← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

Collection Ads บน Facebook ลากคนชอบดูแคตตาล็อกมาต่อใน LINE

ทีมบรรณาธิการ linli04 ก.ค. 03:05อัปเดต 04 ก.ค. 03:05อ่าน 1 นาที
Collection Ads บน Facebook ลากคนชอบดูแคตตาล็อกมาต่อใน LINE
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Collection Ads แสดงสินค้าเป็นแกลเลอรีในแอป Facebook ทำให้คนไล่ดูได้เพลินโดยไม่ต้องออกไปไหน จุดแข็งคือคัดคนที่ ‘ชอบดูของหลายชิ้น’ ออกมา จุดที่ต้องทำต่อคือพาคนที่สนใจจริงไปคุยใน LINE เพราะการปิดการขายสินค้าหลายตัวเลือกทำได้ดีกว่าในแชท ที่แอดมินช่วยแนะนำและตอบข้อสงสัยได้

ถ้าคุณขายสินค้าที่มีหลายแบบหลายตัวเลือก เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน Collection Ads เป็นฟอร์แมตที่ผมอยากให้ลอง เพราะมันเล่นกับพฤติกรรมที่คนไทยชอบมาก นั่นคือการ ‘ไล่ดูของ’ เหมือนเดินวินโดว์ช้อปปิ้ง

ต่างจากโฆษณารูปเดียวที่โชว์สินค้าแค่ชิ้นเดียว Collection Ads เปิดมาเป็นภาพหลักใหญ่ ๆ แล้วมีสินค้าย่อยเรียงข้างล่างให้กดดูได้เพลิน ๆ ในแอป Facebook เอง ไม่ต้องเด้งออกไปเว็บนอก คนเลยยอมกดดูมากกว่า และคนที่กดดูหลายชิ้นคือคนที่กำลังมองหาของจริง

แต่จุดที่หลายคนใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพคือ ปล่อยให้คนดูแคตตาล็อกจบแล้วก็จบเลย ไม่ได้พาเขาไปต่อ บทความนี้ผมจะเล่าวิธีใช้ Collection Ads ให้คัดคนชอบดูของออกมา แล้วต่อบทสนทนาใน LINE เพื่อปิดการขายสินค้าที่มีหลายตัวเลือก ซึ่งทำในแชทได้ดีกว่าปล่อยให้เขากดเองเงียบ ๆ

Collection Ads ต่างจากรูปเดียว/คารูเซลตรงไหน

หลายคนสับสนระหว่าง Collection Ads กับคารูเซล ทั้งคู่โชว์หลายรูปก็จริง แต่ประสบการณ์ต่างกัน คารูเซลให้ปัดดูทีละรูปในฟีด ส่วน Collection Ads พอกดเข้าไปจะเปิดเป็นหน้าเต็มแบบแคตตาล็อกในแอป ให้ไล่ดูสินค้าหลายชิ้นพร้อมกัน เหมือนเปิดหน้าร้านออนไลน์ย่อ ๆ

ข้อดีของฟอร์แมตแคตตาล็อกคือมันเหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาแบบไหน พอเห็นของหลายชิ้นเรียงกัน เขาเปรียบเทียบได้ในที่เดียว แล้วมักเจอชิ้นที่ถูกใจโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่างจากรูปเดียวที่ถ้าไม่โดนตั้งแต่แรกก็ปัดผ่านเลย ถ้าอยากเข้าใจว่าเมื่อไหร่ควรใช้แบบไหน ลองอ่านเรื่องการเลือกระหว่างคารูเซลกับรูปเดียวประกอบ

แต่ข้อควรระวังคือ Collection Ads ต้องมีสินค้าหลายชิ้นที่ดูดีพอ ถ้าคุณมีของขายแค่หนึ่งสองอย่าง ฟอร์แมตนี้อาจไม่คุ้ม เพราะจุดแข็งของมันคือความหลากหลายให้คนเลือก

จัดแคตตาล็อกยังไงให้คนกดดูแล้วอยากคุยต่อ

หัวใจของ Collection Ads ที่ดีคือภาพหลักต้องหยุดคนให้ได้ก่อน แล้วสินค้าย่อยข้างล่างต้องจัดเรียงให้ชวนกดต่อ ผมแนะนำให้เอาตัวชูโรงหรือของที่ขายดีสุดขึ้นก่อน เพราะภาพหลักคือด่านแรกที่ตัดสินว่าคนจะกดเข้าไปดูหรือปัดผ่าน

  1. เลือกภาพหลักที่สะดุดตาและสื่อถึงคอลเลกชันโดยรวม ไม่ใช่แค่สินค้าชิ้นเดียว
  2. เรียงสินค้าย่อยโดยเอาตัวขายดีหรือราคาน่าสนใจขึ้นก่อน เพื่อให้คนกดดูต่อ
  3. ใส่ราคาหรือจุดเด่นสั้น ๆ ให้คนตัดสินใจได้เร็วว่าชิ้นไหนน่าสนใจ
  4. ตั้งปลายทางให้พาไปคุยใน LINE ได้ง่าย พร้อมปุ่มหรือข้อความชวนคุยที่ชัด
  5. เตรียมข้อความต้อนรับใน LINE ที่ถามว่าสนใจชิ้นไหน เพื่อให้บทสนทนาเริ่มตรงจุด

