← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ด้วยอีเมลอัตโนมัติ กับตามด้วยแชท LINE แบบไหนได้ยอดคืนมากกว่า

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:52อัปเดต 12 ส.ค. 04:52อ่าน 1 นาที
ตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ด้วยอีเมลอัตโนมัติ กับตามด้วยแชท LINE แบบไหนได้ยอดคืนมากกว่า
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ผ่านอีเมลอัตโนมัติทำได้ในสเกลใหญ่แต่อัตราการเปิดอ่านต่ำ ส่วนการตามผ่านแชท LINE ได้อัตราตอบกลับสูงกว่ามากแต่ใช้แรงคนมากกว่า ร้านส่วนใหญ่ที่ได้ผลดีมักใช้สองวิธีนี้ร่วมกัน โดยให้อีเมลทำหน้าที่คัดกรอง แล้วให้แอดมินตามเฉพาะกลุ่มที่มีแนวโน้มซื้อจริงผ่าน LINE

ร้านขายอุปกรณ์ออกกำลังกายออนไลน์แห่งหนึ่งมีปัญหาลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้เฉลี่ยเดือนละกว่าร้อยห้าสิบครั้ง ทีมงานลองแก้ปัญหาด้วยการตั้งระบบส่งอีเมลอัตโนมัติเตือนกลับไปหาลูกค้า ผลที่ได้คืออัตราเปิดอีเมลอยู่ที่ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ และมีคนกลับมาซื้อจริงไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ของตะกร้าทั้งหมด ทีมงานเลยเริ่มสงสัยว่าถ้าใช้ LINE ตามแทน จะได้ผลดีกว่าหรือไม่

คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะแต่ละช่องทางมีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกัน อีเมลทำได้ในสเกลใหญ่โดยไม่ต้องใช้คนตาม แต่คนไทยจำนวนมากไม่ค่อยเปิดอีเมลบ่อยเท่ากับเปิดแชท LINE ในขณะที่การตามผ่าน LINE ได้อัตราตอบกลับสูงกว่ามาก แต่ต้องใช้แรงแอดมินและมีขีดจำกัดเรื่องจำนวนคนที่ตามได้ต่อวัน

บทความนี้จะพาเทียบสองวิธีนี้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมวิธีวัดผลว่าตะกร้าที่ทิ้งไว้กลับมาปิดออเดอร์ได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ร้านตัดสินใจได้ว่าควรลงแรงกับช่องทางไหนมากกว่ากัน หรือควรใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกันแบบไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด

ทำไมลูกค้าถึงทิ้งตะกร้าไว้เฉย ๆ โดยไม่ปิดออเดอร์

เหตุผลที่ลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้มีหลายแบบ บางคนแค่เปรียบเทียบราคากับร้านอื่นแล้วยังไม่ตัดสินใจ บางคนเจอค่าส่งที่แพงกว่าที่คาดตอนใกล้จะจ่ายเงิน บางคนติดธุระกลางทางแล้วลืมกลับมา และบางคนแค่อยากดูว่าราคารวมทั้งหมดเท่าไหร่โดยไม่ได้ตั้งใจซื้อจริง ๆ ตั้งแต่แรก

ความหลากหลายของเหตุผลนี้เองที่ทำให้การตามด้วยข้อความเดียวกันทุกคนไม่ค่อยได้ผล เพราะคนที่ทิ้งตะกร้าเพราะค่าส่งแพง กับคนที่แค่ลืม ต้องการข้อความตามที่ต่างกัน คนแรกอาจต้องการโปรโมชันค่าส่งฟรี ส่วนคนหลังอาจแค่ต้องการการเตือนความจำง่าย ๆ ว่ายังมีของค้างอยู่ในตะกร้า

