← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ทำไมคนสแกน QR code หน้าร้านแล้วเข้า LINE แต่ระบบนับไม่ได้สักคน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:51อัปเดต 12 ส.ค. 04:51อ่าน 5 นาที
ทำไมคนสแกน QR code หน้าร้านแล้วเข้า LINE แต่ระบบนับไม่ได้สักคน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

QR Code ที่นับไม่ได้ ส่วนใหญ่เกิดจากใช้ลิงก์ LINE OA ตรง ๆ โดยไม่ผ่านหน้าเว็บหรือ Tracking Link ที่มี GTM ติดตั้งอยู่ วิธีแก้คือให้ QR Code ทุกจุดพาไปยัง URL กลางที่แยก Parameter ตามตำแหน่งการวาง แล้วให้ GTM จับ Event ก่อนจะพาไป LINE อีกที

ร้านกาแฟแห่งหนึ่งพิมพ์ QR Code แปะไว้ที่โต๊ะทุกตัว พร้อมข้อความชวนสแกนเพิ่มเพื่อนรับส่วนลด เจ้าของร้านมั่นใจมากว่าลูกค้าสแกนกันเยอะ เพราะเห็นคนก้มมือถือส่องโต๊ะตลอดเวลา แต่พอเปิด Analytics ดู กลับไม่เจอ Event ไหนที่บอกว่ามีคนสแกน QR เข้ามาเลยสักครั้ง

สาเหตุไม่ใช่เพราะไม่มีคนสแกน แต่เพราะ QR Code นั้นชี้ตรงไปยังลิงก์ LINE OA โดยตรง ไม่ได้ผ่านหน้าเว็บหรือระบบใดที่มี Tracking ติดตั้งอยู่เลย พูดง่าย ๆ คือ QR Code พาคนข้ามระบบวัดผลไปเลย เหมือนมีประตูอีกบานที่เปิดตรงเข้า LINE โดยไม่ผ่านจุดตรวจใด ๆ

บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมช่องทางออฟไลน์อย่าง QR Code ถึงวัดผลยากกว่าออนไลน์ และวิธีออกแบบ URL เบื้องหลัง QR Code ให้ GTM จับ Event ได้ตั้งแต่คลิกแรก โดยไม่ทำให้ประสบการณ์การสแกนช้าลงจนลูกค้ารำคาญ

โดยพื้นฐานแล้ว QR Code เป็นแค่ ‘ภาพที่เก็บ URL’ ไว้ให้กล้องมือถืออ่าน ปลายทางของมันจะเป็น Tracking Link ผ่านเว็บ หรือ Deep Link ตรงเข้าแอป ก็ได้ทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับว่าตอนสร้าง QR Code นั้นเข้ารหัส URL อะไรไว้ข้างใน นี่คือจุดที่หลายร้านพลาด เพราะเครื่องมือสร้าง QR Code ส่วนใหญ่มักดึงลิงก์ LINE OA มาใช้ตรง ๆ โดยไม่ผ่านการออกแบบ Tracking

ความต่างสำคัญคือ QR Code มักถูกวางในพื้นที่กายภาพที่ไม่มีบริบทดิจิทัลรอบข้าง เช่น บนโต๊ะ บนใบปลิว หรือบนป้ายหน้าร้าน ทำให้ไม่มี UTM หรือ Referrer ติดมาให้อัตโนมัติเหมือนลิงก์บนเว็บ ต้องออกแบบURL ที่ฝังอยู่หลัง QR Code ให้มี Parameter ระบุตำแหน่งไว้ตั้งแต่ตอนสร้างเลย ปัญหานี้ใกล้เคียงกับแรงเสียดทานของ QR Code ที่ทำให้คนสแกนแล้วไม่ไปต่อซึ่งควรพิจารณาคู่กัน