ทำไมสินค้าหลายตัวเลือกถึงปิดในแชทได้ดีกว่า

สินค้าที่มีหลายแบบหลายไซซ์หลายสี เป็นสินค้าที่คนมักมีคำถามก่อนซื้อ ไซซ์ไหนพอดี สีนี้กับผิวหนูโอเคไหม รุ่นนี้ต่างจากรุ่นนั้นยังไง คำถามพวกนี้ถ้าให้เขาหาคำตอบเองในหน้าเว็บ เขามักลังเลแล้วปิดหน้าไป แต่ถ้าคุยในแชท แอดมินช่วยแนะนำได้ทันที

การช่วยเลือกในแชทยังเปิดโอกาสขายเพิ่ม เช่น ลูกค้าถามเสื้อตัวหนึ่ง แอดมินแนะนำกางเกงที่แมตช์กันได้ หรือเสนอเซ็ตที่คุ้มกว่า นี่คือสิ่งที่หน้าเว็บทำไม่ได้ดีเท่าคนคุยกับคน และเป็นเหตุผลที่มูลค่าต่อออเดอร์ในแชทมักสูงกว่าการให้ลูกค้ากดซื้อเอง

ที่สำคัญ การพาคนมาคุยใน LINE ทำให้คุณเก็บลูกค้าไว้ได้ ต่างจากการปล่อยให้เขาซื้อจบในหน้าเว็บแล้วหายไป คนที่เคยดูแคตตาล็อกและทักเข้ามา คือคนที่คุณยิงคอลเลกชันใหม่ให้ดูได้อีกโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

เทียบให้เห็น: ปล่อยจบในแอด vs พามาคุยใน LINE

เพื่อให้เห็นภาพชัด ผมขอเทียบสองแนวทางนี้ในสินค้าที่มีหลายตัวเลือก

ประเด็นปล่อยให้ซื้อจบในหน้าเว็บพามาคุยใน LINE
ตอบคำถามก่อนซื้อลูกค้าต้องหาเอง ลังเลง่ายแอดมินช่วยเคลียร์ทันที
โอกาสขายเพิ่มต่ำ ขายได้ตามที่เขากดแนะนำเซ็ต/ของแมตช์ได้
เก็บลูกค้าไว้ซื้อจบแล้วหายเก็บไว้ยิงคอลเลกชันใหม่
วัดผลค่าแอดเห็นแค่ยอดคลิก/ซื้อบนเว็บผูกที่มาแอดกับยอดในแชทได้

เจาะรายละเอียดเพิ่มอีกนิด

ไม่ได้แปลว่าการขายจบในเว็บผิดเสมอไป สินค้าราคาถูกที่ตัดสินใจง่ายอาจปล่อยให้กดซื้อเลยดีกว่า แต่สำหรับสินค้าที่มีตัวเลือกเยอะและลูกค้ามักมีคำถาม การพามาคุยใน LINE มักได้ทั้งยอดที่สูงขึ้นและลูกค้าที่เก็บไว้ได้

สรุป

Collection Ads เป็นฟอร์แมตที่เก่งเรื่องคัดคนชอบไล่ดูของออกมา เพราะมันเปิดประสบการณ์แคตตาล็อกในแอปที่คนกดดูได้เพลินโดยไม่ต้องออกไปไหน จุดที่ทำให้มันคุ้มค่าจริงคือการไม่ปล่อยให้คนดูจบแล้วจบเลย แต่พาเขาไปคุยต่อใน LINE

สินค้าที่มีหลายตัวเลือกปิดในแชทได้ดีกว่า เพราะแอดมินช่วยเลือก ช่วยเคลียร์ข้อสงสัย และเสนอของที่แมตช์กันได้ ที่หน้าเว็บทำแทนไม่ได้ ลองใช้ฟอร์แมตนี้กับสินค้าที่เหมาะ แล้ววัดถึงยอดที่ปิดจริง คุณจะเห็นว่าแคตตาล็อกแบบไหนทำเงินได้

  • Collection Ads คัดคนชอบไล่ดูของหลายชิ้นออกมา
  • สินค้าหลายตัวเลือกปิดในแชทดีกว่า เพราะแอดมินช่วยแนะนำได้
  • อย่าปล่อยให้ดูจบในแอด พามาคุยใน LINE เพื่อเก็บลูกค้าไว้

คำถามที่พบบ่อย

Collection Ads เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

เหมาะกับธุรกิจที่มีสินค้าหลายแบบให้เลือก เช่น แฟชั่น เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน เครื่องสำอาง เพราะจุดแข็งของฟอร์แมตนี้คือการโชว์สินค้าหลายชิ้นให้คนไล่ดูและเปรียบเทียบ ถ้าคุณขายสินค้าชิ้นเดียวหรือมีตัวเลือกน้อย ฟอร์แมตอื่นอาจคุ้มกว่า

