OAเชื่อม Identifier กับ LINE User ID ตอนทักเข้ามารู้ว่าคนที่ทักจริงคือคนกลุ่มไหนจากเว็บไซต์
LINE OA ไปหาระบบขายสถานะ Lead และผลการปิดการขายปิดวงจรข้อมูลกลับไปยัง Conversion บนเว็บและแอด

ขั้นตอนตั้งค่าให้ข้อมูลสองฝั่งเชื่อมกันได้จริง

  1. ตรวจว่าปุ่มที่พาไปหา LINE บนเว็บไซต์มีการติด Identifier หรือพารามิเตอร์เฉพาะตัวก่อนส่งคนออกจากเว็บไซต์
  2. กำหนดว่าจะใช้อะไรเป็นตัวเชื่อมระหว่างข้อมูลบนเว็บกับข้อมูลในแชท เช่น Click ID เฉพาะหรือรหัสอ้างอิงที่ฝังในลิงก์
  3. ตั้งค่าให้ระบบ LINE OA หรือ CRM บันทึกรหัสอ้างอิงนี้ทันทีที่มีคนทักเข้ามา ไม่ใช่รอให้แอดมินกรอกเองทีหลัง
  4. ทดสอบเส้นทางทั้งหมดด้วยเคสจริงสักสิบกว่ารายก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ เพื่อยืนยันว่าข้อมูลไหลจากเว็บไปถึงแชทได้ครบไม่หลุดหาย

ข้อจำกัดของการวัดแค่ Conversion บนเว็บไซต์อย่างเดียว

  • ไม่รู้ว่าคนที่กดปุ่มไปแล้วทักเข้ามาจริงกี่คน เพราะเว็บไซต์เห็นแค่การกดปุ่มไม่เห็นสิ่งที่เกิดในแอป LINE
  • ไม่สามารถบอกได้ว่าแคมเปญไหนพาคนที่มีแนวโน้มซื้อจริงเข้ามามากกว่ากัน เพราะข้อมูลจบแค่ขั้นกดปุ่ม
  • ระบบ Bidding อัตโนมัติจะเรียนรู้จากการกดปุ่มเท่านั้น ไม่ได้เรียนรู้จากคุณภาพของคนที่ทักเข้ามาจริง
  • รายงานที่ส่งให้ผู้บริหารดูจะสวยเกินจริง เพราะนับรวมคนที่กดปุ่มแต่ไม่เคยทักเข้ามาเป็นความสำเร็จของแคมเปญ

ตัวอย่างตัวเลขจากร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เล่าไว้ตอนต้น

หลังจากเชื่อมข้อมูลเว็บไซต์กับ LINE OA ผ่าน Identifier ที่ติดไว้ในปุ่ม ร้านเฟอร์นิเจอร์พบว่าในหนึ่งเดือนมีคนกดปุ่มไปหา LINE ราว 420 คน แต่มีเพียง 260 คนที่ทักข้อความเข้ามาจริง ในจำนวนนั้นมีราว 60 คนที่ถามราคาต่อ และปิดการขายได้ 14 คน ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่างประกอบกรอบวิเคราะห์เท่านั้น แต่ทำให้เห็นชัดว่ามีจุดที่คนหายไปหลายขั้นตอนระหว่างทาง

จุดที่คนหายไปมากที่สุดคือระหว่างการกดปุ่มกับการทักจริง ซึ่งคิดเป็นเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของคนที่กดปุ่มทั้งหมด เมื่อทีมตรวจสอบพบว่าข้อความต้อนรับใน LINE OA ใช้เวลานานเกินไปกว่าจะแสดงผล และบางครั้งลิงก์เปิดแอป LINE ไม่ได้ในบางรุ่นมือถือ การแก้ปัญหาทางเทคนิคเหล่านี้ช่วยลดช่องว่างในเดือนถัดมาได้พอสมควร

รายงานที่ควรใช้ต้องมีทั้งสองฝั่งอยู่ในหน้าเดียวกัน

เมื่อข้อมูลสองฝั่งเชื่อมกันแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อคือสร้างรายงานที่แสดงทั้งสองขั้นตอนควบคู่กัน ไม่ใช่แยกดูรายงานเว็บไซต์กับรายงานแชทคนละที่ เพราะการดูแยกกันทำให้ยากต่อการเห็นภาพรวมว่าจุดไหนของเส้นทางที่ควรปรับปรุง รายงานที่ดีควรแสดงตั้งแต่จำนวนคลิกโฆษณา จำนวนคนกดปุ่มบนเว็บ จำนวนคนทักจริง ไปจนถึงยอดขายในหน้าเดียวกัน

การมีรายงานแบบนี้ยังช่วยให้ทีมการตลาดกับทีมขายคุยกันด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน แทนที่จะต่างคนต่างมีตัวเลขของตัวเองที่ไม่ตรงกัน ซึ่งมักนำไปสู่การถกเถียงว่าใครควรรับผิดชอบเมื่อยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ทั้งที่จริงปัญหาอาจอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งในเส้นทางที่ยังไม่มีใครเห็นภาพรวมมาก่อน

ใครควรดูแลจุดเชื่อมระหว่างเว็บไซต์กับ LINE OA

ธุรกิจขนาดเล็กมักให้คนคนเดียวดูแลทั้งเว็บไซต์ แอด และ LINE OA ซึ่งช่วยให้การเชื่อมข้อมูลทำได้ง่ายกว่า แต่พอธุรกิจโตขึ้นและแยกทีมกันดูแลแต่ละส่วน ควรมีการตกลงชัดเจนว่าใครรับผิดชอบตรวจสอบว่า Identifier ที่ส่งจากเว็บไปยัง LINE OA ยังทำงานถูกต้องอยู่ ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละทีมคิดว่าเป็นหน้าที่ของอีกทีมหนึ่ง

การกำหนดเจ้าของงานนี้ให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาที่พบบ่อย คือระบบเชื่อมข้อมูลพังไปเงียบ ๆ โดยไม่มีใครรู้ จนกว่าจะมีคนสังเกตว่าตัวเลขในรายงานเริ่มดูผิดปกติไปจากที่ควรจะเป็น ซึ่งกว่าจะรู้ตัวอาจเสียโอกาสไปหลายสัปดาห์แล้ว

พฤติกรรมต่างกันระหว่างมือถือกับคอมพิวเตอร์ที่ควรรู้

ธุรกิจที่ยิงแอดพาคนเข้าเว็บไซต์ก่อนเข้า LINE ควรสังเกตด้วยว่าคนที่คลิกจากมือถือกับคนที่คลิกจากคอมพิวเตอร์มีพฤติกรรมต่างกันพอสมควร คนที่ใช้มือถือมักกดปุ่มไป LINE ได้ทันทีเพราะแอปเปิดต่อกันได้ง่าย ในขณะที่คนที่ใช้คอมพิวเตอร์อาจต้องสแกน QR โค้ดหรือคัดลอกลิงก์ไปเปิดในมือถืออีกเครื่อง ซึ่งเพิ่มขั้นตอนและโอกาสที่คนจะเปลี่ยนใจระหว่างทางมากขึ้น

ถ้าธุรกิจมีทราฟฟิกจากคอมพิวเตอร์เป็นสัดส่วนมาก ควรออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้มี QR โค้ดที่ชัดเจนและสแกนง่าย พร้อมคำอธิบายสั้น ๆ ว่าสแกนแล้วจะได้อะไร เพื่อลดความลังเลของคนที่ต้องข้ามอุปกรณ์ การไม่สนใจความต่างนี้อาจทำให้ Conversion บนเว็บดูดีในภาพรวม แต่คนกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์กลับมีอัตราทักจริงต่ำกว่ากลุ่มมือถือมาก โดยไม่มีใครสังเกตความต่างนี้เพราะดูแค่ตัวเลขรวม

การแยกรายงานตามอุปกรณ์เป็นระยะจึงเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปกับการเชื่อมข้อมูลเว็บไซต์กับ LINE OA เพราะช่วยให้ทีมเห็นว่าควรลงทุนปรับปรุงจุดไหนก่อน เช่นถ้าอัตราทักจริงจากกลุ่มคอมพิวเตอร์ต่ำผิดปกติ อาจต้องพิจารณาว่าจะออกแบบขั้นตอนข้ามอุปกรณ์ให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร แทนที่จะทุ่มงบเพิ่มในกลุ่มเป้าหมายเดิมโดยไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ

สรุป

การวัด Conversion บนเว็บไซต์อย่างเดียวเป็นแค่ครึ่งแรกของเส้นทางลูกค้าสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายในแชท เพราะสิ่งที่ตัดสินว่าแคมเปญคุ้มค่าจริงหรือไม่มักเกิดขึ้นหลังจากคนเข้าไปแชทแล้ว ซึ่งอยู่นอกเหนือสายตาของเครื่องมือวัดผลบนเว็บโดยธรรมชาติ

การเชื่อมข้อมูลเว็บไซต์กับ CRM และ LINE OA เข้าด้วยกัน ช่วยให้เห็นเส้นทางเต็มตั้งแต่คลิกแรกจนถึงยอดขาย และช่วยให้รู้ว่าจุดไหนของเส้นทางที่คนหายไปมากที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ปรับปรุงแคมเปญได้ตรงจุดกว่าการดูแค่ตัวเลขปลายทางเดียว