เทียบอีเมลอัตโนมัติกับการตามผ่านแชท LINE

ประเด็นอีเมลอัตโนมัติตามผ่านแชท LINE
อัตราเปิดอ่าน (ตัวอย่างเปรียบเทียบ)ต่ำ มักไม่ถึง 20%สูงกว่ามาก มักเกิน 60%
ต้นทุนแรงงานต่ำ ทำงานอัตโนมัติได้เต็มรูปแบบสูงกว่า ต้องใช้แอดมินตอบ
ความเป็นส่วนตัวของข้อความทั่วไป ปรับแต่งได้จำกัดปรับให้ตรงกับลูกค้าแต่ละคนได้มากกว่า
ความเร็วในการตอบกลับช้า ลูกค้าอาจเปิดอ่านหลังผ่านไปหลายวันเร็วกว่า ถ้าแอดมินตอบทันที

ควรใช้วิธีไหนกับตะกร้าแบบไหน

  • ตะกร้ามูลค่าสูง — คุ้มค่าที่จะให้แอดมินตามผ่าน LINE เพราะโอกาสปิดออเดอร์สูงพอจะคุ้มกับแรงคนที่ใช้ไป
  • ตะกร้ามูลค่าต่ำจำนวนมาก — เหมาะกับการตามด้วยอีเมลหรือข้อความอัตโนมัติแบบกลุ่ม เพราะแรงคนไม่คุ้มกับมูลค่าที่จะได้กลับมา
  • ลูกค้าเก่าที่เคยซื้อแล้ว — มักตอบสนองดีกับการตามผ่าน LINE เพราะมีความคุ้นเคยกับร้านอยู่แล้ว
  • ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยคุยกับแอดมิน — อาจเริ่มด้วยข้อความอัตโนมัติก่อน แล้วให้แอดมินตามเฉพาะคนที่ตอบกลับหรือมีแนวโน้มสนใจจริง

วัดอัตราการกลับมาซื้อให้ถูกวิธี

การวัดว่าตะกร้าที่ทิ้งไว้กลับมาปิดออเดอร์ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ต้องกำหนดกรอบเวลาให้ชัดก่อน เช่นนับเฉพาะออเดอร์ที่เกิดขึ้นภายในเจ็ดวันหลังทิ้งตะกร้าไว้ว่าเป็นผลจากการตาม ถ้านับแบบไม่มีกรอบเวลา อาจไปรวมออเดอร์ที่ลูกค้าตั้งใจซื้ออยู่แล้วเข้ามาด้วย ทำให้ตัวเลขดูดีเกินความจริง

อีกจุดที่ต้องระวังคือการแยกว่าลูกค้ากลับมาซื้อเพราะการตาม หรือกลับมาซื้อเองโดยไม่เกี่ยวกับข้อความที่ส่งไป วิธีที่พอช่วยแยกได้คือเปรียบเทียบกลุ่มที่ได้รับการตามกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ ถ้าอัตรากลับมาซื้อของสองกลุ่มต่างกันชัดเจน ก็พอสรุปได้ว่าการตามมีผลจริง

ตัวอย่างตัวเลขเปรียบเทียบผลลัพธ์

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติเปรียบเทียบผลของการตามสองแบบในหนึ่งเดือน ใช้เพื่อให้เห็นรูปแบบการวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขจริงของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง:

วิธีตามจำนวนตะกร้าที่ตามกลับมาซื้อ (ตัวอย่าง)อัตรากลับมาซื้อ
อีเมลอัตโนมัติ1507~5%
แชท LINE โดยแอดมิน6018~30%

ใช้สองวิธีร่วมกันให้คุ้มค่าที่สุด

  1. ให้ระบบส่งข้อความอัตโนมัติทันทีที่ลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้เกินสิบห้านาที เพื่อเตือนความจำเบื้องต้นโดยไม่ต้องใช้แรงคน
  2. คัดกรองตะกร้าที่มีมูลค่าสูงหรือมีสัญญาณว่าลูกค้าเคยทักถามคำถามเฉพาะเจาะจงมาก่อน ส่งให้แอดมินตามผ่าน LINE โดยตรง
  3. สำหรับลูกค้าที่เคยเป็นเพื่อนใน LINE OA อยู่แล้ว ให้ใช้ช่องทาง LINE เป็นหลักเพราะโอกาสตอบกลับสูงกว่า
  4. ติดตามผลทุกสัปดาห์ว่ากลุ่มไหนกลับมาซื้อมากกว่ากัน แล้วปรับสัดส่วนแรงคนที่ใช้ตามให้เหมาะสมกับผลลัพธ์จริง