ตัวแปรที่ทำให้ QR Code เก็บ Attribution ยากกว่าลิงก์บนเว็บ

ลิงก์บนเว็บมักมี Session, Referrer และ UTM ติดมาตามธรรมชาติของการคลิกจากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่ง แต่ QR Code เริ่มต้นจากศูนย์เสมอ ไม่มีอะไรบอกที่มาเลยนอกจากสิ่งที่คุณเข้ารหัสไว้ในตัว QR Code เองล่วงหน้า ถ้าไม่ได้วางแผนไว้ก่อนพิมพ์ QR Code ออกมา ก็ไม่มีทางย้อนกลับไปเพิ่ม Parameter ได้ทีหลังโดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งหมด

อีกตัวแปรคือ QR Code หนึ่งภาพอาจถูกใช้ในหลายบริบทพร้อมกัน เช่น ภาพเดียวกันถูกแชร์ต่อในโซเชียล หรือถูกถ่ายรูปแล้วส่งต่อกันเอง ทำให้ยอดสแกนที่วัดได้ไม่ได้มาจากตำแหน่งที่ตั้งใจวางไว้เสมอไป ต้องยอมรับว่าตัวเลขจาก QR Code เป็นภาพประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขที่แม่นระดับเป๊ะเหมือนลิงก์ดิจิทัลบางประเภท

ออกแบบ URL หลัง QR ให้ GTM จับได้ตั้งแต่คลิกแรก

หลักการสำคัญคือห้ามให้ QR Code ชี้ไปยังลิงก์ LINE OA ตรง ๆ เด็ดขาด ต้องให้ชี้ไปยัง URL กลางที่มี GTM ติดตั้งอยู่ก่อนเสมอ

  1. สร้างหน้า Landing Page สั้น ๆ หรือใช้ Redirect Service ที่รองรับ Tracking แทนการชี้ QR ไปยังลิงก์ LINE OA โดยตรง
  2. กำหนด URL Parameter ที่ระบุตำแหน่งของ QR Code แต่ละจุดไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบ เช่น qr_source=table-a3 หรือ qr_source=flyer-mall
  3. ตั้ง Trigger ใน GTM ให้ยิง Event ทันทีที่หน้า Landing Page นี้โหลด พร้อมอ่านค่า Parameter จาก URL แนบไปกับ Event
  4. ตั้งค่า Redirect ให้เปลี่ยนหน้าไปยัง LINE OA ทันทีหลังยิง Event เสร็จ โดยหน่วงเวลาให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกช้า
  5. พิมพ์ QR Code จาก URL กลางนี้แทนลิงก์ LINE OA ตรง ๆ แล้วทดสอบสแกนจริงก่อนแจกจ่ายจริง

ทดสอบ QR ด้วยอุปกรณ์และเครือข่ายจริง ไม่ใช่แค่ Preview บนคอม

การทดสอบ QR Code ต้องทำผ่านกล้องมือถือจริง ไม่ใช่แค่คลิกลิงก์บนคอมพิวเตอร์ เพราะพฤติกรรมกล้องแต่ละยี่ห้อจัดการ QR Code ต่างกัน และเครือข่ายมือถือในพื้นที่จริง เช่น สัญญาณอ่อนในร้านที่อยู่ชั้นใต้ดิน อาจทำให้หน้า Landing Page โหลดช้าจนกระทบต่อประสบการณ์และอัตราการยิง Event สำเร็จ

สภาพแวดล้อมที่ควรทดสอบสิ่งที่ต้องเช็ค
สัญญาณมือถือปกติหน้า Landing Page โหลดเร็วพอไหม
สัญญาณอ่อนหรือ Wi-Fi ร้านยังยิง Event ทันก่อน Redirect หรือไม่
กล้องมือถือหลายยี่ห้ออ่าน QR Code ได้ตรงกับ URL ที่ตั้งใจไหม
สแกนซ้ำจากเครื่องเดิมEvent นับซ้ำหรือกันซ้ำได้ตามที่ตั้งใจ

QR แต่ละจุดควรแยก Tracking กันยังไง (หน้าร้าน, ใบปลิว, บูธ)

ถ้าธุรกิจมี QR Code หลายจุดพร้อมกัน เช่น บนโต๊ะร้าน บนใบปลิวที่แจกหน้าห้าง และบนป้ายในบูธงานอีเวนต์ ควรแยก Parameter ให้ต่างกันชัดเจนในแต่ละจุด ไม่ใช้ URL เดียวกันซ้ำทุกที่ เพราะถ้าใช้ URL เดียวกันหมด คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าช่องทางไหนพาลูกค้ามาได้จริง แม้จะเห็นยอดสแกนรวมสูงก็ตาม

การแยก Parameter ยังช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงจุดในอนาคต เช่น ถ้าพบว่า QR บนใบปลิวแทบไม่มีคนสแกนเลยเทียบกับ QR บนโต๊ะร้าน อาจถึงเวลาต้องทบทวนว่าคุ้มไหมที่จะพิมพ์ใบปลิวต่อ แทนที่จะเดาจากความรู้สึกว่า ‘คนคงไม่ค่อยหยิบใบปลิวอ่าน’

ข้อจำกัดที่ยอมรับได้เมื่อวัด QR Code

ต่อให้ออกแบบ URL ดีแค่ไหน ก็ยังมีบางกรณีที่วัดไม่ได้เสมอไป เช่น คนถ่ายภาพ QR Code แล้วเอาไปเปิดทีหลังผ่านแอปอ่าน QR อื่นที่ไม่ได้ผ่านกล้องมือถือของตัวเอง หรือคนแชร์ภาพ QR Code ต่อให้เพื่อนสแกนแทน ซึ่งทำให้ตำแหน่งจริงที่คนสแกนไม่ตรงกับตำแหน่งที่ QR Code ถูกวางไว้เดิมเสมอไป

สิ่งที่ทำได้คือยอมรับว่าตัวเลขจากการผูก Attribution ของ QR Codeเป็นภาพประมาณการที่ใกล้เคียงความจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่แม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วใช้มันเพื่อเปรียบเทียบแนวโน้มระหว่างจุดต่าง ๆ มากกว่าจะยึดเป็นตัวเลขสัมบูรณ์สำหรับการรายงานทางการเงิน ถ้าต้องการใช้ Parameter หลายชุดพร้อมกันในหลายจุด ควรออกแบบเป็นโครงสร้าง UTM แบบไดนามิกเพื่อลดงานจัดการซ้ำ

ทดสอบ Trigger ของ URL หลัง QR ผ่าน Preview Mode โดยไม่ต้องสแกนจริง

ข้อดีอย่างหนึ่งของการให้ QR Code ชี้ไปยัง URL กลางที่มี GTM ติดตั้งคือทดสอบได้โดยไม่ต้องพิมพ์ QR Code จริงออกมาก่อน แค่พิมพ์ URL พร้อม Parameter ที่ตั้งใจใช้ เช่น https://example.com/go-line?qr_source=table-a3 ลงในเบราว์เซอร์มือถือโดยตรง แล้วเปิด GTM Preview Mode คู่กันไปดูว่า Trigger ที่ตั้งไว้จับ Event และอ่านค่า qr_source ได้ถูกต้องหรือไม่ ก่อนจะพิมพ์ QR Code จริงออกมาแจกจ่าย

จุดที่มักตั้งค่าผิดคือเลือก Trigger ประเภท Window Loaded แทนที่จะเป็น DOM Ready หรือ Page View ทั่วไป เพราะ Window Loaded รอให้ทรัพยากรทุกอย่างในหน้าโหลดเสร็จก่อน รวมถึงรูปภาพและสคริปต์อื่น ซึ่งช้ากว่าจังหวะที่ Script Redirect จะพาไปยัง LINE OA มาก ทำให้ Event ยิงไม่ทันก่อนเปลี่ยนหน้า ควรใช้ Trigger ที่ทำงานเร็วที่สุดเท่าที่ Variable ที่ต้องใช้พร้อมใช้งานจริง เพื่อแข่งกับเวลาที่มีจำกัดก่อน Redirect

