← กลับไปหน้าบทความ
ส่ง Conversion กลับ

ยิงแอดพาลูกค้าไป LINE แล้ววัดยอดขายจริงย้อนกลับมาได้จากตรงไหน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:53อัปเดต 12 ส.ค. 04:53อ่าน 3 นาที
ยิงแอดพาลูกค้าไป LINE แล้ววัดยอดขายจริงย้อนกลับมาได้จากตรงไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การทำ Offline Conversion จาก HubSpot กลับไปหาแพลตฟอร์มโฆษณา ต้องมี Click ID หรือ Identifier ที่เก็บไว้ตั้งแต่ลูกค้าคลิกแอด ผูกกับ Deal ที่บันทึกใน HubSpot จนถึงตอนปิดการขาย ถ้าไม่มีข้อมูลนี้ครบตั้งแต่ต้นทาง ต่อให้มี Deal ปิดสำเร็จอยู่ใน HubSpot มากแค่ไหน ก็ไม่มีทางส่งยอดขายกลับไปให้แพลตฟอร์มโฆษณารู้ได้เลยว่าแคมเปญไหนสร้างยอดขายจริง

ทีมการตลาดที่ยิงแอดพาคนเข้า LINE OA แล้วให้ทีมขายปิดการขายในแชท มักตั้งใจดีด้วยการเก็บทุก Lead ไว้ใน HubSpot อย่างเป็นระบบ มี Deal ครบ มีสถานะอัปเดตตลอด แต่พอถึงเวลาต้องตอบคำถามว่าแคมเปญไหนสร้างยอดขายได้จริงเท่าไร กลับพบว่าไม่มีทางเชื่อมข้อมูลจาก HubSpot กลับไปหาแพลตฟอร์มโฆษณาได้เลย เพราะสองระบบไม่เคยคุยกันตั้งแต่ต้น

สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะ HubSpot หรือแพลตฟอร์มโฆษณาทำงานผิด แต่เพราะไม่มีจุดเชื่อมที่เรียกว่า Identifier ซึ่งต้องเก็บไว้ตั้งแต่ลูกค้าคลิกแอดครั้งแรก แล้วส่งต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงตอนที่ Deal ปิดสำเร็จใน HubSpot ถ้าขาดจุดนี้ไปแม้แต่ขั้นตอนเดียว ข้อมูลยอดขายที่มีอยู่จริงก็จะกลายเป็นข้อมูลที่ใช้ส่งกลับไปหาแอดไม่ได้

บทความนี้จะไล่ให้เห็นว่าควรเก็บอะไรบ้างตั้งแต่คลิกแอดจนถึง Deal ปิดสำเร็จ ทำไมข้อมูลบางส่วนที่ดูเหมือนไม่สำคัญถึงเป็นตัวตัดสินว่าจะทำ Offline Conversion ได้หรือไม่ ควรวาง Workflow ใน HubSpot แบบไหนให้พร้อมสำหรับงานนี้ และใครในทีมควรเป็นเจ้าของแต่ละขั้นตอนเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างที่ไม่มีใครรับผิดชอบ

ทำไมมี Deal ปิดสำเร็จเยอะ แต่ส่งยอดขายกลับไปหาแอดไม่ได้

ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะ HubSpot กับแพลตฟอร์มโฆษณาเป็นคนละระบบที่ไม่รู้จักกันโดยธรรมชาติ HubSpot รู้แค่ว่า Deal นี้ชื่ออะไร มูลค่าเท่าไร ปิดวันไหน แต่ไม่รู้เลยว่า Deal นี้มาจาก Click ของแอดตัวไหน เพราะข้อมูลนั้นไม่เคยถูกส่งเข้ามาตั้งแต่ต้น ถ้าธุรกิจไม่มีขั้นตอนเก็บ Click ID หรือ Identifier ตั้งแต่ลูกค้าคลิกแอดแล้วส่งต่อไปพร้อมกับ Contact และ Deal ที่สร้างขึ้น ก็ไม่มีทางย้อนกลับไปบอกได้ว่า Deal นี้ควรให้เครดิตกับแคมเปญไหน

บางทีมพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการเดา เช่น ดูว่า Deal ปิดในช่วงเวลาที่แคมเปญไหนกำลังยิงอยู่ แล้วสรุปเอาว่าน่าจะมาจากแคมเปญนั้น วิธีนี้ไม่ใช่การวัดผลที่แม่นยำ เพราะช่วงเวลาเดียวกันอาจมีหลายแคมเปญยิงพร้อมกัน หรือลูกค้าอาจมาจากช่องทางอื่นที่ไม่เกี่ยวกับแอดเลยก็ได้ การเดาแบบนี้ให้ภาพที่ดูสมเหตุสมผลแต่ไม่มีหลักฐานรองรับจริง ปัญหานี้เป็นรูปแบบเดียวกับสิ่งที่เรียกว่าช่องว่างระหว่างคลิกกับ LINE คือมีข้อมูลอยู่สองฝั่งแต่ไม่มีจุดเชื่อมกลาง จึงต้องแก้ที่ต้นทางด้วยการเก็บ Identifier ให้ครบ ไม่ใช่แก้ด้วยการประมาณค่าเอาทีหลัง

ข้อมูลที่ต้องเก็บตั้งแต่คลิกแอดจนถึง Deal ปิดสำเร็จ

เพื่อให้ Offline Conversion ทำได้จริง ต้องมีข้อมูลเหล่านี้เชื่อมกันตลอดเส้นทางของลูกค้า:

  • Click ID ที่เกิดขึ้นตอนลูกค้าคลิกแอด เก็บไว้ตั้งแต่จุดแรกสุดก่อนจะพาไปยัง LINE OA
  • Identifier ที่ผูก Click ID นั้นเข้ากับ Contact ที่ถูกสร้างใน HubSpot ตอนลูกค้าทักแชท
  • Deal ที่สร้างขึ้นจาก Contact นั้น พร้อมมูลค่าและวันที่ปิดที่ถูกต้อง
  • สถานะของ Deal ที่อัปเดตชัดเจนว่าปิดสำเร็จ ไม่ใช่แค่อยู่ในขั้นตอนเสนอราคา

วาง Workflow ใน HubSpot ให้พร้อมสำหรับ Offline Conversion

การเตรียม Workflow ให้พร้อมสำหรับ Offline Conversion ควรทำตามลำดับนี้ เพื่อให้ข้อมูลที่ต้องใช้ครบตั้งแต่ต้นจนจบ:

  1. สร้าง Custom Property ใน HubSpot สำหรับเก็บ Click ID หรือ Identifier ตั้งแต่ตอน Contact ถูกสร้างขึ้น
  2. ตั้งค่าให้ Property นี้ถูกส่งต่อไปยัง Deal ที่สร้างจาก Contact นั้นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องให้พนักงานกรอกเอง
  3. กำหนด Deal Stage ที่ชัดเจนว่าขั้นตอนไหนคือ 'ปิดสำเร็จ' จริง ไม่ใช่แค่ 'กำลังเจรจา' หรือ 'รอลูกค้าตัดสินใจ'
  4. ตั้งรอบดึงข้อมูล Deal ที่ปิดสำเร็จพร้อม Identifier ออกมาเป็นชุด เพื่อส่งกลับไปหาแพลตฟอร์มโฆษณาตามรูปแบบที่แต่ละแพลตฟอร์มกำหนด
  5. ทดสอบกับ Deal จำนวนน้อยก่อน ตรวจว่า Identifier ที่ส่งกลับไปจับคู่กับ Click ต้นทางได้ถูกต้อง ก่อนขยายเป็นกระบวนการเต็มรูปแบบ

ตารางเทียบแหล่งข้อมูลที่ใช้ทำ Offline Conversion ได้และไม่ได้

ไม่ใช่ทุกวิธีบันทึกข้อมูลจะใช้ทำ Offline Conversion ได้ ตารางนี้เทียบให้เห็นว่าแบบไหนใช้ได้จริงและแบบไหนยังไม่พอ:

แหล่งข้อมูลมี Identifier เชื่อม Click หรือไม่ใช้ทำ Offline Conversion ได้ไหม
HubSpot ที่ตั้งค่า Custom Property ไว้มี ตั้งแต่ Contact ถูกสร้างได้ ถ้า Workflow ส่งต่อ Identifier ครบ
สมุดบันทึกของแอดมินไม่มีไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมาบันทึกในระบบก่อน
แชท LINE ที่ไม่มีการติดแท็กแคมเปญไม่มีไม่ได้ ต้องเก็บ Identifier ตั้งแต่คลิกแอด
สเปรดชีตที่กรอกด้วยมือไม่สม่ำเสมอมีบางส่วน ไม่ครบทุกแถวได้บางส่วน แต่ Match Rate ต่ำ

จุดที่ธุรกิจขาย LINE OA มักพลาดตอนเชื่อม Identifier เข้า HubSpot

จุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือช่วงเปลี่ยนผ่านจากตอนลูกค้าคลิกแอดไปเปิด LINE OA เพราะเป็นขั้นตอนที่ลูกค้าออกจากหน้าเว็บหรือหน้าแอดไปอยู่ในแอป LINE ถ้าไม่มีการส่ง Identifier ติดไปกับลิงก์ที่พาไปเปิดแชท ข้อมูลนั้นจะขาดตอนตรงนี้ทันที ต่อให้ HubSpot เตรียม Custom Property ไว้พร้อมแค่ไหน ก็ไม่มีค่าอะไรให้กรอกเข้าไปอยู่ดี

ระบบที่ออกแบบมาสำหรับเก็บ Identifier ตั้งแต่คลิกแอดจนถึงตอนทักเข้า LINE อย่าง linli ช่วยปิดช่องว่างตรงจุดเปลี่ยนผ่านนี้ได้ ทำให้ Identifier ที่จำเป็นสำหรับ Offline Conversion ยังติดไปกับ Contact ที่ถูกสร้างใน HubSpot ตามการเชื่อมต่อที่เปิดใช้งานจริง แต่ธุรกิจยังต้องเป็นคนตั้งค่า Workflow ฝั่ง HubSpot และแพลตฟอร์มโฆษณาเองให้ครบด้วย ไม่ใช่แค่ติดตั้งแล้วจบ

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้คือกรณีลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างทาง เช่น คลิกแอดจากมือถือเครื่องหนึ่งแล้วเปิด LINE OA จากมือถืออีกเครื่อง หรือเปิดจากคอมพิวเตอร์แทน ในกรณีแบบนี้ Identifier ที่เก็บไว้บนอุปกรณ์แรกอาจไม่ตามไปด้วย ทำให้ Match Rate ลดลงโดยธรรมชาติแม้จะตั้งค่าทุกอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม ธุรกิจควรยอมรับว่าจะมีบางส่วนที่จับคู่ไม่ได้เสมอ และไม่ควรตั้งความคาดหวังว่าจะเห็นยอดขายย้อนกลับไปหาแอดได้ครบทุกรายการ

ธุรกิจขนาดเล็กใช้เวลาเท่าไรกว่าจะเริ่มส่ง Offline Conversion ได้จริง

ทีมที่เพิ่งเริ่มต้นมักถามว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มเห็นข้อมูล Offline Conversion ไหลกลับไปหาแอดได้จริง คำตอบขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้ HubSpot มี Custom Property สำหรับเก็บ Identifier อยู่แล้วหรือยัง และลิงก์ที่พาลูกค้าจากแอดไปยัง LINE OA มีการส่ง Identifier ติดไปด้วยหรือไม่ ถ้ายังไม่มีทั้งสองส่วนนี้ ทีมขนาดเล็กที่มีคนดูแลระบบไม่กี่คนมักใช้เวลาประมาณสองถึงสามสัปดาห์ในการตั้งค่า Custom Property ทดสอบการส่ง Identifier ผ่านลิงก์ และตรวจสอบว่า Deal ที่สร้างขึ้นมี Identifier ติดมาครบก่อนจะเริ่มส่งข้อมูลจริงไปหาแพลตฟอร์มโฆษณา

ช่วงสองสัปดาห์แรกมักใช้ไปกับการตั้งค่าฝั่ง HubSpot และทดสอบว่า Workflow ทำงานถูกต้อง ส่วนสัปดาห์ที่สามมักเป็นช่วงที่พบปัญหาเล็ก ๆ ที่ต้องแก้ เช่น Identifier บางส่วนไม่ติดมาเพราะลิงก์บางจุดยังไม่ได้อัปเดต หรือ Deal Stage ที่ตั้งไว้ยังไม่ครอบคลุมทุกกรณีที่ถือว่าปิดสำเร็จจริง ธุรกิจที่มีระบบเก็บ Identifier ตั้งแต่คลิกแอดต่อเนื่องมาถึงฝั่งการส่งข้อมูลแบบ Server to Server อยู่แล้ว มักใช้เวลาสั้นกว่านี้ เพราะจุดเชื่อมต่อระหว่างคลิกแอดกับ LINE OA พร้อมอยู่แล้ว เหลือแค่ต่อสายไปหา HubSpot เพิ่มอีกจุดเดียว

สิ่งที่ควรระวังคือไม่ควรรีบเปิดใช้งานจริงกับ Deal ทุกรายการทันทีที่ตั้งค่าเสร็จ ควรทดสอบกับ Deal จำนวนน้อยก่อนสักหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ตรวจว่า Identifier ที่ส่งกลับไปจับคู่กับ Click ต้นทางถูกต้องจริง แล้วค่อยขยายเป็นกระบวนการเต็มรูปแบบ เพราะถ้าเริ่มส่งข้อมูลผิดตั้งแต่ต้นในปริมาณมาก จะแก้ไขย้อนหลังยากกว่าการตรวจสอบให้ถูกต้องตั้งแต่ช่วงทดสอบ ธุรกิจที่เคยตั้งค่าการนำเข้าข้อมูลย้อนหลังแบบOffline Conversion Import ในช่องทางอื่นมาก่อน มักเข้าใจขั้นตอนทดสอบนี้ได้เร็วกว่า เพราะหลักการตรวจสอบ Match Rate ก่อนขยายผลเหมือนกัน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Offline Conversion ส่งไม่สำเร็จ

ข้อผิดพลาดแรกคือ Deal Stage ที่ตั้งไว้ไม่ชัดเจนพอ ทำให้ดึงข้อมูล Deal ที่ปิดสำเร็จจริงกับ Deal ที่ยังอยู่ระหว่างเจรจาปนกันมา ส่งผลให้ยอดที่ส่งกลับไปหาแอดสูงเกินจริงหรือมีบาง Deal ที่ยังไม่ควรนับ ข้อผิดพลาดที่สองคือลืมตัด Deal ที่ถูกยกเลิกหรือคืนเงินออกจากชุดข้อมูลก่อนส่ง ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกับยอดขายสุทธิจริง

ข้อผิดพลาดที่สามคือ Identifier ที่เก็บไว้หมดอายุหรือไม่ตรงกับรูปแบบที่แพลตฟอร์มโฆษณาต้องการอีกต่อไป เพราะแพลตฟอร์มบางแห่งมีกำหนดระยะเวลาที่ Click ID ยังใช้จับคู่ได้ ถ้า Deal ใช้เวลานานเกินกรอบนั้นกว่าจะปิดสำเร็จ การส่งข้อมูลกลับไปอาจไม่ถูกจับคู่กับแคมเปญต้นทางอีกแล้ว ควรตรวจสอบเงื่อนไขนี้ของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนวางแผนรอบอัปโหลดข้อมูล

ข้อผิดพลาดที่สี่ที่พบได้บ่อยในทีมที่เพิ่งเริ่มทำเรื่องนี้คือมอบหมายให้พนักงานคนเดียวเป็นคนดึงข้อมูลและอัปโหลดโดยไม่มีคนตรวจทานซ้ำ ทำให้ความผิดพลาดเล็ก ๆ อย่างการกรอกมูลค่า Deal ผิดหลักหรือเลือกช่วงวันที่ผิด ไม่ถูกจับได้ก่อนส่งออกไป ควรมีขั้นตอนตรวจทานโดยคนที่สองก่อนอัปโหลดทุกรอบ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ระบบยังไม่ผ่านการทดสอบมานาน