เชื่อมข้อมูลนี้กับภาพรวมของ Funnel ทั้งหมด

การตามตะกร้าไม่ควรมองแยกจากภาพรวมของเส้นทางลูกค้า ควรบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลเดียวกันกับที่ใช้ดู พฤติกรรมหยิบใส่ตะกร้าแล้วมาปิดใน LINE เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งฝั่งที่ปิดได้เร็วกับฝั่งที่ต้องตามกลับมา หากแยกข้อมูลกันคนละที่ ทีมจะเสียเวลาสลับไปมาโดยไม่จำเป็น

การมีระบบที่ช่วยจัดลำดับการตามลูกค้าอัตโนมัติ ยังช่วยลดภาระให้แอดมินไม่ต้องจำเองว่าใครควรตามวันไหน ซึ่งสำคัญมากเมื่อจำนวนตะกร้าที่ทิ้งไว้เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่โตขึ้น

ลองเทียบข้อความตามสองแบบ แบบไหนน่าจะได้ผลกว่ากัน

สมมติลูกค้าหยิบเตียงโยคะใส่ตะกร้าไว้แล้วหายไปสองชั่วโมง ข้อความตามแบบแรกที่ร้านส่วนใหญ่มักส่งคือ 'สวัสดีค่ะ เห็นว่ายังมีสินค้าค้างอยู่ในตะกร้านะคะ สนใจสั่งซื้อไหมคะ' ข้อความแบบนี้ตรงไปตรงมาแต่ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติมที่จะทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อมากขึ้นกว่าเดิม

ข้อความแบบที่สองที่มักได้ผลตอบรับดีกว่าคือ 'พี่คะ เมื่อกี้เห็นพี่ดูเตียงโยคะสีเทาไว้นะคะ พอดีตอนนี้เหลือสต๊อกไม่เยอะแล้ว ถ้ายังสนใจอยู่ แจ้งได้เลยนะคะ เดี๋ยวเช็กให้ว่ายังมีของพร้อมส่งไหม' ข้อความนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ คือแจ้งสต๊อก และแสดงว่าร้านจำได้ว่าลูกค้าสนใจสินค้าตัวไหน ทำให้รู้สึกว่าได้รับการดูแลมากกว่าการถูกทวงให้ซื้อ

หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับอีเมลอัตโนมัติเช่นกัน แต่ต้องยอมรับว่าข้อความในอีเมลจะดูเป็นทางการกว่าและปรับให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะบุคคลได้ยากกว่าแชท เพราะอีเมลอัตโนมัติส่วนใหญ่ใช้เทมเพลตเดียวกันกับลูกค้าทุกคน ในขณะที่แอดมินสามารถปรับคำพูดให้เข้ากับบริบทของแต่ละคนได้ทันที หลักคิดเรื่องการตามลูกค้าที่เงียบหายไปให้กลับมาโดยไม่โดนบล็อกก็ใช้ได้กับกรณีตะกร้าที่ถูกทิ้งไว้เช่นกัน

คำนวณความคุ้มค่าของการตามให้เป็นตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจได้

การจะรู้ว่าการตามตะกร้าคุ้มค่าหรือไม่ ควรคำนวณเป็นตัวเลขที่เทียบกันได้ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่าได้ผลดีหรือไม่ดี วิธีคำนวณง่าย ๆ คือนำมูลค่าตะกร้าที่กลับมาปิดออเดอร์ได้ ลบด้วยต้นทุนแรงงานหรือค่าใช้จ่ายในการตาม แล้วเทียบเป็นอัตราส่วน ถ้าการตามผ่าน LINE ใช้เวลาแอดมินเฉลี่ยห้านาทีต่อตะกร้าหนึ่งใบ และปิดออเดอร์ได้ในอัตราสามสิบเปอร์เซ็นต์ตามตัวอย่างที่ยกมาก่อนหน้านี้ ก็พอคำนวณได้ว่าคุ้มกับเวลาที่ใช้ไปหรือไม่เมื่อเทียบกับมูลค่าเฉลี่ยของตะกร้าที่กลับมาซื้อ

สำหรับร้านที่มีปริมาณตะกร้าทิ้งไว้จำนวนมากจนแอดมินตามไม่ทันทุกใบ ควรจัดลำดับความสำคัญตามมูลค่าตะกร้าก่อน โดยเริ่มจากตะกร้าที่มีมูลค่าสูงสุดลงมา เพื่อให้แรงคนที่มีจำกัดถูกใช้ไปกับสิ่งที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดก่อน ส่วนตะกร้ามูลค่าต่ำที่เหลือ ค่อยปล่อยให้ระบบอัตโนมัติอย่างอีเมลหรือข้อความตามอัตโนมัติทำหน้าที่แทน

เมื่อตะกร้ากลับมาปิดออเดอร์ได้แล้ว ควรบันทึกยอดขายนั้นไว้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ส่งกลับไปให้แพลตฟอร์มโฆษณาด้วย โดยเฉพาะถ้าตะกร้าเดิมมาจากการคลิกแอดตั้งแต่แรก การเชื่อมข้อมูลย้อนกลับแบบนี้ทำผ่านการนำเข้าคอนเวอร์ชันที่เกิดขึ้นนอกระบบออนไลน์ ช่วยให้แพลตฟอร์มโฆษณาเห็นภาพครบวงจรมากขึ้น ไม่ใช่แค่เห็นตอนที่ลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้แล้วหายไปเฉย ๆ

สรุป

ทั้งอีเมลอัตโนมัติและการตามผ่านแชท LINE ต่างมีจุดแข็งของตัวเอง ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์ การเลือกใช้ควรพิจารณาจากมูลค่าตะกร้าและความคุ้นเคยของลูกค้ากับร้านเป็นหลัก

การวัดผลอย่างมีกรอบเวลาชัดเจน และเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับการตามกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ จะช่วยให้ร้านรู้จริงว่าเงินและแรงที่ลงไปกับการตามตะกร้าคุ้มค่าแค่ไหน

  • แยกวิธีตามตามมูลค่าตะกร้าและความคุ้นเคยของลูกค้า
  • กำหนดกรอบเวลาชัดเจนก่อนนับว่าออเดอร์ไหนเป็นผลจากการตาม
  • ใช้อีเมลอัตโนมัติสำหรับตะกร้าจำนวนมาก และให้แอดมินตามเฉพาะกลุ่มมูลค่าสูง
  • เชื่อมข้อมูลตะกร้ากับภาพรวม Funnel เพื่อไม่ให้ทีมทำงานแยกส่วนกัน

คำถามที่พบบ่อย

ควรตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ภายในกี่ชั่วโมงถึงจะได้ผลดีที่สุด

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ แต่โดยทั่วไปการตามภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกมักได้ผลดีกว่า เพราะความสนใจของลูกค้ายังสดอยู่ ยิ่งปล่อยนานความสนใจยิ่งลดลงและมีโอกาสไปซื้อที่อื่นแทน

การตามผ่าน LINE บ่อยเกินไปจะทำให้ลูกค้ารำคาญไหม

ได้ ถ้าตามซ้ำ ๆ ด้วยข้อความเดิมโดยไม่มีอะไรใหม่ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือจำกัดจำนวนครั้งที่ตาม เช่นไม่เกินสองถึงสามครั้งต่อตะกร้าหนึ่งใบ และแต่ละครั้งควรมีเนื้อหาที่ต่างกัน ไม่ใช่ถามซ้ำว่าสนใจไหมคะแบบเดิม