ยิง Event ด้วย dataLayer.push แทนพึ่ง Auto-Event Trigger เพียงอย่างเดียว

สำหรับหน้า Landing Page ที่ต้อง Redirect ทันที การพึ่ง Trigger ประเภท Page View มาตรฐานอย่างเดียวมีความเสี่ยงเรื่องจังหวะเวลา เพราะ GTM ต้องโหลด Container และประมวลผล Trigger ให้เสร็จก่อน ซึ่งบางครั้งช้ากว่าที่ควรถ้าเน็ตช้าหรือ Container มี Tag เยอะ วิธีที่แม่นยำกว่าคือให้สคริปต์บนหน้า Landing Page เขียน dataLayer.push เองโดยตรงก่อนสั่ง Redirect เช่น window.dataLayer.push({event: 'qr_scan', qr_source: 'table-a3', qr_medium: 'onsite'}) แล้วตั้ง Trigger แบบ Custom Event ใน GTM ให้ฟังชื่อ event นี้โดยเฉพาะ วิธีนี้รับประกันว่า Event จะถูกส่งเข้า Data Layer ก่อน Redirect เสมอ ไม่ต้องพึ่งจังหวะการโหลดของ GTM Container ที่ควบคุมไม่ได้

โครงสร้าง Payload ที่ดีควรมี key ที่อ่านง่ายและตั้งชื่อสอดคล้องกันทุกจุด ไม่ใช่แต่ละคนตั้ง key ต่างกันในแต่ละ QR เช่นบางจุดใช้ source บางจุดใช้ src ซึ่งทำให้ตอนดึงค่าไปสร้าง Variable ใน GTM ต้องมาสร้างซ้ำหลายตัวโดยไม่จำเป็น ควรกำหนดมาตรฐาน key ไว้ล่วงหน้าในเอกสารทีมก่อนเริ่มพิมพ์ QR Code จุดแรก แล้วให้ทุกหน้า Landing Page ใช้ชื่อ key ชุดเดียวกันตลอด เพื่อให้ Variable และ Trigger ใน GTM ใช้ซ้ำได้กับทุกจุดโดยไม่ต้องสร้างใหม่ทุกครั้งที่เพิ่ม QR Code จุดใหม่

เวลาดีบักด้วย Preview Mode ให้เปิดแท็บ Variables คู่กับแท็บ Summary แล้วดูว่า Custom Event ชื่อ qr_scan ขึ้นมาในลำดับ Event จริงหรือไม่ก่อนที่ Redirect Event จะเกิดตามมา ถ้าไม่เห็น qr_scan เลย แปลว่าสคริปต์ dataLayer.push ไม่ได้ทำงานตามที่ตั้งใจ อาจเพราะสคริปต์วางไว้หลังโค้ด Redirect หรือมี Error ใน JavaScript ที่ทำให้บรรทัด push ไม่ถูกรันเลย ต้องเปิด Console ของเบราว์เซอร์เช็คควบคู่ไปด้วยเสมอ เพราะ Preview Mode จะไม่ฟ้อง Error ของ JavaScript ฝั่งหน้าเว็บให้ ถ้าโค้ดพังตั้งแต่ต้นทาง GTM ก็ไม่มีทางเห็น Event นั้นเลย

สรุป

ที่ระบบนับ QR Code ไม่ได้สักคน ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนสแกน แต่เป็นเพราะ QR Code พาคนข้ามระบบวัดผลไปโดยไม่ผ่านจุดตรวจใดเลย การแก้คือให้ QR Code ทุกภาพชี้ไปยัง URL กลางที่มี GTM ติดตั้งไว้ก่อนเสมอ ไม่ใช่ชี้ไปที่ลิงก์ LINE OA ตรง ๆ

ต้องยอมรับว่าข้อมูลจาก QR Code เป็นภาพประมาณการ เพราะช่องทางออฟไลน์มีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้เยอะกว่าออนไลน์มาก แต่การมีข้อมูลแม้จะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ยังดีกว่าการเดาจากความรู้สึกว่าคนสแกนเยอะหรือน้อย

  • ห้ามให้ QR Code ชี้ไปยังลิงก์ LINE OA ตรง ๆ ต้องผ่าน URL กลางที่มี GTM ก่อน
  • แยก Parameter ตามตำแหน่งการวาง QR Code แต่ละจุดตั้งแต่ตอนออกแบบ
  • ทดสอบด้วยอุปกรณ์และเครือข่ายจริง เพราะพฤติกรรมออฟไลน์คาดเดายากกว่าออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