ต่างจากคารูเซลยังไง ควรใช้อันไหน

คารูเซลให้ปัดดูทีละรูปในฟีด ส่วน Collection Ads เปิดเป็นหน้าแคตตาล็อกเต็มในแอปให้ดูหลายชิ้นพร้อมกัน ถ้าอยากเล่าเรื่องทีละสเต็ปหรือโชว์มุมสินค้าใช้คารูเซล ถ้าอยากให้คนไล่ดูของหลายชิ้นเหมือนเดินร้านใช้ Collection แต่ทางที่ดีคือลองทั้งสองแล้ววัดว่าอันไหนดึงคนทักได้มากกว่า

คนดูแคตตาล็อกเยอะแต่ไม่ทัก LINE ควรทำยังไง

ลองเช็กว่าปลายทางพาไปคุยใน LINE ได้ง่ายไหม และมีเหตุผลให้เขาทักหรือเปล่า บางทีคนดูเพลินแต่ไม่มีแรงจูงใจให้คุย ลองเพิ่มข้อเสนอที่ได้เฉพาะเมื่อทัก เช่น ช่วยจับคู่เซ็ตหรือเช็กของพร้อมส่ง เพื่อให้การทักมีค่ามากกว่าการกดดูเฉย ๆ

ควรใส่ราคาในแคตตาล็อกเลยไหม

การใส่ราคาช่วยคัดคนที่งบตรงกับสินค้าออกมา ทำให้คนที่ทักเข้ามามีแนวโน้มซื้อจริงมากขึ้น แต่ถ้าสินค้ามีหลายเรตราคาหรือมีดีลที่อยากคุยเป็นเคส ๆ อาจใส่ช่วงราคาแล้วให้มาคุยรายละเอียดใน LINE ขึ้นกับกลยุทธ์ของแต่ละร้าน

สินค้าราคาถูกควรพามาคุยใน LINE หรือปล่อยซื้อจบในเว็บดีกว่า

สินค้าราคาถูกที่ตัดสินใจง่ายมักปล่อยให้ซื้อจบในเว็บได้เลย เพราะการบังคับให้ทักอาจทำให้เสียคนที่พร้อมซื้อทันที แต่ถ้าสินค้ามีตัวเลือกที่ต้องแนะนำหรืออยากเก็บลูกค้าไว้ขายซ้ำ การพามาคุยก็ยังมีค่า ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกกับการเก็บลูกค้า

จะรู้ได้ยังไงว่า Collection Ads ตัวไหนได้ลูกค้าที่ซื้อจริง

ควรผูกที่มาของแต่ละชุดโฆษณากับยอดที่ปิดในแชท เพื่อดูว่าแคตตาล็อกแบบไหนดึงคนที่โอนจริงเข้ามา ไม่ใช่แค่คนกดดูเยอะ ระบบอย่าง linli ช่วยเชื่อมข้อมูลจากแอดมาถึงยอดที่ปิดใน LINE ทำให้คุณตัดสินใจลงงบกับชุดโฆษณาที่ทำเงินได้จริง

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Meta Ads → LINE Checker

ตรวจว่า fbclid, Pixel และเส้นทางเข้า LINE ของคุณพร้อมให้ Meta วัด Conversion หรือยัง

ตรวจความพร้อมฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขยายสเกลแอดบนคีย์เวิร์ดที่พิสูจน์แล้วว่าปิดยอดใน LINE

ขยายสเกลแอดบนคีย์เวิร์ดที่พิสูจน์แล้วว่าปิดยอดใน LINE

การเพิ่มงบมั่ว ๆ ทำให้ต้นทุนพุ่งโดยยอดไม่ตาม บทความนี้เล่าวิธีขยายสเกลแอดอย่างมีหลักการ เริ่มจากคีย์เวิร์ดที่พิสูจน์แล้วว่าปิดยอดในแชทจริง พร้อมสัญญาณเตือนว่าเมื่อไหร่ควรหยุดเร่ง
ยอดปิดอยู่ในแชท LINE จะเลือก Maximize Conversion Value หรือ tROAS ดี

ยอดปิดอยู่ในแชท LINE จะเลือก Maximize Conversion Value หรือ tROAS ดี

ออเดอร์บางเคสหลักร้อย บางเคสหลักหมื่น ถ้ายังตั้งแอดแบบ Maximize Conversions เฉย ๆ คือทิ้งเงินบนโต๊ะ บทความนี้เทียบ Value-Based Bidding สองแบบให้เห็นภาพ
ตั้ง Aggregated Event Measurement 8 ช่องให้ครอบคลุมเส้นทาง LINE ยุคหลัง iOS

ตั้ง Aggregated Event Measurement 8 ช่องให้ครอบคลุมเส้นทาง LINE ยุคหลัง iOS

iOS จำกัดให้ Meta วัดได้แค่ 8 event ต่อโดเมน ถ้าจัดลำดับผิดคุณจะเสีย event ที่ทำเงินไปฟรี บทความนี้พาจัดลำดับ 8 ช่องให้ตรงกับเส้นทางปิดการขายใน LINE