ก่อนจะด่าโฆษณาว่าแย่ ลองเช็กก่อนว่าทีมขายตามลูกค้าตกหล่นไปกี่คน
สรุปสั้น ๆ
ก่อนสรุปว่าคุณภาพลีดจากโฆษณาแย่ลง ควรตรวจสอบก่อนว่าทีมขายตามลูกค้าที่ทักเข้ามาครบทุกคนหรือไม่ เพราะลูกค้าที่ 'ตกหล่น' ไม่ได้รับการติดตามเลย จะถูกนับรวมเป็น 'ลีดที่ไม่ปิด' ทั้งที่จริงไม่เคยถูกขายเลยด้วยซ้ำ
ร้านขายคอร์สออนไลน์สมมติชื่อ 'สคูลอัพ' มาปรึกษาผมด้วยความกังวลว่าคุณภาพลีดจากโฆษณาแย่ลงเรื่อย ๆ อัตราปิดการขายตกจาก 15% เหลือ 6% ในสองเดือน ทีมการตลาดเริ่มโดนตั้งคำถามว่าเลือกกลุ่มเป้าหมายผิดหรือเปล่า แต่พอผมขอดูข้อมูลการติดตามลูกค้าจริง กลับพบว่า 35% ของคนที่ทักเข้ามาไม่เคยได้รับข้อความตอบกลับครั้งที่สองเลย หลังจากแอดมินตอบคำถามแรกไปแล้ว
นี่คือกับดักที่พบบ่อยมาก เพราะตัวเลข 'อัตราปิดการขาย' ที่ดูแย่ลง มักถูกตีความว่าเป็นปัญหาคุณภาพลีดทันที ทั้งที่บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนที่ทักเข้ามาเลย แต่อยู่ที่กระบวนการติดตามหลังจากนั้นที่ขาดตกบกพร่อง
นิยาม 'ลูกค้าตกหล่น' ให้ชัดก่อนเริ่ม audit
ลูกค้าตกหล่นในที่นี้หมายถึงคนที่ทักเข้ามาแล้วได้รับคำตอบครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่มีการติดตามต่อทั้งที่ยังไม่ได้ปิดการขายหรือปฏิเสธชัดเจน เช่น ลูกค้าถามราคา แอดมินตอบราคาไป แล้วไม่มีใครติดตามต่อว่าตัดสินใจอย่างไร ปล่อยให้เงียบหายไปเอง ซึ่งต่างจากลูกค้าที่ตามแล้วแต่ลูกค้าเงียบเองอย่างสิ้นเชิง
วิธี audit อัตราตกหล่น แบบทำเองได้ไม่ต้องมีระบบซับซ้อน
- ดึงรายชื่อคนที่ทักเข้ามาในช่วง 30 วันที่ผ่านมาทั้งหมด
- แยกกลุ่มที่ 'ปิดการขายแล้ว' และ 'ปฏิเสธชัดเจนแล้ว' ออกไปก่อน
- ในกลุ่มที่เหลือ (ยังไม่ปิดและยังไม่ปฏิเสธ) เช็กว่ามีการติดตามครั้งที่สองหรือไม่ ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม เช่น 24-48 ชั่วโมง
- คำนวณเปอร์เซ็นต์ของกลุ่มที่ไม่มีการติดตามครั้งที่สองเลย นี่คืออัตราตกหล่นของทีมขาย
ทำไมปัญหานี้ถึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาโฆษณา
เมื่ออัตราปิดการขายตกลง ปฏิกิริยาแรกของคนส่วนใหญ่คือมองไปที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางลูกค้า คือโฆษณาและกลุ่มเป้าหมาย เพราะเป็นจุดที่ 'เห็นชัดและวัดง่าย' ในขณะที่กระบวนการติดตามหลังจากนั้นมักไม่มีตัวเลขที่มองเห็นชัดเท่า ทำให้ถูกมองข้ามไปโดยปริยาย ทั้งที่ในความจริงจุดตกหล่นตรงนี้อาจกินสัดส่วนความเสียหายมากกว่าปัญหาคุณภาพลีดเสียอีก
สคูลอัพพบว่าหลังจากตั้งระบบเตือนให้แอดมินติดตามลูกค้าที่ยังไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง อัตราปิดการขายกลับขึ้นมาที่ 13% ภายในเดือนเดียว โดยไม่ได้เปลี่ยนอะไรในฝั่งโฆษณาเลยแม้แต่นิดเดียว
ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
- ตั้งกฎว่าลูกค้าทุกคนที่ยังไม่ปิดการขายหรือปฏิเสธชัดเจน ต้องมีการติดตามอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายใน 24-48 ชั่วโมง
- มอบหมายความรับผิดชอบให้ชัดว่าใครดูแลลูกค้าคนไหน โดยเฉพาะเมื่อมีแอดมินหลายคน เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ 'คิดว่าอีกคนตามแล้ว'
- ทำรายงานรายสัปดาห์แสดงจำนวนลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการติดตามครั้งที่สอง ให้หัวหน้าทีมเห็นตัวเลขนี้ชัดเจนเหมือนที่เห็นตัวเลข ROAS
สรุป
ก่อนจะสรุปว่าโฆษณาแย่ลงทุกครั้งที่อัตราปิดการขายตก ลองแวะเช็กกระบวนการติดตามลูกค้าก่อนเสมอ เพราะบ่อยครั้งกว่าที่คิด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ต้นทางเลย แต่อยู่ที่จุดกลางทางที่ไม่มีใครมองเห็น
- แยกให้ชัดระหว่าง 'ลูกค้าปฏิเสธ' กับ 'ลูกค้าตกหล่นไม่มีคนตาม'
- วัดอัตราตกหล่นจากบทสนทนาจริง ไม่ใช่ความรู้สึกของทีม
- ตั้งกฎติดตามภายใน 24-48 ชั่วโมงและมอบหมายความรับผิดชอบให้ชัด
คำถามที่พบบ่อย
อัตราตกหล่นเท่าไหร่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ไม่มีมาตรฐานตายตัว แต่ถ้าอัตราตกหล่นเกิน 20-25% ของลีดที่ยังไม่ปิดหรือไม่ปฏิเสธ ควรเริ่มปรับกระบวนการติดตามอย่างจริงจัง เพราะมีโอกาสสูงว่ากำลังเสียยอดขายไปเปล่า ๆ
ทำไมแอดมินถึงลืมติดตามลูกค้าทั้งที่ตั้งใจจะตาม
ส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีระบบเตือนหรือรายชื่อที่ชัดเจนว่าใครยังค้างอยู่ เมื่อมีลูกค้าทักเข้ามาจำนวนมากพร้อมกัน คนที่ยังไม่ปิดการขายมักถูกกลบด้วยข้อความใหม่ที่เข้ามาเรื่อย ๆ
ควรใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วยติดตามแทนคนไหม
ระบบอัตโนมัติช่วยเตือนหรือส่งข้อความเบื้องต้นได้ แต่การปิดการขายจริงมักยังต้องใช้คนคุยเพื่อตอบคำถามเฉพาะเจาะจง ควรใช้ระบบเป็นตัวช่วยเตือนมากกว่าแทนที่คนทั้งหมด
ถ้าทีมขายบอกว่าตามครบทุกคนแล้ว แต่ตัวเลขไม่ตรงกับที่ audit เจอ ควรเชื่อใคร
ควรเชื่อข้อมูลจากการไล่ดูบทสนทนาจริงมากกว่าคำบอกเล่า เพราะการ audit จากบทสนทนาจริงจะให้ภาพที่ตรงกว่าความเข้าใจของแต่ละคนซึ่งอาจมีอคติปนอยู่
ปัญหานี้เกิดกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีแอดมินคนเดียวได้ไหม
เกิดได้เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่มีคนทักเข้ามาพร้อมกันหลายคน แอดมินคนเดียวอาจตอบคำถามแรกได้ทันแต่ไม่มีเวลากลับไปติดตามคนที่เงียบไป ควรมีระบบจดบันทึกง่าย ๆ ว่าใครยังค้างอยู่บ้าง
linli ช่วยเรื่องการตามลูกค้าตกหล่นได้ไหม
linli ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าคนที่ทักเข้ามาจากแอดคนไหนยังไม่ปิดการขายบ้าง ซึ่งช่วยให้ทีมขายเห็นรายชื่อที่ต้องติดตามได้ง่ายขึ้น แต่การติดตามจริงยังต้องอาศัยวินัยของทีมขายเป็นหลัก
บทความที่เกี่ยวข้อง