ใครควรรับผิดชอบอะไรบ้างในกระบวนการ Offline Conversion

งานนี้ไม่ใช่หน้าที่ของทีมใดทีมหนึ่งเพียงลำพัง เพราะต้องอาศัยข้อมูลจากหลายจุดที่แต่ละทีมดูแลอยู่คนละส่วน ทีมการตลาดมักเป็นคนดูแลว่า Identifier ถูกส่งมาพร้อมกับลิงก์ที่พาลูกค้าไปยัง LINE OA หรือไม่ ทีมขายเป็นคนอัปเดตสถานะ Deal ให้ตรงกับความเป็นจริงในแต่ละขั้นตอน ส่วนทีมเทคนิคหรือคนที่ดูแลระบบเป็นคนตั้งค่า Workflow ให้ข้อมูลไหลจาก Contact ไปยัง Deal และดึงออกมาส่งกลับไปหาแพลตฟอร์มโฆษณาได้ถูกต้อง

ถ้าไม่มีการแบ่งบทบาทให้ชัดตั้งแต่ต้น มักเกิดเหตุการณ์ที่แต่ละทีมคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนดูแลจุดนั้น ทำให้บางขั้นตอนถูกละเลยไปโดยไม่มีใครรู้ตัว เช่น ทีมการตลาดคิดว่าทีมเทคนิคตั้งค่า Identifier ให้แล้ว แต่ทีมเทคนิคยังรอให้ทีมการตลาดยืนยันรูปแบบลิงก์ก่อน สุดท้ายไม่มีใครลงมือทำจนกว่าจะมีคนสังเกตเห็นว่าข้อมูลไม่ครบตอนถึงเวลาต้องรายงานผล การกำหนดเจ้าของงานแต่ละจุดให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรกจึงช่วยลดความเสี่ยงแบบนี้ได้มาก

สรุป

การมี Deal ปิดสำเร็จเยอะใน HubSpot ไม่ได้แปลว่าจะส่งยอดขายกลับไปหาแพลตฟอร์มโฆษณาได้เสมอไป หัวใจสำคัญคือต้องมี Identifier ที่เชื่อมตั้งแต่ลูกค้าคลิกแอดจนถึงตอน Deal ปิดสำเร็จ ถ้าขาดจุดเชื่อมนี้แม้แต่ขั้นตอนเดียว ข้อมูลยอดขายที่มีอยู่จริงก็ใช้ทำ Offline Conversion ไม่ได้

ธุรกิจที่ยิงแอดพาลูกค้าเข้า LINE OA ควรเตรียม Custom Property ใน HubSpot สำหรับเก็บ Identifier ตั้งแต่ต้น กำหนด Deal Stage ที่ชัดเจนว่าขั้นตอนไหนคือปิดสำเร็จจริง และตรวจสอบกรอบเวลาที่แพลตฟอร์มโฆษณายอมรับการจับคู่ Click ID ก่อนวางแผนรอบส่งข้อมูล

  • ต้องมี Identifier เชื่อม Click ต้นทางกับ Contact และ Deal ใน HubSpot ตั้งแต่ต้น
  • กำหนด Deal Stage ให้ชัดว่าขั้นตอนไหนคือปิดสำเร็จจริง ก่อนดึงข้อมูลไปส่งกลับ
  • ตรวจสอบกรอบเวลาที่แพลตฟอร์มโฆษณายอมรับการจับคู่ Click ID ก่อนวางแผนรอบอัปโหลด
  • ตัด Deal ที่ยกเลิกหรือคืนเงินออกจากชุดข้อมูลก่อนส่ง เพื่อไม่ให้ยอดสูงเกินความเป็นจริง

คำถามที่พบบ่อย

มี Deal ปิดสำเร็จเยอะใน HubSpot แต่ทำไมส่งยอดขายกลับไปหาแอดไม่ได้

เพราะไม่มี Identifier ที่เชื่อม Deal นั้นกับ Click ต้นทางของแอด ถ้าไม่ได้เก็บ Click ID ตั้งแต่ตอนลูกค้าคลิกแอด ต่อให้มี Deal ปิดสำเร็จมากแค่ไหนก็ส่งกลับไปจับคู่กับแคมเปญไม่ได้