QR Code ที่ใช้อยู่ตอนนี้ชี้ไปที่ลิงก์ LINE OA ตรง ๆ ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งหมดไหม

ถ้าอยากเริ่มวัดผลได้ ต้องเปลี่ยนให้ QR Code ชี้ไปยัง URL กลางที่มี GTM ติดตั้งแทน ซึ่งหมายถึงต้องพิมพ์ QR Code ใหม่ ไม่สามารถแก้ไขปลายทางของภาพ QR เดิมที่พิมพ์ไปแล้วได้ ยกเว้นใช้บริการ Dynamic QR ที่แก้ปลายทางได้โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่

Dynamic QR Code ต่างจาก Static QR Code ยังไง

Dynamic QR Code เก็บ URL สั้นที่ Redirect ไปยังปลายทางจริง ทำให้แก้ปลายทางได้ภายหลังโดยไม่ต้องพิมพ์ภาพใหม่ ส่วน Static QR Code ฝัง URL ปลายทางตายตัวลงในภาพเลย แก้ไม่ได้อีกเมื่อพิมพ์ออกมาแล้ว

หน่วงเวลา Redirect นานแค่ไหนถึงจะไม่ทำให้ลูกค้ารำคาญ

ควรให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยทั่วไปการหน่วงในระดับที่ไม่ทำให้ผู้ใช้สังเกตเห็นความช้าจะดีที่สุด แนะนำให้ทดสอบจริงบนมือถือหลายรุ่นเพื่อหาจุดที่สมดุลระหว่างความแม่นของข้อมูลกับความเร็วที่ลูกค้ารู้สึกได้

ควรใส่ Parameter อะไรบ้างสำหรับ QR Code แต่ละจุด

อย่างน้อยควรมีตัวระบุตำแหน่งที่วาง เช่น ชื่อสาขาหรือประเภทสื่อ (โต๊ะ ใบปลิว บูธ) และวันที่เริ่มใช้งาน เพื่อให้เทียบผลได้ว่าช่วงเวลาไหนหรือจุดไหนพาลูกค้าเข้ามาได้ดีกว่ากัน

ทำไมยอดสแกนที่นับได้น้อยกว่าที่คาดไว้มาก

อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น QR Code ยังชี้ไปที่ลิงก์ LINE OA ตรง ๆ โดยไม่ผ่าน Tracking, สัญญาณมือถือในจุดนั้นอ่อนจนหน้า Landing Page โหลดไม่ทัน หรือคนสแกนแล้วไม่พอใจสิ่งที่เห็นบนหน้าก่อน Redirect จนปิดหนีไปก่อน

ต้องใช้ระบบเสริมนอกจาก GTM เพื่อวัด QR Code ให้ครบไหม

GTM เพียงพอสำหรับจับ Event ระดับคลิกและ Parameter พื้นฐาน แต่ถ้าต้องการผูกยอดสแกนไปถึง Lead และยอดขายจริงในแชท จำเป็นต้องมีระบบฝั่งหลังบ้านหรือ CRM ที่รับข้อมูลนี้ไปเก็บต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อมูลจบอยู่แค่ที่ Analytics

ทดสอบ URL หลัง QR ผ่าน Preview Mode บนคอมได้เลยไหม ไม่ต้องใช้มือถือ

ทดสอบเบื้องต้นได้ว่า Trigger และ Variable ทำงานถูกต้องหรือไม่ แต่ควรทดสอบซ้ำบนมือถือจริงอีกครั้งก่อนใช้งานจริง เพราะพฤติกรรมการ Redirect ไปแอป LINE และความเร็วเครือข่ายมือถือต่างจากคอมพิวเตอร์มาก ผลที่ได้บนคอมอาจไม่สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อสแกนจากมือถือ