ร้านที่ไม่มีระบบส่งอีเมลอัตโนมัติ ควรเริ่มจากตรงไหน

เริ่มจากการตามผ่าน LINE ก่อนได้เลย เพราะไม่ต้องลงทุนระบบเพิ่ม เพียงแต่ต้องมีคนคอยดูรายชื่อลูกค้าที่ทิ้งตะกร้าไว้แล้วให้แอดมินติดต่อกลับตามลำดับความสำคัญของมูลค่าตะกร้า

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าที่กลับมาซื้อเป็นผลจากการตามจริง ๆ

วิธีที่ช่วยให้มั่นใจมากขึ้นคือเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับการตามกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ หากมีทรัพยากรพอ ควรทดลองแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็นระยะเพื่อดูความต่างของอัตรากลับมาซื้ออย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ดูจากเดือนเดียวแล้วสรุปทันที

ตะกร้าที่มีมูลค่าน้อยมากคุ้มที่จะตามไหม

ขึ้นอยู่กับต้นทุนแรงงานที่ใช้เทียบกับมูลค่าที่จะได้กลับมา ถ้าใช้ระบบอัตโนมัติที่ไม่เปลืองแรงคน ยังคุ้มที่จะตามเพราะไม่มีต้นทุนเพิ่มมากนัก แต่ถ้าต้องให้แอดมินตามด้วยมือทีละคน อาจไม่คุ้มกับตะกร้ามูลค่าต่ำมาก ๆ

ถ้าลูกค้าตอบกลับว่ายังไม่พร้อมซื้อ ควรหยุดตามทันทีไหม

ควรหยุดตามด้วยข้อความขายของ แต่ยังเก็บรายชื่อไว้ในกลุ่มที่สนใจแต่ยังไม่พร้อม เพื่อนำไปใช้ในแคมเปญโปรโมชันหรือสินค้าใหม่ในอนาคต การตื๊อต่อทั้งที่ลูกค้าบอกชัดแล้วว่ายังไม่พร้อม มักทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงมากกว่าจะช่วยปิดการขายได้จริง

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมโค้ดส่วนลดที่แจกใน LINE ถึงมีคนมากดใช้เยอะ แต่ยอดขายไม่ขยับตาม

ทำไมโค้ดส่วนลดที่แจกใน LINE ถึงมีคนมากดใช้เยอะ แต่ยอดขายไม่ขยับตาม

หลายร้านแจกโค้ดส่วนลดผ่าน LINE แล้วเห็นยอดใช้โค้ดเยอะ แต่ยอดขายรวมกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่คาด บทความนี้อธิบายว่าทำไมถึงเกิดช่องว่างนี้ และวิธีวัดผลคูปองให้เห็นถึงยอดขายจริงไม่ใช่แค่จำนวนคนใช้โค้ด
คนกดเมนูด้านล่างแชท LINE เยอะขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ยอดขายจริงแทบไม่ขยับ

คนกดเมนูด้านล่างแชท LINE เยอะขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ยอดขายจริงแทบไม่ขยับ

Rich Menu ที่มียอดกดเยอะไม่ได้แปลว่าสร้างยอดขายเสมอไป บทความนี้อธิบายวิธีวัดผลแต่ละปุ่มใน Rich Menu ให้เชื่อมโยงกับออเดอร์จริง พร้อมวิธีปรับปรุงเมนูให้ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจมากขึ้น
วัดผล Broadcast LINE แยกให้ออกว่าข้อความไหนสร้างออเดอร์ ไม่ใช่แค่ยอดเปิดอ่าน

วัดผล Broadcast LINE แยกให้ออกว่าข้อความไหนสร้างออเดอร์ ไม่ใช่แค่ยอดเปิดอ่าน

ร้านที่ส่ง Broadcast ผ่าน LINE เป็นประจำมักดูแค่ยอดเปิดอ่านหรือยอดคลิก แต่ตัวเลขที่สำคัญกว่านั้นคือ Broadcast ข้อความไหนสร้างออเดอร์ได้จริง บทความนี้อธิบายวิธีตั้งค่าและวัดผลให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างข้อความที่ส่งกับยอดขายที่เกิดขึ้น