ควรเก็บ Identifier ไว้ใน HubSpot ตรงไหน

ควรสร้าง Custom Property สำหรับเก็บ Click ID หรือ Identifier ตั้งแต่ตอน Contact ถูกสร้าง แล้วตั้งค่าให้ค่านั้นถูกส่งต่อไปยัง Deal ที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ

Deal Stage ไหนควรถือว่าพร้อมส่งเป็น Offline Conversion

ควรเป็น Deal Stage ที่ยืนยันแล้วว่าปิดสำเร็จจริง มีการชำระเงินหรือยืนยันคำสั่งซื้อแล้ว ไม่ใช่ขั้นตอนที่ยังอยู่ระหว่างเสนอราคาหรือรอลูกค้าตัดสินใจ

ถ้า Deal ใช้เวลานานกว่าจะปิด จะยังส่ง Offline Conversion ได้ไหม

ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่แพลตฟอร์มโฆษณากำหนดไว้สำหรับการจับคู่ Click ID ถ้าเกินกรอบเวลานั้น ข้อมูลอาจไม่ถูกจับคู่กับแคมเปญต้นทางอีกต่อไป ควรตรวจสอบเงื่อนไขนี้ก่อนวางแผน

ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้ HubSpot ควรเริ่มเตรียมข้อมูลตรงไหนก่อน

ควรเริ่มจากการสร้าง Custom Property สำหรับเก็บ Identifier และตรวจสอบว่าลิงก์ที่พาลูกค้าจากแอดไปยัง LINE OA มีการส่ง Identifier ติดไปด้วยหรือไม่ ก่อนจะไปวางแผนขั้นตอนอื่น

ใช้สเปรดชีตแทน HubSpot ทำ Offline Conversion ได้ไหม

ได้ในระดับหนึ่งถ้ากรอกข้อมูล Identifier ครบทุกแถวอย่างสม่ำเสมอ แต่ในทางปฏิบัติมักมี Match Rate ต่ำกว่าการใช้ระบบที่บันทึกอัตโนมัติ เพราะการกรอกด้วยมือมีโอกาสตกหล่นสูงกว่า และถ้าลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างคลิกแอดกับเปิด LINE OA ก็มีโอกาสจับคู่ไม่ได้เพิ่มขึ้นไปอีก

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Google Ads → LINE Checker

ตรวจหน้า Landing ของคุณว่า gclid, UTM และเส้นทางเข้า LINE พร้อมส่ง Conversion กลับ Google Ads หรือยัง

ตรวจความพร้อมฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

OCR อ่านสลิปเองกับให้แอดมินคีย์มือ ต่างกันตรงไหนบ้าง

OCR อ่านสลิปเองกับให้แอดมินคีย์มือ ต่างกันตรงไหนบ้าง

ร้านที่ออเดอร์เยอะขึ้นเริ่มมองหา OCR มาช่วยอ่านสลิปแทนแอดมิน แต่ก่อนตัดสินใจเปลี่ยน ควรรู้ก่อนว่าแต่ละวิธีแลกอะไรไปกับอะไร ไม่ใช่แค่เรื่องเร็วหรือช้า
สลิปโอนเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องผูกกลับเป็น Conversion ให้แอดเห็น

สลิปโอนเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องผูกกลับเป็น Conversion ให้แอดเห็น

แอดมินเก็บสลิปโอนเงินไว้เต็มโฟลเดอร์ แต่ Ads Manager ยังนับว่าแคมเปญนี้ไม่มีคนซื้อ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สลิปหาย แต่อยู่ที่ไม่มีใครส่งข้อมูลนั้นกลับไปหาแพลตฟอร์มโฆษณาเป็น Conversion Event
Order ID กับ Transaction ID: ตัวช่วยกันซ้ำที่ธุรกิจส่วนใหญ่มองข้าม

Order ID กับ Transaction ID: ตัวช่วยกันซ้ำที่ธุรกิจส่วนใหญ่มองข้าม

รายงานยอดขายเดือนนี้สูงกว่าเงินที่เข้าบัญชีจริงอยู่หลายพันบาท สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่ใครโกง แต่คือ Conversion เดียวกันถูกนับซ้ำเพราะไม่มี Order ID เป็นตัวกันซ้ำตั้งแต่ต้น