Trigger ประเภท DOM Ready กับ Window Loaded ต่างกันตรงไหน

DOM Ready ทำงานทันทีที่โครงสร้าง HTML โหลดเสร็จ โดยไม่ต้องรอรูปภาพหรือสคริปต์เสริมอื่นให้โหลดครบ ส่วน Window Loaded รอให้ทุกทรัพยากรในหน้าโหลดเสร็จสมบูรณ์ก่อนถึงจะทำงาน สำหรับหน้าที่ต้องยิง Event แล้ว Redirect ทันที ควรเลือก DOM Ready เพื่อให้มีเวลายิง Event ได้ทันก่อนเปลี่ยนหน้า

ควรตั้งชื่อ Parameter qr_source ยังไงให้ตรวจสอบย้อนหลังง่าย

ควรตั้งเป็นรูปแบบที่อ่านแล้วรู้ตำแหน่งทันที เช่น table-a3, flyer-central-mall หรือ booth-motorshow-2026 แทนการใช้ตัวเลขรหัสล้วนที่ต้องเปิดเอกสารมาแปลทุกครั้ง และควรบันทึกคู่มือรายชื่อ Parameter ทั้งหมดไว้ในที่เดียวให้ทีมเข้าถึงได้ เพื่อไม่ให้แต่ละคนตั้งชื่อไม่ตรงกันจนวิเคราะห์รวมกันไม่ได้

ถ้าใช้ Redirect Service ภายนอกแทนหน้า Landing Page เอง ยังใส่ GTM ได้ไหม

ขึ้นกับ Redirect Service ที่เลือกใช้ บางบริการเปิดให้แทรก Tracking Script หรือ GTM Container ก่อน Redirect ได้ แต่บางบริการ Redirect ทันทีโดยไม่ให้เวลาสคริปต์ทำงาน ควรตรวจสอบความสามารถของบริการนั้นก่อนใช้งานจริง หรือสร้างหน้า Landing Page ของตัวเองที่ควบคุม GTM ได้เต็มที่แทนถ้าต้องการความแม่นยำสูงสุด

ลองตรวจด้วยตัวเอง

LINE QR Campaign Builder

สร้างลิงก์เพิ่มเพื่อนพร้อม UTM และ QR โค้ดสำหรับสื่อออฟไลน์ในคลิกเดียว

สร้าง QR ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทักเข้ามาเยอะทุกวันแต่ไล่ไม่ทันว่าใครมาจากแคมเปญไหน แก้ยังไง

ทักเข้ามาเยอะทุกวันแต่ไล่ไม่ทันว่าใครมาจากแคมเปญไหน แก้ยังไง

ธุรกิจที่ยิงหลายแคมเปญพร้อมกันมักไล่ไม่ทันว่าแชทที่เข้ามาแต่ละวันมาจากไหน บทความนี้พาวาง LINE Messaging API Tracking ให้ตอบคำถามนี้ได้อย่างเป็นระบบ
ลูกค้าบล็อกหรือเลิกติดตามเราไปแล้ว จะรู้ได้ยังไงว่าใครหายไปบ้าง

ลูกค้าบล็อกหรือเลิกติดตามเราไปแล้ว จะรู้ได้ยังไงว่าใครหายไปบ้าง

ลูกค้าที่บล็อก LINE OA จะหายไปจากแชทเงียบ ๆ โดยไม่บอกเหตุผล บทความนี้พาดูว่า LINE Webhook Unfollow Event จับเหตุการณ์นี้ได้แค่ไหน แล้วเอาไปใช้วิเคราะห์อะไรได้บ้าง
เว็บมีคนคลิกเข้า LINE ทุกวันแต่ระบบไม่เห็นสักครั้ง ต้องเริ่มตรงไหนก่อน

เว็บมีคนคลิกเข้า LINE ทุกวันแต่ระบบไม่เห็นสักครั้ง ต้องเริ่มตรงไหนก่อน

ถ้าเปิด Analytics แล้วไม่เจอ Event คลิกปุ่ม LINE เลยสักตัว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โฆษณา แต่อยู่ที่ยังไม่มีใครสอนให้ GTM รู้จักเหตุการณ์นั้น บทความนี้ไล่ตั้งแต่จุดที่ข้อมูลขาด ไปจนถึงขั้นตอนวางระบบให้เห็นครบ