  • Conversion บนเว็บไซต์วัดได้แค่การกดปุ่ม ไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแชท LINE
  • ต้องมีจุดเชื่อมข้อมูลระหว่างเว็บไซต์ CRM และ LINE OA เพื่อเห็นเส้นทางเต็ม
  • ตรวจช่องว่างระหว่างคนกดปุ่มกับคนทักจริงเป็นระยะ เพราะบ่งชี้ปัญหาทางเทคนิคได้
  • รายงานควรแสดงทั้งสองขั้นตอนในหน้าเดียวกัน เพื่อให้ทีมเห็นภาพรวมตรงกัน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมจำนวนคนกดปุ่มไป LINE กับจำนวนคนที่ทักจริงถึงต่างกันมาก

ส่วนหนึ่งเกิดจากคนเปลี่ยนใจระหว่างทาง อีกส่วนเกิดจากปัญหาทางเทคนิค เช่นข้อความต้อนรับช้าเกินไป หรือลิงก์เปิดแอป LINE ไม่ได้ในบางอุปกรณ์ ควรตรวจทั้งสองด้านก่อนสรุปว่าเป็นเพราะพฤติกรรมลูกค้าอย่างเดียว

จำเป็นต้องมี CRM เพื่อเชื่อมข้อมูลเว็บไซต์กับ LINE OA ไหม

ไม่จำเป็นต้องใช้ CRM เต็มรูปแบบเสมอไป ธุรกิจขนาดเล็กอาจใช้ระบบง่าย ๆ ที่บันทึก Identifier และเชื่อมกับสถานะการขายได้ก็เพียงพอ ขึ้นกับความซับซ้อนของขั้นตอนขายที่มีอยู่

ควรวัด Conversion บนเว็บไซต์แบบไหนถ้าเว็บไซต์มีแค่ปุ่มไป LINE

ควรวัดทั้งการดูหน้าสินค้าและการกดปุ่มไป LINE แยกกัน เพื่อดูว่าคนสนใจสินค้าจริงแค่ไหนก่อนตัดสินใจกดปุ่ม ไม่ใช่ดูแค่จำนวนกดปุ่มรวมอย่างเดียว

ช่องว่างระหว่างกดปุ่มกับทักจริงควรอยู่ที่เท่าไรถึงจะถือว่าปกติ

ไม่มีตัวเลขตายตัวเพราะขึ้นกับแต่ละธุรกิจ แต่ถ้าช่องว่างนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของคนที่กดปุ่ม ควรตรวจสอบว่าข้อความต้อนรับหรือความเร็วในการตอบกลับมีปัญหาหรือไม่

ถ้าไม่มีทีมพัฒนา จะเชื่อมข้อมูลเว็บไซต์กับ LINE OA ได้ยังไง

อาจใช้บริการสำเร็จรูปที่ออกแบบมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ตั้งค่าเชื่อมข้อมูลได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง เหมาะกับธุรกิจที่ไม่มีทีมพัฒนาประจำ

ควรตรวจสอบระบบเชื่อมข้อมูลนี้บ่อยแค่ไหน

ควรตรวจอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือทุกครั้งที่มีการอัปเดตเว็บไซต์หรือเปลี่ยนแปลงหน้าตาปุ่มที่พาไปหา LINE เพราะการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ อาจทำให้ Identifier หลุดหายโดยไม่มีใครสังเกต

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่าน Attribution ให้ถูก เมื่อ Conversion มาช้ากว่าที่คลิกเกิดขึ้นจริง

อ่าน Attribution ให้ถูก เมื่อ Conversion มาช้ากว่าที่คลิกเกิดขึ้นจริง

Conversion Code ที่ติดไว้ถูกต้องยังไม่พอ ถ้าไม่เข้าใจว่าระบบ Attribution นับเวลาย้อนหลังยังไง อาจอ่านรายงานผิดทั้งที่ข้อมูลจริงถูกต้องอยู่แล้ว
แชทเข้ามาเต็มกล่องทุกวัน แต่ไม่รู้เลยว่าใครมาจากแอดตัวไหน

แชทเข้ามาเต็มกล่องทุกวัน แต่ไม่รู้เลยว่าใครมาจากแอดตัวไหน

แชทที่เข้ามาเยอะไม่ได้แปลว่าวัดผลได้ดี ถ้าไม่มีจุดจับคู่ระหว่างแชทกับแคมเปญต้นทาง ทีมก็จะได้แต่ปริมาณโดยไม่รู้ว่าแคมเปญไหนคุ้มค่าจริง
ตั้ง Base Code ก่อนเปลี่ยน Bidding Strategy กับหลังเปลี่ยน ต่างกันตรงไหน

ตั้ง Base Code ก่อนเปลี่ยน Bidding Strategy กับหลังเปลี่ยน ต่างกันตรงไหน

หลายทีมรีบเปลี่ยน Bidding Strategy ทันทีที่คิดว่าผลลัพธ์ไม่ดีพอ โดยลืมตรวจ Base Code ที่เป็นฐานของทุก Event ก่อน ทำให้ตีความผลลัพธ์หลังเปลี่ยนผิดพลาดไปทั้งระบบ