← กลับไปหน้าบทความ

ก่อนจะด่าโฆษณาว่าแย่ ลองเช็กก่อนว่าทีมขายตามลูกค้าตกหล่นไปกี่คน

02 ส.ค. 04:14 · อ่าน 1 นาที
ก่อนจะด่าโฆษณาว่าแย่ ลองเช็กก่อนว่าทีมขายตามลูกค้าตกหล่นไปกี่คน

สรุปสั้น ๆ

ก่อนสรุปว่าคุณภาพลีดจากโฆษณาแย่ลง ควรตรวจสอบก่อนว่าทีมขายตามลูกค้าที่ทักเข้ามาครบทุกคนหรือไม่ เพราะลูกค้าที่ 'ตกหล่น' ไม่ได้รับการติดตามเลย จะถูกนับรวมเป็น 'ลีดที่ไม่ปิด' ทั้งที่จริงไม่เคยถูกขายเลยด้วยซ้ำ

ร้านขายคอร์สออนไลน์สมมติชื่อ 'สคูลอัพ' มาปรึกษาผมด้วยความกังวลว่าคุณภาพลีดจากโฆษณาแย่ลงเรื่อย ๆ อัตราปิดการขายตกจาก 15% เหลือ 6% ในสองเดือน ทีมการตลาดเริ่มโดนตั้งคำถามว่าเลือกกลุ่มเป้าหมายผิดหรือเปล่า แต่พอผมขอดูข้อมูลการติดตามลูกค้าจริง กลับพบว่า 35% ของคนที่ทักเข้ามาไม่เคยได้รับข้อความตอบกลับครั้งที่สองเลย หลังจากแอดมินตอบคำถามแรกไปแล้ว

นี่คือกับดักที่พบบ่อยมาก เพราะตัวเลข 'อัตราปิดการขาย' ที่ดูแย่ลง มักถูกตีความว่าเป็นปัญหาคุณภาพลีดทันที ทั้งที่บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนที่ทักเข้ามาเลย แต่อยู่ที่กระบวนการติดตามหลังจากนั้นที่ขาดตกบกพร่อง

นิยาม 'ลูกค้าตกหล่น' ให้ชัดก่อนเริ่ม audit

ลูกค้าตกหล่นในที่นี้หมายถึงคนที่ทักเข้ามาแล้วได้รับคำตอบครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่มีการติดตามต่อทั้งที่ยังไม่ได้ปิดการขายหรือปฏิเสธชัดเจน เช่น ลูกค้าถามราคา แอดมินตอบราคาไป แล้วไม่มีใครติดตามต่อว่าตัดสินใจอย่างไร ปล่อยให้เงียบหายไปเอง ซึ่งต่างจากลูกค้าที่ตามแล้วแต่ลูกค้าเงียบเองอย่างสิ้นเชิง

วิธี audit อัตราตกหล่น แบบทำเองได้ไม่ต้องมีระบบซับซ้อน

  1. ดึงรายชื่อคนที่ทักเข้ามาในช่วง 30 วันที่ผ่านมาทั้งหมด
  2. แยกกลุ่มที่ 'ปิดการขายแล้ว' และ 'ปฏิเสธชัดเจนแล้ว' ออกไปก่อน
  3. ในกลุ่มที่เหลือ (ยังไม่ปิดและยังไม่ปฏิเสธ) เช็กว่ามีการติดตามครั้งที่สองหรือไม่ ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม เช่น 24-48 ชั่วโมง
  4. คำนวณเปอร์เซ็นต์ของกลุ่มที่ไม่มีการติดตามครั้งที่สองเลย นี่คืออัตราตกหล่นของทีมขาย

ทำไมปัญหานี้ถึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาโฆษณา

เมื่ออัตราปิดการขายตกลง ปฏิกิริยาแรกของคนส่วนใหญ่คือมองไปที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางลูกค้า คือโฆษณาและกลุ่มเป้าหมาย เพราะเป็นจุดที่ 'เห็นชัดและวัดง่าย' ในขณะที่กระบวนการติดตามหลังจากนั้นมักไม่มีตัวเลขที่มองเห็นชัดเท่า ทำให้ถูกมองข้ามไปโดยปริยาย ทั้งที่ในความจริงจุดตกหล่นตรงนี้อาจกินสัดส่วนความเสียหายมากกว่าปัญหาคุณภาพลีดเสียอีก

สคูลอัพพบว่าหลังจากตั้งระบบเตือนให้แอดมินติดตามลูกค้าที่ยังไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง อัตราปิดการขายกลับขึ้นมาที่ 13% ภายในเดือนเดียว โดยไม่ได้เปลี่ยนอะไรในฝั่งโฆษณาเลยแม้แต่นิดเดียว

ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

  • ตั้งกฎว่าลูกค้าทุกคนที่ยังไม่ปิดการขายหรือปฏิเสธชัดเจน ต้องมีการติดตามอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • มอบหมายความรับผิดชอบให้ชัดว่าใครดูแลลูกค้าคนไหน โดยเฉพาะเมื่อมีแอดมินหลายคน เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ 'คิดว่าอีกคนตามแล้ว'
  • ทำรายงานรายสัปดาห์แสดงจำนวนลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการติดตามครั้งที่สอง ให้หัวหน้าทีมเห็นตัวเลขนี้ชัดเจนเหมือนที่เห็นตัวเลข ROAS

สรุป

ก่อนจะสรุปว่าโฆษณาแย่ลงทุกครั้งที่อัตราปิดการขายตก ลองแวะเช็กกระบวนการติดตามลูกค้าก่อนเสมอ เพราะบ่อยครั้งกว่าที่คิด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ต้นทางเลย แต่อยู่ที่จุดกลางทางที่ไม่มีใครมองเห็น

  • แยกให้ชัดระหว่าง 'ลูกค้าปฏิเสธ' กับ 'ลูกค้าตกหล่นไม่มีคนตาม'
  • วัดอัตราตกหล่นจากบทสนทนาจริง ไม่ใช่ความรู้สึกของทีม
  • ตั้งกฎติดตามภายใน 24-48 ชั่วโมงและมอบหมายความรับผิดชอบให้ชัด

คำถามที่พบบ่อย

อัตราตกหล่นเท่าไหร่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ไม่มีมาตรฐานตายตัว แต่ถ้าอัตราตกหล่นเกิน 20-25% ของลีดที่ยังไม่ปิดหรือไม่ปฏิเสธ ควรเริ่มปรับกระบวนการติดตามอย่างจริงจัง เพราะมีโอกาสสูงว่ากำลังเสียยอดขายไปเปล่า ๆ

ทำไมแอดมินถึงลืมติดตามลูกค้าทั้งที่ตั้งใจจะตาม

ส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีระบบเตือนหรือรายชื่อที่ชัดเจนว่าใครยังค้างอยู่ เมื่อมีลูกค้าทักเข้ามาจำนวนมากพร้อมกัน คนที่ยังไม่ปิดการขายมักถูกกลบด้วยข้อความใหม่ที่เข้ามาเรื่อย ๆ

ควรใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วยติดตามแทนคนไหม

ระบบอัตโนมัติช่วยเตือนหรือส่งข้อความเบื้องต้นได้ แต่การปิดการขายจริงมักยังต้องใช้คนคุยเพื่อตอบคำถามเฉพาะเจาะจง ควรใช้ระบบเป็นตัวช่วยเตือนมากกว่าแทนที่คนทั้งหมด

ถ้าทีมขายบอกว่าตามครบทุกคนแล้ว แต่ตัวเลขไม่ตรงกับที่ audit เจอ ควรเชื่อใคร

ควรเชื่อข้อมูลจากการไล่ดูบทสนทนาจริงมากกว่าคำบอกเล่า เพราะการ audit จากบทสนทนาจริงจะให้ภาพที่ตรงกว่าความเข้าใจของแต่ละคนซึ่งอาจมีอคติปนอยู่

ปัญหานี้เกิดกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีแอดมินคนเดียวได้ไหม

เกิดได้เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่มีคนทักเข้ามาพร้อมกันหลายคน แอดมินคนเดียวอาจตอบคำถามแรกได้ทันแต่ไม่มีเวลากลับไปติดตามคนที่เงียบไป ควรมีระบบจดบันทึกง่าย ๆ ว่าใครยังค้างอยู่บ้าง

linli ช่วยเรื่องการตามลูกค้าตกหล่นได้ไหม

linli ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าคนที่ทักเข้ามาจากแอดคนไหนยังไม่ปิดการขายบ้าง ซึ่งช่วยให้ทีมขายเห็นรายชื่อที่ต้องติดตามได้ง่ายขึ้น แต่การติดตามจริงยังต้องอาศัยวินัยของทีมขายเป็นหลัก

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง